เริ่มรัชกาลใหม่ตั้งแต่13ต.ค.59 “ป๋าเปรม”ผู้สำเร็จฯ”วิษณุ”แจงหน้าที่ไม่เป็นไปดังข่าวลือ

“วิษณุ”ยัน”พล.อ.เปรม”ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พ้นหน้าที่กลับนั่งประธานองคมนตรีเหมือนเดิม มีอำนาจลงนาม รธน.ฉบับใหม่ เผยหน้าที่ประธาน สนช.”อัญเชิญขึ้นครองราชย์” รับสั่ง”สมเด็จพระบรมฯ”เผยพระราโชบายสร้างพระเมรุ บำเพ็ญพระราชกุศล

วิษณุเผยพระราโชบายสร้างพระเมรุ
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 15 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงขั้นตอนพระราชพิธีราชาภิเษกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กราบบังคมทูลถามสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ว่าการพระบรมศพจะใช้เวลานานเท่าไหร่ เพราะเกี่ยวกับการสร้างพระเมรุ จะต้องใช้เวลาสักระยะในการดำเนินการตามธรรมเนียมราชประเพณีการถวายพระเพลิง และโดยปกติจะไม่ทำกันในหน้าฝน

“จากการเทียบกับโบราณประเพณีในอดีต ท่านมีพระราชบัณฑูรว่า เรื่องหน้าฝนอะไรนั้นก็เรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของช่างไปว่ากันเอง แต่น่าจะมีการบำเพ็ญพระราชกุศล กว่าจะถึงเวลาออกพระเมรุก็คงใช้เวลาประมาณ 1 ปีเป็นอย่างน้อย ตรงนี้ถือเป็นพระราโชบายที่รัฐบาลต้องทราบ เพื่อจะได้มาดำเนินการถูก ถ้าเร็วงานสร้างพระเมรุก็ต้องเร็ว” นายวิษณุกล่าว

บำเพ็ญพระราชกุศลอย่างน้อย 1 ปี
นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อไปเทียบกับคราวพระเมรุสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ปี 2527-2528 หรือเทียบกับงานพระเมรุสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในปี 2538-2539 เทียบกับงานพระเมรุสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อประมาณปี 2551-2552 และงานสุดท้ายพระเมรุสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ปี 2554 นั้น หลังจากสวรรคตหรือสิ้นพระชนม์แล้ว การพระราชทานเพลิงพระบรมศพหรือพระศพนั้น จะเกิดขึ้นช้าหรือเร็วต่างกัน 5-6 เดือน 8-9 เดือนบ้าง

“อันนี้จำเป็นต้องขอรับพระราโชบาย ซึ่งได้พระราชทานพระราโชบายแล้วว่าน่าจะเป็นระยะเวลาที่ประชาชนชาวไทยจะต้องอาลัย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาบอกกันว่าจะถวายพระเพลิงช้าหรือเร็วอย่างไร เอาเป็นว่าจะอยู่ในระหว่างการบำเพ็ญพระราชกุศลอย่างนี้ ไปเป็นอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งจริงๆ เท่ากับเวลาที่รัฐบาลได้ประกาศให้ประชาชนไว้ทุกข์ แล้วอย่างอื่นเป็นเรื่องค่อยมาพูดกัน อย่างเช่นการกำหนดถวายพระเพลิงที่แน่ชัด การบรมราชาภิเษกที่จะเกิดขึ้น และอะไรต่ออะไรที่จะต้องตามมาหลังจากนั้น” นายวิษณุกล่าว ชี้ครองราชย์ต่างบรมราชาภิเษก

“ขอย้ำอีกครั้งการเชิญขึ้นครองราชย์กับการบรมราชาภิเษกคนละเรื่องกัน การเชิญขึ้นครองราชย์คือการสืบราชสันตติวงศ์ แต่บรมราชาภิเษกเป็นเรื่องของพระราชพิธี พูดง่ายๆ แบบฝรั่งคือการสวมมงกุฎ ในต่างประเทศก็ทิ้งเวลาเหมือนกันอย่างเจ้าชายจิกมี แห่งราชอาณาจักรภูฏานขึ้นรับราชสมบัติต่อจากพ่อ 1 ปี แล้วท่านขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ทันที แต่ท่านยังไม่สวมมงกุฎ เพราะโหรประเทศท่านคำนวณพระฤกษ์แล้ว ไม่มีศุภวาระดิถีมงคลในปีนั้น ก็ต้องทิ้งไป 1-2 ปี จึงจะไปถึงเวลาพระบรมราชาภิเษก” นายวิษณุกล่าว และว่าประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษหรือญี่ปุ่นที่เป็นราชอาณาจักรที่มีสมเด็จพระราชาธิบดีใช้หลักทำนองเดียวกัน เพียงแต่ช้าหรือเร็วต่างกัน สำหรับหลักการสร้างพระเมรุจะต้องเตรียมสถานที่ ต้องมีไม้ เตรียมราชรถ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องใช้เวลา ถ้าจะให้ตอบต้องตอบว่าประมาณ 1 ปี ตามพระราโชบาย

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการโยงหมายกำหนดการระหว่างถวายพระเพลิงกับการขึ้นบรมราชาภิเษก นายวิษณุกล่าวว่า ไม่โยง ไม่เกี่ยว ขอให้เอากรณีของรัชกาลที่ 9 เป็นตัวอย่าง ท่านขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงพระปรมาภิไธยในทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จในวันที่รัชกาลที่ 8 สวรรคต พอสามทุ่มท่านก็เป็นพระมหากษัตริย์ วันนั้นก็นับเป็นวันที่ 1 ปีที่ 1 ของรัชกาล แต่ต้องเรียกท่านว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ให้เรียกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านเป็นพระมหากษัตริย์ แล้วท่านก็กลับไปเรียนต่อ ผ่านไป 4 ปี ท่านศึกษาจบและเสด็จกลับประเทศไทย จึงมีการถวายพระเพลิง

“จากนั้นตามด้วยการมีพิธีบรมราชาภิเษก ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 หรือที่เรียกว่าวันฉัตรมงคล และถือเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่บัดนั้น ความเป็นจริงเราบอกว่าทรงครองราชย์ 70 ปี เราไม่เคยนับจากวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 แต่เรานับจากวันที่ 1 ปีที่ 1 ซึ่งก็คือ 9 มิถุนายน 2489 เพราะฉะนั้น ในกรณีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ก็จะเกิดตามหลักเดียวกัน” นายวิษณุกล่าว

ย้ำ‘ป๋าเปรม’ผู้สำเร็จราชการฯ
นายวิษณุกล่าวอีกว่า ขณะนี้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นทั้งประธานองคมนตรีและผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราว และรัฐธรรมนูญกำหนดว่าจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานองคมนตรีไม่ได้ ซึ่งต้องทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ด้วยเหตุนี้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 25 กำหนดไว้ว่าให้คณะองคมนตรี ประชุมปรึกษาเลือกองคมนตรี 1 คน ขึ้นเป็นประธานองคมนตรี เพราะมีภารกิจที่จะต้องทำ เช่น มีเหตุเภทภัยเกิดขึ้น เมื่อผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พ้นจากหน้าที่จะมาเป็นประธานองคมนตรีเหมือนเดิม โดยที่ไม่ต้องมีพระบรมราชโองการ ทุกอย่างเป็นไปโดยกฎหมายที่กำหนดไว้
“ทั้งนี้ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์มีอำนาจลงนามในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญในอดีตเคยลงนามโดยผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เช่น นายปรีดี พนมยงค์ เจ้าพระยายมราช พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา และกฎหมายต่างๆ การแต่งตั้งข้าราชการ ผู้สำเร็จราชการสามารถลงนามได้” นายวิษณุกล่าว

ชี้ ปธ.สนช.อัญเชิญขึ้นครองราชย์
นายวิษณุกล่าวถึงกรณีข่าวลือว่าผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์มีอำนาจเสนอชื่อพระมหากษัตริย์ว่า ไม่จริง เพราะเป็นเรื่องคณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งไปยังประธานรัฐสภา หรือประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จากนั้นจะมีการประชุม สนช. เพื่อมีมติรับทราบ จากนั้นประธาน สนช.จะเข้าเฝ้าเพื่ออัญเชิญขึ้นครองราชย์ จากนั้นจะประกาศให้ประชาชนชาวไทยรับทราบ บัดนั้นประเทศไทยจะมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยสมบูรณ์ และราชสมบัติจะไม่มีวันขาดตอนลง หมายความว่ารัชสมัยแห่งรัชกาลใหม่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป

“เรื่องนี้ใช้ทั้งรัฐธรรมนูญและกฎมนเทียรบาล รวมทั้งโบราณราชนิติประเพณี เพราะบางเรื่องรัฐธรรมนูญไม่มีคำตอบ เช่น รัชทายาทมาจากไหน เป็นใคร แต่เมื่อตั้งรัชทายาท รัชทายาทจะมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ส่วนขั้นตอนการดำเนินการจะใช้โบราณราชประเพณี” นายวิษณุกล่าว

ปีติต่อรับสั่ง‘สมเด็จพระบรมฯ’
นายวิษณุกล่าวว่า องค์รัชทายาทไม่สามารถลงนามในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ เพราะองค์รัชทายาทเป็นที่ 2 รองจากพระเจ้าอยู่หัว และไม่มีอำนาจใดๆ ยกเว้นในส่วนพระราชพิธีอย่างที่เห็นในพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะทรงบัญชาการในส่วนนี้ และทรงเอาพระทัยใส่อย่างมาก

ทั้งนี้ นายวิษณุกล่าวช่วงท้ายด้วยน้ำตาคลอเบ้าแล้วร่ำไห้ว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รับสั่งกับนายกรัฐมนตรีว่า ขอให้ทุกอย่างในช่วงนี้ อย่างน้อยก็ช่วงนี้ให้อยู่เป็นปกติเหมือนกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศยังทรงสถิตอยู่ อย่าให้เกิดความรู้สึกว่าแผ่นดินว่างเปล่าและทุกอย่างอย่าเพิ่งให้เป็นอดีตเร็วนัก เก็บไว้ให้เป็นปัจจุบันเพราะฉะนั้นเรื่องอย่างนี้เราเป็นลูก เราเป็นหลาน เราเป็นญาติ เราคงเคยทำอย่างนี้กับพ่อเรา แม่เรา คู่สมรส คนรักของเราที่ตาย เราอาจจะเห็นว่าบางครั้ง เรากินข้าวเรายังตั้งเก้าอี้ไว้และบอกแม่พ่อ

สนช.งดสัมมนา-กรธ.ถกกม.ลูก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า ระหว่างนี้ สนช.จะยังไม่มีการประชุม ตามที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.แจ้งต่อสมาชิก สนช. ในการประชุมวาระพิเศษ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม เวลา 21.30 น.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งแจ้งงดกิจกรรมการสัมมนา สนช. ระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคม แต่ในส่วนของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ชุดต่างๆ จะยังคงประชุมตามปกติ เช่นเดียวกับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) จะเลื่อนออกไปจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม ตามที่ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. แจ้งให้สมาชิก สปท.รับทราบ

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า การประชุมของ กรธ.ในสัปดาห์หน้าน่าจะยังมีตามปกติ ระหว่างนี้ กรธ.ก็จะทำหน้าที่ โดยเฉพาะการประชุมพิจารณาจัดทำร่างกฎหมายลูกเพื่อเสนอ สนช.ต่อไป ส่วนตัวเชื่อว่าโรดแมปจะยังคงเหมือนเดิมไม่น่ามีการขยับอะไร


ข่าวจาก : matichon.co.th