แม่เผยความในใจ ลูกถูกเพื่อนไถเงินยาวนานเป็นปี โรงเรียนแก้ไขปัญหาไม่ได้ จนตัดสินใจให้ย้ายโรงเรียน แต่ก็ถูกครูหยันว่า เรื่องแค่นี้ถึงต้องเอาออกเลยเหรอ
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2560 เฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ ได้มีการโพสต์เรื่องราวหัวอกแม่ เมื่อลูกถูกไถเงินที่โรงเรียน ทางโรงเรียนไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เด็ดขาด จนต้องย้ายโรงเรียน ทำให้ครูหยันว่า เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องเอาออกเลยเหรอ มีรายละเอียดทั้งหมด ดังนี้
ด้วยความรักและหวังดีกับลูก ยอมเสียเงินแพงจ่ายค่าเทอมส่งลูกไปโรงเรียนเอกชน เพื่อหวังให้ลูกอยู่ในสังคมดีๆ ห่างจากพวกเด็กเกเร สุดท้ายกลายเป็นยัดเยียดประตูนรกให้ลูก 1 ปีเต็ม ที่โดนข่มขู่และทำร้ายร่างกาย
ทุกวันที่ไปโรงเรียน โดนเพื่อน 3 คนรุมทำร้าย มีแผลกลับมาบ้านอยู่บ่อยๆ แต่มาโกหก ว่าอุบัติเหตุเดินชนนู่นนี่นั่น สุดท้ายได้แผลรอยกรีดมาเต็มแขน แม่จึงได้รู้ความจริงทั้งหมด อ่านจากแชทที่ข่มขู่กันแม่กับยายน้ำตาตก เพื่อนขู่ถึงกระทั่งถ้าบอกใคร จะให้พี่ชายที่เป็นนักเลงมายิงให้หมด
ทางโรงเรียนเองก็นิ่งดูดายมาตลอด เหตุเกิดในห้องเรียนทั้งหมด เกือบ 1 ปีแล้วครูมัวทำอะไร? ขอพบผู้ปกครองคู่กรณีก็ไม่ยอม จนต้องขู่แจ้งความถึงได้คุยกัน ผลสรุป นักเลง 3 คนโดนตีคนละ 1 ที และทำงานจิตอาสาอีก 7 วัน
#คำถามคาใจแม่คือ มันชดเชยกับความรู้สึกที่เสียไปตลอด 1 ปีของเด็กได้ไหม ที่ต้องไปโรงเรียนด้วยความกลัวทุกวัน ต้องโดนเพื่อนรุมทำร้ายขู่เอาเงินมาตลอด
#ผลประโยชน์จากเด็กแค่ 3 คน สำคัญกว่าความปลอดภัยของเด็ก คนอื่นหรือ?
หลังจากโรงเรียนทำโทษไปแล้ว เด็กก็ยังมาขู่อีก เพื่อความปลอดภัยแม่จึงต้องเอาลูกออกจากโรงเรียนก่อน แม้จะไม่ใช่คนผิด ผลที่ได้คือเสียงหัวเราะหยันของครูในโรงเรียน ว่าเรื่องแค่นี้ถึงกับต้องเอาออกเลยหรือ
#อยากให้เกิดกับลูกคุณจังดูซิจะปากดีแบบนี้ไหม
ในเมื่อผู้บริหาร บอกได้เพียงว่าให้เด็กดูแลตัวเองต้องคอยระวังตัวหลบหลีกจากคู่กรณีซึ่งอยู่ห้องเดียวกัน จะให้แม่ทำอย่างไร
#ต้องรอให้ลูกถูกทำร้ายร่างกายมากกว่านี้หรือ
#เราผิดเองใช่ไหมที่สอนลูกให้เป็นคนดีเกินไป
#ขอบคุณผู้บริหารและคุณครู ทุกท่านที่ให้ความช่วยเหลือ รับเด็กเข้าศึกษาต่อกลางคัน
โดยในเวลาต่อมา Ae Supaporn ได้อัพเดทความคืบหน้าแล้วว่าได้ทำการแจ้งความเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งขอบคุณทุกกำลังใจ ทั้งนี้ที่เผยแพร่เรื่องดังกล่าวออกไปไม่เจตนาจะเด่นดัง แต่ต้องการเป็นอุทาหรณ์พ่อแม่ผู้ปกครองและครู ให้ช่วยกันดูแลเด็กให้ดีกว่านี้
"#หัวอกแม่2 ขอบคุณทุกๆไลค์ทุกๆความคิดเห็นค่ะ ตอนนี้ มีข้อความที่ส่งเข้ามาเยอะมาก ส่วนใหญ่จะให้กำลังใจมีบ้างส่วนน้อยที่ติ เตียน ไม่ว่ากันค่ะคิดต่างได้ บางทีเรื่องแบบนี้ถ้าไม่เกิดกับตัวเองหรือยังรับทราบข้อมูลไม่หมดหรือด้วยความรักสถาบัน อาจทำให้เกิดความคิดเห็นที่ต่างไป แต่อยากให้เข้าใจว่า ที่เขียนโพสต์ขึ้นมา เพราะอยากให้เป็นกรณีศึกษาในสังคม สำหรับ ผู้ปกครอง ในการดูแลบุตรหลาน และสถานศึกษาที่ควรจะมีระบบดูแลนักเรียน ให้ดีกว่านี้ ไม่ได้มีเจตนาจะประจานหรือทำลายชื่อเสียงสถาบันใดๆเรื่องที่โพสต์ก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น เอามาเล่าสู่กันฟัง ไม่ได้อยากเด่นอยากดัง บนความทุกข์ของลูก ครูหลายคนในโรงเรียน ก็ดีกับลูกตอนเกิดเหตุคุณครูประจำชั้นก็พาลูกไปทำแผลและต่อว่าคู่กรณี ครูอีกหลายคนก็เป็นห่วงมาไถ่ถาม ว่าลูกเป็นอย่างไรบ้าง แค่บางส่วนเท่านั้นที่ทำให้เสียความรู้สึกกับแนวทางการบริหารที่แปลก…แต่จริง!
ในส่วนของตัวเด็กคู่กรณีทั้งสามคน หลังจากทราบเรื่องว่าทางเราไปแจ้งความแล้ว ก็มีการติดต่อเข้ามา ขอโทษและขอเจรจา และคงได้รับบทเรียนไปพอสมควรแล้ว ก็ขอความกรุณาอย่าโจมตีเด็กอีกเลยค่ะ"
ขอบคุณข้อมูลจาก : แหม่มโพธิ์ดำ, Ae Supaporn