บำเหน็จ บำนาญ ข้าราชการ คำนวณต่างกันตามสถานะการเป็นสมาชิก กบข. โดยบำเหน็จใช้เงินเดือนเดือนสุดท้ายคูณอายุราชการ ส่วนบำนาญของสมาชิก กบข. ใช้เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ขณะที่ผู้ไม่เป็นสมาชิกใช้เงินเดือนเดือนสุดท้ายเป็นฐานคำนวณ
สรุปสั้นๆ
- สมาชิก กบข. คำนวณบำนาญจากเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย และรับเงินก้อนจากกองทุนตามสิทธิ
- ผู้ไม่เป็นสมาชิก กบข. คำนวณบำนาญจากเงินเดือนเดือนสุดท้าย
- สิทธิเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญขึ้นอยู่กับอายุราชการและเหตุที่ออกจากราชการ
- บำเหน็จดำรงชีพคำนวณไม่เกิน 15 เท่าของบำนาญรายเดือน รวมทุกช่วงอายุไม่เกิน 500,000 บาท
ในบทความนี้
บำเหน็จและบำนาญต่างกันอย่างไร
บำเหน็จเป็นเงินที่จ่ายเป็นก้อนตามสูตรและสิทธิของผู้พ้นจากราชการ ส่วนบำนาญเป็นเงินที่ผู้มีสิทธิได้รับเป็นรายเดือน การเลือกไม่ได้พิจารณาเฉพาะความต้องการของแต่ละคน แต่ต้องดูอายุราชการและเหตุที่ออกจากราชการประกอบด้วย
กรณีลาออกจากราชการ ผู้มีเวลาราชการตั้งแต่ 25 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปสามารถเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญได้ หากมีเวลาราชการ 10-25 ปี จะได้รับบำเหน็จเท่านั้น ส่วนผู้รับราชการไม่ถึง 10 ปีจะไม่ได้รับบำเหน็จหรือบำนาญ แต่อาจได้รับเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ หากเป็นสมาชิก กบข.
กรณีออกจากราชการด้วยเหตุทุพพลภาพ เกษียณอายุเมื่อครบ 60 ปีบริบูรณ์ สูงอายุเมื่ออายุ 50 ปี หรือเหตุทดแทน เช่น ยุบหรือยกเลิกตำแหน่ง ให้ออกโดยไม่มีความผิด ออกนอกระบบ หรือเกษียณก่อนกำหนด ผู้มีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปสามารถเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญได้
- เวลาราชการ 1-10 ปีในกรณีดังกล่าว ได้รับบำเหน็จ
- เวลาราชการไม่ถึง 1 ปี ไม่ได้รับบำเหน็จหรือบำนาญ
- สมาชิก กบข. อาจยังได้รับเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ตามสิทธิ
| บำเหน็จสมาชิก กบข. | เงินเดือนเดือนสุดท้าย × อายุราชการ (ปี) |
|---|---|
| บำนาญสมาชิก กบข. | (เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย × อายุราชการ) ÷ 50 |
| เพดานบำนาญสมาชิก กบข. | ไม่เกินร้อยละ 70 ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย |
| บำเหน็จผู้ไม่เป็นสมาชิก กบข. | เงินเดือนเดือนสุดท้าย × อายุราชการ |
| บำนาญผู้ไม่เป็นสมาชิก กบข. | (เงินเดือนเดือนสุดท้าย × อายุราชการ) ÷ 50 |
| บำเหน็จดำรงชีพ | ไม่เกิน 15 เท่าของบำนาญรายเดือน |
| เพดานบำเหน็จดำรงชีพ | รวมทุกช่วงอายุไม่เกิน 500,000 บาท |
สูตรบำเหน็จ บำนาญ สำหรับสมาชิก กบข.
สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. มีสิทธิประโยชน์หลักสองส่วน ได้แก่ เงินบำเหน็จหรือบำนาญจากเงินงบประมาณ และเงินก้อนจากกองทุน
| รายการ | สูตรคำนวณ |
|---|---|
| บำเหน็จ | เงินเดือนเดือนสุดท้าย × อายุราชการ (ปี) |
| บำนาญ | (เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย × อายุราชการ (ปี)) ÷ 50 |
บำนาญที่คำนวณได้ต้องไม่เกินร้อยละ 70 ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ข้อจำกัดนี้หมายถึงเพดานของจำนวนบำนาญ ไม่ใช่โอกาสที่จะได้รับสิทธิ
เงินก้อนจาก กบข. ประกอบด้วยเงินสะสมที่หักจากเงินเดือนของสมาชิก เงินสมทบจากรัฐ และผลประโยชน์จากการบริหารเงินดังกล่าว ส่วนเงินประเดิมและเงินชดเชยมีเงื่อนไขจ่ายเมื่อสมาชิกสิ้นสุดสมาชิกภาพและเลือกบำนาญ หากเลือกบำเหน็จจะไม่ได้รับเงินประเดิมและเงินชดเชย เนื่องจากสูตรบำเหน็จไม่ได้เปลี่ยนแปลง
Thai PBS รายงานว่า สมาชิกจะได้รับเงินก้อนจากกองทุนภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนนับแต่เกษียณอายุหรือลาออกจากราชการ
สูตรบำเหน็จ บำนาญ สำหรับผู้ไม่เป็นสมาชิก กบข.
ผู้ไม่เป็นสมาชิก กบข. ใช้เงินเดือนเดือนสุดท้ายเป็นฐานคำนวณทั้งบำเหน็จและบำนาญ แตกต่างจากสมาชิก กบข. ซึ่งใช้เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายในการคำนวณบำนาญ
| รายการ | สูตรคำนวณ |
|---|---|
| บำเหน็จ | เงินเดือนเดือนสุดท้าย × อายุราชการ |
| บำนาญ | (เงินเดือนเดือนสุดท้าย × อายุราชการ) ÷ 50 |
ข้าราชการที่รับราชการอยู่ก่อนวันที่ 27 มี.ค.2540 จะเป็นสมาชิก กบข. หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ ส่วนผู้ที่เข้ารับราชการตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.2540 ต้องเป็นสมาชิก กบข.
ก่อนประมาณการเงินที่จะได้รับ ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าตนเองอยู่ในระบบใด มีอายุราชการที่ใช้คำนวณเท่าใด และออกจากราชการด้วยเหตุใด เพราะแต่ละส่วนมีผลต่อสิทธิและสูตรที่ใช้
ข้อควรรู้: สมาชิก กบข. และผู้ไม่เป็นสมาชิกใช้ฐานคำนวณบำนาญต่างกัน จึงควรตรวจสอบสถานะก่อนนำเงินเดือนไปเข้าสูตร
เคล็ดลับ: ก่อนเลือกบำเหน็จหรือบำนาญ ควรเปรียบเทียบทั้งกระแสเงินสดหลังเกษียณ ภาระหนี้ และสิทธิสวัสดิการที่มากับการรับบำนาญ
บำเหน็จดำรงชีพคำนวณอย่างไร
กรุงเทพธุรกิจรายงานเมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 ว่า บำเหน็จดำรงชีพเป็นการนำเงินส่วนหนึ่งของบำเหน็จตกทอดมาเบิกล่วงหน้า โดยคำนวณในอัตราไม่เกิน 15 เท่าของบำนาญรายเดือน และรวมทุกช่วงอายุแล้วไม่เกิน 500,000 บาท หากคำนวณตามสูตรแล้วไม่ถึงเพดาน ผู้รับบำนาญจะได้รับตามจำนวนที่คำนวณได้จริง
- อายุต่ำกว่า 65 ปี: ยื่นขอได้เมื่อเริ่มรับบำนาญ วงเงินไม่เกิน 200,000 บาท
- อายุ 65-69 ปี: หากเคยรับงวดแรกแล้ว ขอเพิ่มได้อีกไม่เกิน 200,000 บาท โดยยอดสะสมไม่เกิน 400,000 บาท
- อายุ 70 ปีขึ้นไป: ขอรับส่วนที่เหลือตามสิทธิได้ไม่เกิน 100,000 บาท โดยยอดรวมสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท
ผู้ที่กำลังจะเกษียณสามารถยื่นเรื่องพร้อมการขอรับบำนาญกับส่วนราชการต้นสังกัดสุดท้าย ส่วนผู้ที่รับบำนาญอยู่แล้วสามารถติดต่อส่วนราชการต้นสังกัดสุดท้ายหรือส่วนราชการผู้เบิกบำนาญ
รายงานระบุเอกสารสำคัญ ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารหน้าแรกซึ่งแสดงชื่อและเลขที่บัญชีอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ผู้ยื่นควรตรวจสอบรายการเอกสารกับหน่วยงานที่รับเรื่องอีกครั้ง
สิทธิที่เกี่ยวข้องเมื่อเลือกรับบำนาญ
นอกจากเงินรายเดือนแล้ว ผู้เลือกรับบำนาญยังมีสิทธิบางรายการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง จึงควรพิจารณาสิทธิประกอบการตัดสินใจ ไม่ควรเปรียบเทียบเฉพาะจำนวนเงินก้อนกับเงินรายเดือน
- สิทธิรักษาพยาบาล: ผู้รับบำนาญมีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลของตนเองและบุคคลในครอบครัวที่ชอบด้วยกฎหมายตามเงื่อนไข โดยค่าตรวจสุขภาพประจำปีเบิกได้เฉพาะผู้มีสิทธิ ไม่รวมบุคคลในครอบครัว และเป็นไปตามอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด
- การศึกษาบุตร: มีสิทธิเบิกเงินบำรุงการศึกษาหรือค่าเล่าเรียนของบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายตามเงื่อนไขที่กำหนด
- สิทธิทางภาษี: ข้าราชการบำนาญอายุ 65 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปได้รับยกเว้นเงินได้พึงประเมินทุกประเภทที่ได้รับรวมกันไม่เกิน 190,000 บาทในปีภาษี ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
รายละเอียดสิทธิมีเงื่อนไขด้านอายุ ความสัมพันธ์ทางกฎหมาย และจำนวนบุตร ผู้รับบำนาญจึงควรตรวจสอบสิทธิรายบุคคลกับส่วนราชการผู้เบิกบำนาญก่อนใช้สิทธิ
วางแผนก่อนเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญ
การเลือกระหว่างเงินก้อนกับเงินรายเดือนไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน ควรเริ่มจากตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทั้งหมด เช่น เงินบำนาญ เงินสะสมจาก กบข. และสิทธิอื่นที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงประเมินรายรับ รายจ่าย และภาระหนี้หลังเกษียณ
- ตรวจสอบสถานะว่าเป็นสมาชิก กบข. หรือไม่
- ตรวจสอบอายุราชการและเหตุที่ออกจากราชการ
- คำนวณบำเหน็จและบำนาญด้วยสูตรที่ตรงกับสถานะของตน
- รวบรวมค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาล
- พิจารณาหนี้บ้าน หนี้ส่วนตัว และรายได้จากทรัพย์สินหรือการลงทุนอื่น
- สอบถามยอดและสิทธิจริงจากส่วนราชการผู้เบิกบำนาญก่อนตัดสินใจ
ตัวเลขจากสูตรใช้ช่วยประมาณการเบื้องต้น แต่ยอดที่ได้รับจริงต้องผ่านการตรวจสอบข้อมูลประวัติราชการ เงินเดือน และสิทธิของแต่ละบุคคลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ข้อควรระวัง: ยอดจากการคำนวณเป็นเพียงการประมาณการ สิทธิและยอดจริงต้องตรวจสอบกับส่วนราชการผู้เบิกบำนาญ
คำถามที่พบบ่อย
บำนาญสมาชิก กบข. คำนวณอย่างไร?
นำเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายคูณอายุราชการ แล้วหารด้วย 50 โดยจำนวนที่ได้รับต้องไม่เกินร้อยละ 70 ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
บำนาญของผู้ไม่เป็นสมาชิก กบข. ใช้สูตรใด?
นำเงินเดือนเดือนสุดท้ายคูณอายุราชการ แล้วหารด้วย 50
ลาออกจากราชการเมื่อใดจึงเลือกรับบำนาญได้?
กรณีลาออก ต้องมีเวลาราชการตั้งแต่ 25 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปจึงสามารถเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญได้ หากมีเวลาราชการ 10-25 ปี จะได้รับบำเหน็จเท่านั้น
บำเหน็จดำรงชีพได้รับสูงสุดเท่าไร?
คำนวณไม่เกิน 15 เท่าของบำนาญรายเดือน และรวมทุกช่วงอายุไม่เกิน 500,000 บาท หากสูตรคำนวณได้ต่ำกว่าเพดานจะได้รับตามจำนวนจริง
ผู้รับบำนาญยื่นขอบำเหน็จดำรงชีพที่ไหน?
ผู้กำลังจะเกษียณยื่นพร้อมขอรับบำนาญที่ส่วนราชการต้นสังกัดสุดท้าย ส่วนผู้รับบำนาญอยู่แล้วติดต่อส่วนราชการต้นสังกัดสุดท้ายหรือส่วนราชการผู้เบิกบำนาญได้
แหล่งอ้างอิง
กำลังมองหางานราชการอยู่หรือเปล่า? ThaiJobsGov รวมประกาศรับสมัครงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และข่าวสอบ อัปเดตทุกวัน
อัปเดตล่าสุด 25 ก.ย. 2569 15:07 น.