พ่อค้าแม่ค้า วอนรัฐคุมราคาน้ำมันปาล์ม ด้านเกษตรกรชี้อย่าโยงราคาผลปาล์ม เหตุราคาเพิ่งขึ้นหลังตกต่ำมานับสิบปี
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 9 พ.ย. หลังจากราคาน้ำมันปาล์มในท้องตลาด เพิ่มราคาสูงขึ้น กก.ละ 10-15 บาท ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค เนื่องจากทำให้น้ำมันขวดที่ขายกันอยู่ราคาสูงขวดละกว่า 50 บาท ขณะที่กลุ่มที่ใช้น้ำมันปาล์มมากที่สุด เป็นกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า ที่จำหน่ายอาหารทอด เนื่องจากผลจากราคาน้ำมันแพง ทำให้ต้นทุนการผลิตอาหารเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย แต่พ่อค้าแม่ค้า ส่วนใหญ่ ไม่สามารถปรับเพิ่มราคาขายอาหารขึ้นได้ ยังคงจำหน่ายในราคาเดิม โดยปัญหาดังกล่าวเกิดมานาน 1-2 เดือนแล้ว

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสำรวจแผงขายอาหารทอด บริเวณใกล้ตลาดสดมหาราช ในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ พบว่าพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ เดือดร้อนจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะน้ำมันปาล์ม ที่ต้องนำมาใช้เป็นน้ำมันทอดอาหาร นางสมพร พิบูลย์ อายุ 55 ปี แม่ค้าขายกล้วยทอด เผยว่า จากภาวะราคาน้ำมันแพง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อพ่อค้าแม่ค้า โดยเฉพาะกลุ่มที่ขายของทอด เพราะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น แต่ราคาขายอาหารยังคงขายเท่าเดิม อยากให้รัฐบาลเร่งควบคุมราคาไม่ให้เพิ่มสูงขึ้น ให้อยู่ที่ กก.ละไม่เกิน 40 บาท

ขณะที่ผลจากราคาน้ำมันปาล์มแพง ทำให้หลายคนมองว่าเป็นผลมาจาก ราคาผลปาล์มดิบเพิ่มสูงขึ้นในระยะ 2-3 เดือนที่ผ่านมานั้น นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ ประธานกลุ่มคนปลูกปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย มองเรื่องนี้ว่า ต้นเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันปาล์มในท้องตลาดเพิ่มสูงขึ้น ไม่น่าจะมีปัจจัยมาจากราคาพืชผลการเกษตรปรับสูงขึ้น แต่เป็นผลมาจากกลไกทางการตลาด ที่ประเทศไทยไม่มีโครงสร้างราคาปาล์มที่ดีพอ ทำให้กลุ่มพ่อค้า นักธุรกิจ พากันปั่นราคาจนสูง แล้วมาโทษภาคการเกษตร อยากให้เข้าใจว่าก่อนนี้ ภาคเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม ต้องเดือดร้อนเพราะราคาตกต่ำมานานนับสิบปีแล้ว วันนี้เราขายผลปาล์มได้ 8-9 บาทต่อ กก. กลับถูกมองว่าเป็นเหตุทำให้ราคาน้ำมันแพง เป็นการไม่ยุติธรรม อยากให้มองในทุกมติ ทั้งต้นทุนปุ๋ยที่แพง เพราะปัญหาปุ๋ยขาดตลาดด้วย รวมทั้งรัฐไม่วางโครงสร้างราคาให้ดี
ข่าวจาก มติชนออนไลน์