กลายเป็นประเด็นฮือฮา และวิจารณ์กันถึงป้ายบอกทาง ที่บริเวณถนนทางหลวงชนบท สายแยกทล.1091-โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม้ห้วยลู่ ตามพระราชดำริฯ ตำบลสะเนียน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ระยะทาง 10.805 กิโลเมตร มีลักษณะแปลกตา ไม่เคยเห็น ทั้งรูปภาพที่ทางถนนที่โค้งคดเคี้ยวมาก บางภาพโค้งคดเคี้ยวแล้วหัวลูกศรคว่ำลง ทำเอาชาวบ้านที่ใช้ถนนสัญจรไปมาทุกวัน ยังเอ่ยปากบ่นดูแล้วงง ว่าถนนข้างหน้าจะเป็นแบบไหน บางรายบอกไปสอบใบขับขี่ไม่เคยเห็นป้ายแบบนี้ ขณะที่ขนส่งน่านระบุป้ายเป็นไปตามมาตรฐาน รูปแบบใหม่ เน้นสื่อความหมายชัดเจน ใกล้เคียงตามถนนของจริงมากที่สุด
ชาวบ้านตำบลสะเนียน ที่ใช้เส้นทางดังกล่าวประจำ บอกว่า ไม่เคยเห็นป้ายดังกล่าวมาก่อนในชีวิต ซึ่งบางป้ายถึงขั้นต้องจอดดูเพื่อตีความหมายของป้ายว่าถนนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร จะต้องเลี้ยวก่อน หรือลงเขาก่อน หรือขึ้นเขาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางป้ายเป็นลักษณะบอกทางโค้งคดเคี้ยว แล้วหัวลูกศรคว่ำลงอีก ยิ่งดู ก็ยิ่งงง ว่าจะสื่อบอกทางลงเขาใช่หรือไม่ ทั้งนี้ คิดว่าอาจเป็นป้ายรูปแบบใหม่ที่ทำขึ้น แต่ที่ผ่านมาประชาชนเรียนรู้ และสอบใบขับขี่ผ่านมากับป้ายรูปแบบเดิม ก็มีความเข้าใจทางข้างหน้า หากหน่วยงานจะทำรูปแบบใหม่ ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบด้วย เพื่อไม่ต้องสับสน และจะได้ทำความเข้าใจกับป้ายต่อไป
ด้าน นายสหชาติ คำพูน ขนส่งจังหวัดน่าน กล่าวว่า ป้ายดังกล่าวคาดว่าเป็นการออกแบบป้ายเฉพาะพื้นที่ ไม่เหมือนแบบเดิมที่มีอยู่ในป้ายที่กรมการขนส่งทางบกใช้ออกข้อสอบ ทั้งนี้ ตามมาตรฐานการติดตั้งป้ายของทางหลวงชนบท กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้กำหนดนิยามไว้ว่าจะต้องสื่อความหมายให้คนใช้ทางเข้าใจไม่เกิน 3 วินาที แต่ถนนที่ใช้ความเร็วต้องไม่เกิน 1.6 วินาที เนื่องจากการใช้ทางมีการเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว หรือมองเพียงชั่วขณะเดียวต้องตีความหมายออกทันทีว่าจะโค้งซ้ายก่อนหรือโค้งขวาก่อน
ด้าน นายธงไชย ชมถนอม ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงชนบทที่ 17 เชียงราย เป็นเจ้าของโครงการ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า สำหรับป้ายดังกล่าว ติดตั้งในพื้นที่ ถนนสายทางหลวงชนบท สายแยก ทล.1091-โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม้ห้วยลู่ ตามพระราชดำริฯ ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน เป็นแห่งแรก โดยแห่งที่ 2 ที่จังหวัดเชียงใหม่ วงเงินงบประมาณ 61,445,000 บาท กำหนดราคากลางไว้ที่ 60,595,000 บาท และประมูลโครงการโดยบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่งจากจังหวัดขอนแก่น ในราคา 60,566,000 บาท ต่ำกว่าราคากลาง 29,000 บาท เริ่มดำเนินการก่อสร้างตามสัญญาวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 กำหนดแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2565
ทั้งนี้ สำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวงชนบท เป็นผู้ออกแบบ ทางเราเป็นเพียงผู้ดำเนินการสรรหาผู้รับจ้างมาทำ ซึ่งทราบว่าผู้ออกแบบต้องการให้ผู้สัญจร ทราบว่าทางข้างหน้าถนนจะมีลักษณะอย่างไร ออกมาให้ใกล้เคียงกับสภาพถนนจริงมากที่สุด และเป็นการออกแบบมาเฉพาะพื้นที่ ที่เป็นภูเขามีโค้งซับซ้อน จึงอาจจะแปลกตาบ้างในช่วงแรก อย่างไรก็ตาม จะได้เร่งประชาสัมพันธ์ป้ายรูปแบบใหม่นี้ เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนรับทราบต่อไป
ข่าวจาก : มติชน