กระจ่าง!!อดีตผู้พิพากษา ให้ความรู้ด้านกฏหมายกรณีข่าวแรง!!!



จากที่มีข่าวกรณีตำรวจ 3 นาย ทำร้ายนักศึกษาสถาบันแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลกจนมีคำสั่งให้นายตำรวจทั้ง3 นายออกจากราชการไว้ก่อนจนกว่าการสอบสวนจะสิ้นสุด ล่าสุดในFacebookส่วนตัวของ Chuchart Srisaeng อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา ออกมาโพสต์ให้ความรู้ความเข้าใจด้านกฏหมายให้แก่สื่อสังคมออนไลน์ในกรณีนี้โดยสรุปในความสำคัญได้ดังนี้

1. กรณีที่ตำรวจให้การว่าถูกนักศึกษาขับรถเชี่ยวชนก่อน โดยยังไม่ทราบว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ถ้าเกิดขึ้นจริงจะผิดตาม พรบ.จราจรทางบก เจ้าที่หน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นายไม่มีอำนาจที่จะกระทำการดังกล่าวได้

2.กรณีเช่นนี้ไม่ใช่การบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 การบันดาลโทสะคือ ผู้ที่บันดาลโทสะได้ถูกรังแกข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม จึงกระทำผิดต่อผู้ข่มเหงในตอนนั้น

3.การใช้อาวุธปืนยิงไปที่รถของนักศึกษาหลายนัด เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามมาตรา 358 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

4.การใช้อาวุธปืนยิงไปที่ตัวรถ โดยวิถีของกระสุนนั้นสามารถไปถูกนักศึกษาในรถจนถึงแก่ความตายได้ เป็นความผิดฐานพยายามฆ่าตามมาตรา 288,80 มีโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 33 ปี 4 เดือน หรือจำคุก 10 ปี ถึง 13 ปี 4 เดือน

5.การที่ตำรวจใช้ปืนบังคับบข่มขู่ให้นักศึกษาลงจากรถ เป็นความผิดตามมาตรา 309 วรรคสอง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

6. การทำร้ายร่างกายนักศึกษาจนได่รับอันตราย กรณีสาหัส เป็นความผิดตามมาตรา 297 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี แต่ถ้าไม่ได้รับอันตรายสาหัส เป็นความผิดตามมาตรา 295 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากการโพสต์ดังกล่าวของอดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา  ทำให้สังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นความรู้ใกล้ตัวที่อาจจะเกิดขึ้นกับเราทุกคนได้ เรียกว่าเป็นความรู้ทางกฏหมายที่ "Nice to know" หรือ 'รู้ไว้ก็ดีมีประโยชน์" ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฏหมายและต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายครับ 

 

เรียบเรียงโดย Thaijobsgov

ข้อมูลจาก facebook Chuchart Srisaeng

[ads=center]