“สตูดิโอ จิบลิ” จำใจขายกิจการ เหตุไร้ผู้สืบทอด ผู้ร่วมก่อตั้งปฏิเสธรับช่วงต่อ ขายหุ้นให้ “นิปปอนทีวี”



(26 ก.ย. 66) สตูดิโอแอนิเมชั่นชื่อดังของญี่ปุ่น “สตูดิโอจิบลิ” (Studio Ghibli) ซึ่งสร้างภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก อาทิ “โทโทโร่เพื่อนรัก” (My Neighbor Totoro) และ “มิติวิญญาณมหัศจรรย์” (Spirited Away) ถูกขายให้กับเครือข่ายโทรทัศน์ นิปปอนทีวี (Nippon TV)

หลังลูกชายของ ‘ฮายาโอะ มิยาซากิ’ (Hayao Miyazaki) ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้กำกับระดับตำนาน ปฏิเสธรับช่วงต่อ

คณะกรรมการบริหารของทั้งสองบริษัทได้พบกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา(21 ก.ย.) และอนุมัติมติให้ ‘นิปปอน ทีวี’ เข้าซื้อหุ้นของ ‘สตูดิโอ จิบลิ’ ทำให้สตูดิโอจิบลิกลายเป็นบริษัทในเครือของเครือข่ายโทรทัศน์

โดยทั้งสองบริษัทกล่าวในแถลงการณ์ร่วม ซึ่งไม่มีการเปิดเผยเงื่อนไขทางการเงินของข้อตกลง

โดยแถลงการณ์ระบุว่า “ด้วยความที่ผู้กำกับฮายาโอะ มิยาซากิ ซึ่งปัจจุบันตอนนี้อายุ 82 ปี และโปรดิวเซอร์ “โทชิโอะ ซูซูกิ” (Toshio Suzuki) ก็อายุ 75 ปีเช่นกัน อีกทั้งสตูดิโอจิบลิยังต้องดิ้นรนกับปัญหาของผู้สืบทอดมาเป็นเวลานาน”

ด้าน ‘นิปปอน ทีวี’ (Nippon TV) ให้คำมั่นสัญญาว่า จะปกป้อง ‘งานฝีมือ’ และคุณค่าของของ Studio Ghibli ตลอดไป และ “จะให้เกียรติในความเป็นอิสระของ Studio Ghibli” เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ภาพยนตร์ต่อไปได้

รายงานเสริมว่า ลูกชายคนโตของ ‘มิยาซากิ’ ซึ่งเป็นผู้กำกับภาพยนตร์แอนิเมชั่น ได้รับการเสนอชื่อ “ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพ่อของเขา แต่เขา “ปฏิเสธความคิดนี้ โดยอ้างว่าคงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะรับช่วงต่อ Ghibli ด้วยตัวเอง และเป็นการดีกว่าที่จะฝากอนาคตของ Ghibli ไว้กับคนอื่น”

‘มิยาซากิ’ ได้รับการยกย่องจากหลาย ๆ คนว่าเป็นหนึ่งในนักสร้างแอนิเมชั่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมสมัยนิยมของญี่ปุ่น โดยภาพยนตร์ของเขาได้กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมแอนิเมชั่น และได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก

ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายของเขาคือ “The Boy and the Heron” ซึ่งเข้าฉายเมื่อต้นปีนี้ บริษัทต่างๆ ระบุในแถลงการณ์ร่วมว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เวลาสร้างถึง 7 ปี พร้อมเสริมว่าพวกเขา “รู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง” ต่อผู้ชมและสำหรับการวิจารณ์เชิงบวกจนถึงตอนนี้

แถลงการณ์ยังเผยอีกว่า “นิปปอน ทีวี และ สตูดิโอจิบลิ ทำงานร่วมกันมายาวนาน โดยก่อนหน้านี้เคยออกอากาศภาพยนตร์ของ Ghibli การลงทุนในการผลิตภาพยนตร์ของ Ghibli และแม้แต่ช่วยเหลือทุนให้กับพิพิธภัณฑ์ Ghibli”

ภายใต้ข้อตกลงใหม่ ‘นิปปอน ทีวี’ Nippon TV จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ ‘สตูดิโอจิบลิ’ Ghibli ด้วยคะแนนเสียง 42.3%

ท่ามกลางบรรดาแฟนคลับที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น และพร้อมที่จะสนับสนุนสตูดิโอแอนิเมชั่นต่อไป ทั้งยังคาดหวังและจับตามองว่าการควบรวมกิจการนี้ จะมีอิทธิพลต่อทิศทางของสตูดิโอหรือไม่ ซึ่งคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป

 

ข่าวจาก : ข่าวสด