กองทุนหมู่บ้านโต้ ปมชาวบ้านร้องปล่อยผญบ.ปลอมลายเซ็นเบิกเงิน ชี้ไม่ได้ละเลย แต่เอกสารรอตรวจสอบมีเยอะ



ความคืบหน้ากรณีที่ชาวบ้าน ม.5 หนองแห้ว อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ร้องเรียนว่าถูกผู้ใหญ่บ้านปลอมลายเซ็น เบิกงบประมานกองทุนหมู่บ้าน โครงการประชารัฐ โดยที่พวกเขาไม่รู้เรื่อง ล่าสุดสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เขต11 ยืนยันว่า ไม่ได้ละเลยในการตรวจสอบ แต่เพราะโครงการมีจำนวนมาก จึงทำได้เพียงแค่ตรวจเอกสารให้ครบถ้วนเท่านั้น ส่วนชาวบ้านไปตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่ามีอีกอย่างน้อย 2 โครงการที่ถูกปลอมลายเซ็นเหมือนกัน จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจและร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมเพิ่มเติม

ศูนย์ดำรงธรรม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี วันนี้ คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน ของ ม.5 ต.หนองแก้ว 5 คนจากทั้งหมด 9 คน พร้อมด้วยชาวบ้านบางส่วนที่อ้างว่าถูกผู้ใหญ่บ้านปลอมลายเซ็น เข้ายื่นร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมขอให้ตรวจสอบทุกโครงการกองทุนหมู่บ้านของหมู่บ้านนี้ และให้ดำเนินการสอบสวน เอาผิดผิดทางวินัยกับผู้ใหญ่บ้านโดยเร็ว ก่อนจะเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ประจันตคาม ให้เอาผิดฐานปลอมแปลงลายเซ็น โดยมีหลักฐานเป็นเอกสารขอเบิกงบประมาณกองทุนหมู่บ้านโครงการประชารัฐ ทำโรงน้ำดื่มชุมชน งบประมาณ 2 แสนบาทแนบมาด้วย ในเอกสารชุดนี้ ทางผู้ใหญ่บ้านที่ยื่นโครงการ ได้แนบรูปถ่าย 2 ใบ เป็นหลักฐานว่าได้มีการประชาคมหมู่บ้านตามระเบียบการทำโครงการกองทุนหมู่บ้านแล้ว

แต่ชาวบ้านในภาพอย่างน้อย 2 คน คือนางจามจุรี เอกวงษ์ และนายสังวาลย์ อรัญญิก ยืนยันว่า ภาพนี้เป็นภาพเก่า ที่หมู่บ้านจัดประชุมเรื่องการทำไข่เค็ม ไม่ใช่การทำประชาคมเรื่องโครงการประชารัฐทำโรงน้ำดื่มชุมชนตามที่ผู้ใหญ่บ้านแอบอ้างแนบในเอกสารขอเบิกงบประมาณ

นางจามจุรี  ยังพบว่า มีการเบิกงบประมาณออกมาโดยที่ชาวบ้านไม่รู้เรื่อง โดยเธอบอกว่า ในฐานะที่เป็นเหรัญญิกของกองทุนหมู่บ้านนี้ เธอไม่เคยรับรู้เรื่องการเบิกเงินของโครงการเลย เพราะเวลาเบิกเงิน ผู้ใหญ่บ้านจะไปเบิกกับคณะกรรมการอีกคนหนึ่ง ซึ่งเธอก็ไม่ได้ถือสมุดบัญชีธนาคาร และบัญชีรายรับรายจ่ายด้วย เพราะผู้ใหญ่บ้านจะเก็บไว้เองทั้งหมด และหลังจากเกิดเรื่อง เธอได้ไปตรวจสอบโครงการย้อนหลัง พบว่ามีอีกอย่างน้อย 2 โครงการ คือโครงการทำโรงปุ๋ย และโครงการต่อยอดโรงปุ๋ย ที่ถูกปลอมลายเซ็นด้วยเช่นกัน

ในเอกสารชุดนี้ ทางผู้ใหญ่บ้านที่ยื่นโครงการ ได้แนบรูปถ่าย 2 ใบ เป็นหลักฐานว่าได้มีการประชาคมหมู่บ้านตามระเบียบการทำโครงการกองทุนหมู่บ้านแล้ว

แต่ชาวบ้านในภาพอย่างน้อย 2 คน คือนางจามจุรี เอกวงษ์ และนายสังวาลย์ อรัญญิก ยืนยันว่า ภาพนี้เป็นภาพเก่า ที่หมู่บ้านจัดประชุมเรื่องการทำไข่เค็ม ไม่ใช่การทำประชาคมเรื่องโครงการประชารัฐทำโรงน้ำดื่มชุมชนตามที่ผู้ใหญ่บ้านแอบอ้างแนบในเอกสารขอเบิกงบประมาณ

นางจามจุรี  ยังพบว่า มีการเบิกงบประมาณออกมาโดยที่ชาวบ้านไม่รู้เรื่อง โดยเธอบอกว่า ในฐานะที่เป็นเหรัญญิกของกองทุนหมู่บ้านนี้ เธอไม่เคยรับรู้เรื่องการเบิกเงินของโครงการเลย เพราะเวลาเบิกเงิน ผู้ใหญ่บ้านจะไปเบิกกับคณะกรรมการอีกคนหนึ่ง ซึ่งเธอก็ไม่ได้ถือสมุดบัญชีธนาคาร และบัญชีรายรับรายจ่ายด้วย เพราะผู้ใหญ่บ้านจะเก็บไว้เองทั้งหมด และหลังจากเกิดเรื่อง เธอได้ไปตรวจสอบโครงการย้อนหลัง พบว่ามีอีกอย่างน้อย 2 โครงการ คือโครงการทำโรงปุ๋ย และโครงการต่อยอดโรงปุ๋ย ที่ถูกปลอมลายเซ็นด้วยเช่นกัน

ล่าสุดทีมข่าวได้เดินทางไปที่สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขา11 หรือ สทบ.ประจำจังหวัดปราจีนบุรี ปรากฎว่าทางจังหวัดทราบเรื่องนี้แล้ว และเตรียมที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบรายละเอียดในวันศุกร์นี้

ขณะที่นายธนันชัย บุญมาก หัวหน้า สทบ.สาขา 11 เปิดเผยทางโทรศัพท์กับทีมข่าวว่า หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงใน 3 ประเด็น คือ เรื่องปลอมลายเซ็น เรื่องเบิกเงินเข้าบัญชีตัวเอง และเบิกเงินโดยไม่ผ่านมติที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านหรือไม่ ซึ่งหากตรวจพบว่าผิดจริง เบื้องต้นจะเรียกเงินคืนบัญชีก่อน ส่วนเรื่องปลอมลายเซ็นก็เป็นสิทธิที่ชาวบ้านจะดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย

ทีมข่าวถามต่อว่าในฐานะเจ้าของเงิน เมื่อเรียกเงินคืนมาแล้ว จะเอาผิดได้อีกหรือไม่ หรือถือว่าเรื่องจบเพราะรัฐไม่เสียหาย เบื้องต้น หัวหน้า สทบ.สาขา 11 ระบุว่าจะต้องไปดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกที

ส่วนข้อสังเกตที่ว่า ในเมื่อเอกสารขอเบิกงบประมาณโครงการนี้ มีการปลอมลายเซ็นชาวบ้านจำนวนมาก ทางสำนักงานกองทุนหมู่บ้านฯ ได้ตรวจสอบเอกสารหรือไม่ เหตุใดจึงอนุมัติและจ่ายเงินออกไป  หัวหน้า สทบ.สาขา11 ยืนยันว่าก่อนหน้านี่สำนักงานได้ประชาสัมพันธ์มาตลอดว่า ทุกขั้นตอนการทำโครงการต้องผ่านการประชาคมในหมู่บ้าน และจัดประชุมชี้แจงให้สมาชิกทุกคนรับทราบความคืบหน้าและการเบิกจ่ายเงิน หากทำผิดไปจากนี้ทางกรรมการชุดนั้นจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งการตรวจสอบเอกสารเสนออนุมัติโครงการนั้น เจ้าหน้าที่จะดูเรื่องความถูกต้องและครบถ้วนเป็นหลัก ไม่สามารถลงลึกตรวจสอบได้ทุกลายเซ็น เพราะมีโครงการและหมู่บ้านที่ต้องดูแลจำนวนมาก แต่หลังจากที่อนุมัติเงินไปแล้ว จังหวัดก็จะมีมาตรการลงพื้นที่ตรวจสอบ และให้รายผลโครงการมาอยู่ดี ซึ่งหากทุจริตเบิกงบประมาณโดยไม่ทำโครงการ ก็จะสามารถตรวจสอบพบได้

ข่าวจาก PPTVHD36