จากกรณีที่มีเรื่องราวเด็กโรงเรียนแห่งหนึ่งต้องกินขนมจีนคลุกน้ำปลากับแตงกวา 2 ชิ้น เป็นอาหารกลางวัน เรียกเสียงวิจารณ์เป็นวงกว้าง ซึ่งต่อมาได้มีคำสั่งย้าย ผอ. โรงเรียนดังกล่าวไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวยังคงไม่จบ เพราะมีการแฉออกมาอยู่เรื่อย ๆ ว่า ผอ. ไม่ได้โกงเฉพาะแค่ค่าอาหารกลางวันเด็ก แต่กินไปยันเสาไฟที่เจ้าตัวเป็นผู้รับงานเอง ในการลงปักจำนวน 8 ต้น แต่ปักจริงเพียง 6 ต้น
ล่าสุด (7 มิถุนายน 2561) เว็บไซต์ทีนิวส์ ก็ได้รายงานถึงการปฏิบัติงานโดยมิชอบของ ผอ. รายนี้ ระบุว่า หลายหน่วยงานได้ลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี โดยเด็ก ๆ บอกว่า ก่อนหน้านี้ที่โรงเรียนมีโครงการเลี้ยงปลาดุก เลี้ยงไก่ไข่ เก็บไข่ทุกวันแต่ไม่เคยได้กินไข่ เพราะ ผอ. เอาไปขายหมด ส่วนปลาดุกได้กินบ้าง ซึ่งเมื่อไปดูที่บ่อปลาดุกและที่เลี้ยงไก่ไข่ ก็พบแต่ความว่างเปล่า
นอกจากนี้ นายประวิง อายุ 50 ปี ผู้ปกครองเด็กนักเรียนรายหนึ่ง ยังบอกด้วยว่า ผู้ใหญ่บ้านและตัวแทนผู้ปกครองเคยเข้าไปคุยกับ ผอ. ว่าให้ปรับปรุงเรื่องอาหารกลางวันสำหรับเด็ก และขอร้องอย่านำน้ำอัดลมขายให้เด็ก แต่ ผอ. กลับพูดขึ้นว่าเป็นเรื่องภายในโรงเรียน คนนอกไม่เกี่ยว อย่ายุ่ง ซึ่งเหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของการประท้วงขับไล่
ซึ่งหลังจากที่ ผอ. ถูกคำสั่งย้ายออกไปแล้ว ก็ยังไม่ยอมคืนเงินค่าอาหารกลางวันเด็ก โดยค่าอาหารกลางวัน คิดเป็นหัวละ 20 บาท จำนวนนักเรียน 290 คน รวมแล้วเป็นเงิน 5,800 บาท ซึ่งเมื่อเกิดเรื่อง กลับคืนเงินให้กับโรงเรียนไม่ครบขาดไปอีก 1,000 บาท แถมเจ้าตัวยังอ้างว่า หักเป็นค่าน้ำอัดลมที่ซื้อมาขายแต่ถูกผู้ปกครองยึดไป
ขณะที่ เพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ก็ได้โพสต์ข้อความถามถึงความเหมาะสม ที่ ผอ. ให้ครูขายขนมปังให้กับเด็กนักเรียน แผ่นละ 5 บาท ซึ่งเป็นขนมปังราดนมและเม็ดน้ำตาล ซ้ำศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังบอกด้วยว่า ทำขายเด็กเพื่อเป็นค่าอาหารกลางวันครู และเพื่อให้เด็กได้กินขนมที่มีประโยชน์
ขอบคุณภาพจาก : ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน