จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือ หน่วยซีล กู้ภัย และอื่นๆ ที่ร่วมภารกิจปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า และผู้ฝึกสอน รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายใน ถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย อย่างแข็งขันตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้เวลาผ่านไปแล้ว 7 วัน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 ก.ค. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย แถลงความคืบหน้าการช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ว่า สำหรับการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่านั้น ทางเจ้าหน้ายังคงใช้แผน 1 เป็นแผนหลักคือ การเข้าหน้าถ้ำออกหน้าถ้ำ แต่ปัญหาและอุปสรรคของเราคือน้ำเยอะในถ้ำทั้งหมด งานที่เราทำคือการเร่งสูบน้ำออกจากถ้ำแต่ก็ไม่ใช่เรื่อง่าย เพราะเราต้องหาระบบอุปกรณ์ไฟฟ้า หาคนช่วย ซึ่งเราได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า แต่สิ่งที่เราทำได้ดีสำหรับเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา คือน้ำที่สูบออกมาจากในถ้ำมันใส ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานได้ปฏิบัติงานกันอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม เราก็ปฏิบัติงานชิงพื้นที่เข้าไปในถ้ำ ซึ่งเบื้องต้นภารกิจหลักตรงนี้ได้มอบหมายให้หน่วยซีลดำน้ำเข้าไปยึดพื้นที่หรือตำแหน่งที่คาดว่าน้องอยู่ให้ได้
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับแผน 2 เราพยายามเข้าถ้ำด้วยช่องทางอื่นให้ได้ ซึ่งหน้างานมีข้อจำกัดเยอะมาก ซึ่งเมื่อช่วงแรกๆของการปฏิบัติงาน เราได้มีการส่งกำลังเข้าไปเรื่อยๆ จนเต็มพื้นที่ และเราสำรวจทุกพื้นที่หมดแล้ว มีการแจ้งมา 20-30 จุด เราไปสำรวจหมด ซึ่งล่าสุดมีเพียง 2 โพรงที่ยังไม่ใช่ทางตันและสามารถเข้าไปได้ ซึ่งเราขนอุปกรณ์เข้าไปหมดแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผน มีความคืบหน้าพอสมควร หากมีความชัดเจนว่ายึดได้หรือทำอะไรได้ ตนจะมารายงานอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้มีเพียงผลการทำงานเป็นระยะเท่านั้น
ผวจ.เชียงราย กล่าวว่า ในวันนี้เราไม่ได้มองแค่เราปฏิบัติงานตรงนี้ แต่เรามองว่าผลสำเร็จแล้วเราจะเดินต่ออย่างไร วันนี้เรามีแผนถ้าผลสำเร็จเป็นอย่างนี้ เราจะเดินยังไงเราจะดูแลครอบครัวของ 13 ชีวิตอย่างไร เราจะรักษาพยาบาลเขาอย่างไร ส่งไปโรงพยาบาลไหน ซึ่งวันนี้เรามีแผนหมดในการส่งต่อ แม้แต่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก็มา ซึ่งเรามีแผนที่จะให้การศึกษาเขาอย่างไรต่อไป
ที่มา : https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_1284334