29 ก.ค.64 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และที่พักพิงแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา บริเวณหลังหมู่บ้าน ปากห้วยแม่ปะ หมู่ที่ 5 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าไปช่วยเหลือ
เมื่อไปยังพื้นที่พบว่า น้ำป่าที่ไหลหลากทั้งเชี่ยวกรากแรงและท่วมสูง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านเรือนประชาชนและที่พักพิงแรงงานต่างด้าวเมียนมา มีอาชีพรับจ้างทำงานเกษตร มีบัตร 10 ปี มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ติดอยู่ภายในพื้นที่ จำนวน 17 ราย
ต่อมาได้มีการวางแผนเร่งลงเข้าให้การช่วยเหลืออย่างรีบด่วน ทั้งขน ทั้งเเบก ทั้งอุ้ม ทั้งจูง แล้วไปขึ้นเรือแบนไปไว้ที่สำนักสงฆ์ไพรพณาสณฑ์ อย่างปลอดภัย ชั่วคราว
ส่วนที่ตำบลแม่กาษา อ.แม่สอด มีชาวบ้านหลายหลังราว 30 หลังคาเรือนติดอยู่ภายในบ้านของตนเอง ไม่สามารถหนีออกมาได้ทัน เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทั้งวันทั้งคืน ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านหลายหลังอยู่ในสภาพอดข้าว อดน้ำ มานานมากกว่า 2 วัน
เจ้าหน้าที่จึงนำเรือท้องแบบติดเครื่องยนต์ บรรทุกเสบียง อาหาร น้ำดื่มสะอาด เข้าเร่งให้การช่วยเหลือ
ด้านนายสรรศิริ อรชัยภรรลาภ นายกเทศมนตรี เปิดเผยอีกว่า ส่วนสถานการณ์โควิดปัญหาใหญ่คือการพยายามหลบหนีของคนไข้ชาวเมียนมาที่ถูกกักอยู่ในโรงพยาบาลสนาม คัสเตอร์ซีดีซี หวั่นว่าจะแพร่เชื้อเพิ่มปัญหาให้กับชุมชน และปัญหาการที่มีชาวเมียนมาเตรียมทะลักเข้ามาพร้อมแพร่เชื้อโควิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่ แต่ยังดีที่มีเจ้าหน้าที่สกัดไว้ ถ้าไม่อย่างนั้น ยอมรับว่าแม่สอดรับมือไม่ไหว
ข่าวจาก เรื่องเล่าเช้านี้