เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์ Police News Varieties เผยแพร่บทความเรื่อง”ความสง่างามผมหายไปไหน…” เขียนโดยตำรวจชั้นผู้น้อย ระบุว่า “วันนี้ผมต้องขอบคุณตัวเองที่ได้เดินทางไปรับปืนด้วยตัวเองวันนี้ ได้สัมผัสบรรยากาศจริง เจอเหตุการณ์จริง ผมรู้สึกสงสารอาชีพของผมเป็นอย่างมาก ที่ทุกคนยกย่องว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ นี้เป็นปรากฏการณ์ที่ตำรวจไทยต้องจ่ายเงินเองเพื่อมีไว้ใช้ชึ่งอาวุธยุทโธปกรณ์สำหรับใช้ป้องกันชีวิตและพิทักษ์ทรัพย์สินของประชาชน แต่ทุกท่านรู้ไหมครับ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ต้องออกสตางค์ซื้ออาวุธปืนเองเพื่อมาปกป้องพิทักษ์รับใช้ปวงประชาเอง มีใครรู้บ้างไหม แถมยัง ต้องมานอนค้างอ้างแรม ตามข้างๆอาคาร เพื่อรอแย่งชิงการต่อคิวแบบทุลักทุเล เหมือนคนแย่งชิงกันอะไรสักอย่าง
“เห็นเเล้วสมเพชเวทนาตัวเอง ความสง่างาม ความสมเกียรติ และศักดิ์ศรีในการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของตัวผมเองเริ่มมองไม่เห็น เห็นแต่ละคนทุลักทุเล เร่งรีบ รีบร้อน แถมพื้นที่ดำเนินการ แออัดยัดเยียด จนไม่รู้จะแก้ปัญหา อย่างไรได้แล้ว
“ผมเดาว่า ทุกคนๆก็คงคิดคล้ายๆกับผม เห็นแล้ว ผมรู้สึกอายองค์กรอื่นเขาจริงๆครับ ผมเลยถามตัวผมเอง นี่หรือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ถึงแม้ผมจะได้ปืนกลับมาบ้านด้วยเงินของตัวเองทุกบาททุกสตางค์ และต้องขอขอบคุณท่านผบ.ตร.ในอดีต1ท่านและผบ.ตร.ในปัจจุบัน ที่พยายามดันโครงการนี้ให้สำเร็จลุล่วงได้ปืนมาขายให้ตำรวจได้ในราคาย่อมเยาว์กว่าหน่วยงานอื่น แต่ผมว่า ศาสตราวุธเป็นของศักดิ์สิทธ์และต้องติดตัวตำรวจไปจนตายก็ว่าได้ ขอให้จัดการมอบให้สมเกียรติ ให้สมกับศักดิ์ศรีคำว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มากกว่านี้หน่อยได้ไหมครับเจ้านายทั้งหลาย ผมจะได้มีความภาคภูมิใจกับองค์กรผมบ้าง จากตำรวจชั้นผู้น้อย ที่ทุลักทุเลในการไปขอรับปืนวันนี้ครับ ขอบคุณครับ”
นอกจากนี้เว็บไซต์ Police News Varieties ได้โพสต์รูปภาพตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวนมากที่ต่อคิวเพื่อรอรับปืนเป็นแถวยาว โดยมีหลายคนยืนรอไม่ไหว ต้องถอดรองเท้าวางต่อกันยาวเหยียดเพื่อจองคิวรอรับอาวุธปืน ที่กองสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมแคปชั่น”น่าสงสาร โซเชียลแห่แชร์ภาพ ตำรวจรับปืนราคาถูก”โดยมีผู้เข้ามาคอมเมนต์ อาทิ “สงสารเลยครับ” และ”ผมก็นึกว่า เขามารองเท้ามือสอง จากเขมรเสียอีก” เป็นต้น
อย่างไรก็ดี พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวหลังเดินทางมาสังเกตการณ์การแจกจ่ายอาวุธปืนพกสั้น ตามโครงการจัดหาอาวุธปืนพกสั้น ซิกซาวเออร์ รุ่น พี 320เอสพี เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการแจกจ่ายให้กับข้าราชการตำรวจที่ได้มีการสั่งซื้อที่มีเอกสารใบเสร็จชำระเงินและใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน หรือ แบบ ป.3 ครบถ้วน จึงจะสามารถเข้ามารับอาวุธปืนดังกล่าวได้ที่ กองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง โดยการรับอาวุธปืน ข้าราชการที่มีใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) สามารถมาขอรับอาวุธปืนที่คลังเก็บรักษาอาวุธปืน สพ.สกบ. ถนนเศรษฐศิริ แขวงถนนไชยศรี เขตดุสิต กทม. เจ้าหน้าที่จะแจกอาวุธปืนแจกในวันที่ 20 ธันวาคม และวันที่ 23ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 09.00-14.00 น. และจะเปิดแจกปืนอีกครั้งวันที่ 10 มกราคม เป็นต้นไปสำหรับการรับแบบกลุ่มหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นรับแทน ส่วนการรับปืนในวันเสาร์และวันอาทิตย์แบบรับเองเฉพาะบุคคลเริ่มวันที่ 13 มกราคมเป็นต้นไป สำหรับกรณีที่ข้าราชการตำรวจ ที่มีความประสงค์ที่สั่งซื้ออาวุธปืน พกสั้น ซิกซาวเออร์ พี 320เอสพี และต้องการชำระเงิน หรือ ผู้ที่เคยขอรับเงินคืนและมีความประสงค์ที่จะสั่งซื้ออาวุธปืนในโครงการนี้ใหม่ สามารถดำเนินการได้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 หรือติดตามข้อมูลได้ที่ http://www.sigp320sp.com/assets/doc/Order.pdf” รองโฆษกตร.เผย
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทยเป็นอย่างดี ในการการอำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) โดยทราบว่าได้มีการเน้นย้ำ ให้นายทะเบียนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณสมบัติข้าราชการตำรวจในการขอใบอนุญาตให้ซื้อปืน(ใบ ป.3) เฉพาะที่กฎหมายบัญญัติ ตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 เท่านั้น หากกระทำเกินกว่ากฎหมายกำหนดหรือมีพฤติกรรมทุจริต ให้จังหวัดตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทันที รวมทั้งพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับ สำนักงานส่งกำลังบำรุง ควบคุมการแจกจ่ายอาวุธปืนให้เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว อย่าให้มีเรียกรับผลประโยชน์เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ยังให้สำนักงานส่งกำลังบำรุง จัดอาหารให้กับข้าราชการตำรวจที่มารอรับปืน ท้ายสุดนี้ ท่าน ผบ.ตร. ฝากเตือน ไปถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ที่แอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์เพื่อเร่งรัดระยะเวลาในการรับอาวุธปืน หากตรวจพบหรือมีข้อมูลว่าผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียกรับผลประโยชน์หรือเรียกค่าดำเนินการใดๆจะดำเนินการทางวินัยและอาญาจนถึงที่สุด
ข่าวจาก : Police News Varieties, มติชนออนไลน์