เจ้าของบ้านสุดทน ล็อกบ้าน4ชั้น พึ่งตัวเอง หลังโจรงัดบ้าน แจ้งความเรื่องเงียบ



26 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายชาวนิช แดงวิรุฬห์ อายุ 61 ปี ถูกคนร้ายเป็นชาย 1 ราย งัดบ้าน 2 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 อาทิตย์ เข้าขโมยสิ่งของมีค่าและก่อเหตุกลางวันแสกๆ รวมมูลค่าความเสียหายหลักแสน

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพัก 2 ชั้น แห่งหนึ่ง ภายในซอยติวานนท์ 25 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.65 และวันที่ 13 ธ.ค.65 แจ้งความไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ผ่านไปกว่า 1 เดือน ภาพวงจรปิดบันทึกภาพหน้าคนร้ายชัดเจนแต่คดีไม่มีความคืบหน้า จึงร้องสื่อมวลชนขอความช่วยเหลือด้วย

ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพวันเกิดเหตุวันที่ 8 ม.ค.65 เวลาประมาณ 14.37 น. บันทึกภาพคนร้ายเป็นชาย 1 ราย วัยกลางคน รูปร่างผอมสูง ผิวคล้ำ สวมเสื้อโปโลสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ ได้ใช้อุปกรณ์งัดแงะกลอนประตูบ้านเดินเข้ามาก่อเหตุโดยขโมยเหล้าก่อนจะเดินดูของมีค่าพระบูชา พระเครื่องบางส่วน ใส่ถุงผ้าที่อยู่ในบ้านผู้เสียหาย ย่องหนีออกไป ใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 20 นาที

ต่อมาวันที่ 13 ธ.ค.65 เวลาประมาณ 12.45 น. ภาพจากวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายรายเดิม เข้ามาก่อเหตุซ้ำโดยถือกระสอบอยู่บริเวณหน้าบ้าน ก่อนกล้องวงจรปิดภายในบ้านจะถูกตัดสัญญาณหายไป

นายชาวนิชเปิดเผยว่า ไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังที่เกิดเหตุ โดยจะเดินทางไป-มา ดูแลอาทิตย์ละครั้ง ซึ่งวันที่ 14 ธ.ค. กลับมาดูแลบ้านจัดของรดน้ำต้นไม้ตามปกติ จากนั้นเพื่อนบ้านเดินมาบอกให้ตนไปดูของในบ้านว่ามีอะไรหายบ้างหรือเปล่า เพราะเพื่อนบ้านเห็นคนร้ายขี่ จยย.มาบริเวณหน้าบ้านตน ซึ่งตอนแรกก็ไม่ตกใจอะไร เดินไปดูประตูบ้านก็ปิดปกติ จากนั้นรู้สึกไม่ค่อยดีจึงเดินไปดูลูกบิดหน้าประตูบ้านโดนงัด และทุกห้องบนชั้นสองไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องไหว้พระโดนงัดหมด

หลังจากทราบว่าถูกคนร้ายงัดบ้านจึงเดินไปเปิดดูกล้องวงจรปิดก็พบว่าถูกคนร้ายเดินเข้ามาก่อเหตุจริงๆ เป็นชาย 1 ราย วัยกลางคน มางัดบ้านวันที่ 8 ธ.ค.65 เข้ามาทางประตูหน้าบ้าน หยิบเหล้าไป 1 ขวด พระบูชากว่า 10 องค์ พระเครื่ององค์เล็กไม่ทราบจำนวนเท่าไหร่ หลังจากนั้นตนไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.รัตนธิเบศร์ และกลับมาไล่ดูว่ามีทรัพย์สินอะไรหายไปบ้าง พอมาดูกล้องวันที่ 13 ธ.ค. 65 เวลาประมา 12.45 น. พบว่ากล้องดับไปแต่ว่าดูย้อนหลังเห็นว่ามีคนร้ายคาดว่าเป็นคนเดิมเข้ามาอีกครั้ง

โดยครั้งนี้คนร้ายเอาถุงกระสอบใหญ่มาบังกล้องวงจรปิด และดึงสายกล้องวงจรปิดออกทั้ง 2 ตัว โดยครั้งนี้จึงไปตรวจสอบทรัพย์สินอีกที ในวันเกิดเหตุดังกล่าวได้ถูกขโมยโน้ตบุ๊กยี่ห้อ DELL 2 เครื่อง มูลค่ากว่า 75,000 บาท และพระบูชา พระเครื่อง พระปิดตา รวมถึงปืนอัดลมเก่าซึ่งเป็นของสะสมของคุณพ่อผู้เสียหายที่ใช้ยิงนกอีก 1 กระบอก รวมๆ แล้วโดนขโมยไปมากกว่าที่ไปลงบันทึกประจำวันไว้ในวันเกิดเหตุวันแรก

นายชาวนิชกล่าวว่า รวมๆ คาดว่าความเสียหายเกือบ 200,000 บาท หลังจากถูกก่อเหตุมา 2 ครั้ง จึงออกไปซื้ออุปกรณ์ใหม่มาเปลี่ยนเพื่อล็อกบ้าน ข้างบ้านแนะนำว่าบ้านตนตอนกลางคืนมันมืด ตนเลยไปซื้อไฟส่องสว่างแบบโซลาร์เซลล์มาติดตั้งรอบบ้าน และซื้อกล้องวงจรปิดมาเพิ่มอีก 2 ตัว รวมถึงกลอนประตู และลูกบิดประตูใหม่ทั้งหมดรวมมูลค่าที่จ่ายไป 15,000-20,000 บาท เพื่อป้องกันขโมยด้วยตัวเอง

ตอนนี้บ้านตนล็อกหนาแน่นมาก ล็อกเพิ่มประมาณ 4 ชั้น บริเวณประตูหน้าบ้านมีโซ่คล้องไว้อีก 2 เส้น ด้วยความโมโหกลัวคนร้ายกลับมาก่อเหตุซ้ำ เพื่อนบ้านก็เป็นห่วง ถามไถ่ว่าจับคนร้ายได้หรือยัง เพราะแถวนี้มีแต่บ้านผู้สูงอายุ เพื่อนบ้านก็ให้ติดป้ายเตือนภัยคนร้ายรายนี้เผื่อมีคนเห็นและแจ้งเบาะแสกับ สภ.รัตนาธิเบศร์
นายชาวนิชกล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ตาม ตอนนี้บ้านหลังที่เกิดเหตุได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมา ทำให้ยังไม่สามารถย้ายของมีค่าออกไปทั้งหมดได้ มูลค่าความเสียหายค่อนข้างเยอะ ประมาณเกือบ 200,000 บาท

นายชาวนิชกล่าวด้วยว่า ขอฝากถึง พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี และ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ ลงพื้นที่เข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านบ้าง เพราะชาวบ้านแถวนี้เขาเป็นห่วงกลัวคนร้ายกลับมาก่อเหตุซ้ำ ภาพคนร้ายเห็นชัดเจนแต่เรื่องมันเงียบหายไปเป็นเดือนแล้วยังไม่มีอะไรคืบหน้า เจ้าหัวขโมยเดินเข้ามาในบ้านเหมือนเป็นเจ้าของบ้านเลย อยากให้คนร้ายมามอบตัว มีอาชีพอื่นเยอะแนะให้ทำ ข้างๆ มีซาเล้งเขายังทำมาหากินเลย มาทำแบบนี้คนอื่นเขาเดือดร้อนมันไม่ใช่แค่ตน แถวนี้เขาก็กลัวกันหมด จึงขอร้องและวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย

 

ข่าวจาก : มติชน