ออสเตรเลียเผยผลวิจัย “ทำงานบ้าน4นาที” ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็ง



เว็บไซต์ dailymail ได้รายงานเรื่องราวที่ถือเป็นข่าวดีของใครหลายคน เมื่อศาสตราจารย์ เอ็มมานูเอล สตามาตากิส จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ได้เปิดเผยผลการศึกษาว่า

การทำงานบ้านหรือกิจกรรมประจำวันเป็นเวลา 4.5 นาที (ครั้งละประมาณ 1 นาที) ทำให้ความเสี่ยงของโรคมะเร็งลดลงได้ 18%

ศาสตราจารย์ เอ็มมานูเอล กล่าวว่า “เราทราบดีว่าคนวัยกลางคนส่วนใหญ่ไม่ออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งทำให้พวกเขามีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น”

ซึ่งเป็นมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย ได้แก่ ตับ ปอด ไต กระเพาะอาหาร เยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดไมอีลอยด์ ไมอีโลมา ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่เต้านมและหลอดอาหาร

การศึกษาใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่เพื่อติดตามกิจกรรมประจำวันของผู้ที่ไม่ออกกำลังกายมากกว่า 22,000 คน จากนั้นนักวิจัยติดตามบันทึกสุขภาพทางคลินิกของกลุ่มเป็นเวลาเกือบ 7 ปี

พวกเขาพบว่ากิจกรรมทางกายในการดำเนินชีวิตแบบไม่ต่อเนื่องเพียง 4 – 5 นาที (Vilpa) มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ทำ Vilpa

จากการศึกษาตัวอย่างที่มีอายุเฉลี่ย 62 ปีซึ่งไม่ได้ออกกำลังกายในเวลาว่าง นักวิจัยพบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 2,356 ราย (1,084 รายเป็นมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางกาย)

พวกเขาพบว่าการ Vilpa อย่างน้อยประมาณ 3.5 นาทีทุกวันสัมพันธ์กับการลดลงของมะเร็งถึง 18% เมื่อเทียบกับการไม่ทำ ในขณะที่ทำ 4.5 นาทีทุกวันสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงของมะเร็งถึง 32%

ซึ่ง Vilpa นั้นง่าย ๆ เช่น การไปซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อของและแบกของหนักๆ กลับบ้าน หรือการเล่นกับเด็กๆ ในสวนสาธารณะ เท่านั้น

 

ข่าวจาก : dailymail