สวัสดีค่ะเพื่อนๆเชื่อว่าหลายคนคงจะไม่เคยเห็นมาก่อน “อู๊ด เป็นต่อ” นักแสดงตลกชื่อดัง ถอดผ้าผูกผมสุดที่รัก และวันนี้เราจะพาทุกท่านไปชมภาพ พี่อู๊ด หลังถอดผ้าผูกผมมาให้บรรดาแฟนคลับได้ชมกันจ้า แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ภาพแบบนี้ไม่ได้หาดูกันง่ายๆนะคะ อาจจะเป็นเพราะว่าพี่แกปิดบังหน้าผากก็เป็นได้จ้า ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละคนกันเลยค่ะ เดี๋ยวตามไปชมภาพกันเลยจร้าว่าจะฮาแค่ไหน ตามมาดูกันดีกว่าว่าฮาแค่ไหน และตามมาอ่าน ประวัติ อู๊ด เป็นต่อ กันดีกว่า
ประวัติ อู๊ด เป็นต่อ
ธีระชาติ ธีระวิทยากุล (เกิดเมื่อ 13 มีนาคม พ.ศ. 2519) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ อู๊ด เป็นต่อ เป็นนักแสดงตลกชาวไทย มีชื่อเสียงจากละครซิทคอมเรื่อง เป็นต่อ ในบท “อู๊ด” ธีระชาติเป็นชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ครอบครัวมีกิจการร้านซ่อมนาฬิกา มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักดนตรีเพื่อชีวิตตั้งแต่เด็ก จึงออกจากบ้านไปเป็นลูกวงดนตรีกะท้อน และซูซู และตั้งวงดนตรีกับเพื่อนๆ รวมถึงเป็นนักแสดงตลกคณะเหลือเฟือ มกจ๊ก โดยเล่นเป็นนักดนตรีเพื่อชีวิต “แอ๊ด มกจ๊ก” ล้อเลียน แอ๊ด คาราบาว การแสดงตลกในคณะเหลือเฟือ มกจ๊ก ไปสะดุดตาจิรศักดิ์ โย้จิ้ว ผู้กำกับละครซิทคอม เป็นต่อ จึงได้ติดต่อให้เข้ามาร่วมแสดง
เปิดชีวิต อู๊ด เป็นต่อว่าเขาเป็นมาอย่างไร
“ตอนนั้นเวลากลับบ้านผมจะเดินลัดทุ่งนาไม่ยอมเดินผ่านหมู่บ้าน อายเขา คนอื่นเขากลับบ้าน เขาจะขับกระบะกันแต่ผมกลัวคนถามว่าทำอาชีพอะไร ถ้าบอกเล่นดนตรี ก็กลัวเขาจะว่าอะไรวะกลัวแม่จะอายด้วย”
กระทั่งครั้งสุดท้ายที่เปลี่ยนไปเพราะถึงวงจะแตก แต่ก็ไม่อยากกลับบ้านทำให้แม่โมโหถึงขนาดประกาศจะตัดแม่ตัดลูก ถึงขนาดนั้นแล้วเขาก็ยังไม่กลับ
ถ้าจะถามว่าช่วงนั้นเป็นยังไง อู๊ดยิ้มแหยๆ ก่อนจะว่า “ชีวิตบัดซบเลยหละครับพี่น้อง” ต้องไปอาศัยบ้านเพื่อนในกรุงเทพฯ ซุกหัวนอน เพราะไม่มีงานไม่มีเงิน
“แต่ก็ยังลำบากนะ เพราะเพื่อนมีแฟนแล้ว บางทีเขากลับช้าเราก็ไม่รู้จะไปอยู่ตรงไหน บางทีเขาทะเลาะกับแฟน ก็จะยื่นเงินให้ผม 100บ้าง 200 บ้าง แล้วให้ผมไปอยู่กับอีกคน”
กับเพื่อนที่ดี อู๊ดว่าเขารู้สึกเกรงใจอย่างยิ่ง แต่ขณะเดียวกันก็ประจักษ์ว่าเพื่อนที่ไม่ต้อนรับเราก็มีเหมือนกัน
“บอกเดี๋ยวพี่กูมา เดี๋ยวนั่นเดี๋ยวนี่มา กินข้าวอะไรก็ไม่ถามนะ ผมนั่งอยู่ก็เดินผ่านไปเหมือนผมเป็นอากาศธาตุ”
พอทนไม่ไหวเขาก็ตัดสินใจออกจากบ้านเพื่อนคนนั้น เพื่อไปอาศัยบ้านของอีกคนจนใจที่มีสตางค์ติดตัวแค่ 50 บาท ไม่สามารถไปถึงได้สุดท้ายเลยอาศัยป้ายรถเมล์เป็นที่นอน
“ตอนนี้ความคิดก็แวบขึ้นมาเหมือนกัน ว่าเมื่อเป็นคนดีไม่ได้ เป็นโจรซะเลยจะดีกว่า ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป”
โชคยังดีที่ระหว่างตัดสินใจว่าควรจะเริ่มอาชีพด้วยการวิ่งราวกระเป๋า หรือกระชากสร้อย เพื่อนชื่อ “อู๊ด” อีกคนซึ่งนั่งรถเมล์ผ่านมามองเห็นเขาเข้าพอดี จึงรีบลงจากรถมาหา
“เป็นอันว่าที่คิดจะทำชั่วก็ไม่ได้ทำ” ท่าทางคนเล่าเหมือนจะโล่งหัวอก
เพื่อนอู๊ดชวนอู๊ดไปขายน้ำอัดลมตามโรงเรียน ได้เงินค่าขายวันละ 100-200บาท ซึ่งก็พอไหว ทำไปสักพักเพื่อนก็โทร.ไปหา “พี่ป้อม สุรินทร์” ให้
ป้อม สุรินทร์ เป็นเพื่อนนักดนตรีรุ่นพี่ที่สนิทกันของเขาเป็นคนที่ให้โอกาสเขาเล่นดนตรี เป็นคนที่เขายกให้เป็น”ผู้ปิดทองหลังพระตัวจริง” เพราะช่วยเหลือเขามาตลอดป้อมคนนี้แหละที่ฝากเขาเข้าคณะตลกของ “เหลือเฟือ มกจ๊ก”ไปเป็นเด็กเก็บเสื้อผ้า ทำหน้าที่ทั้งซักทั้งรีดเสื้อรวมถึงจัดเก็บข้าวของต่างๆ ในวง
โชคยังดีที่ระหว่างตัดสินใจว่าควรจะเริ่มอาชีพด้วยการวิ่งราวกระเป๋า หรือกระชากสร้อย เพื่อนชื่อ “อู๊ด” อีกคนซึ่งนั่งรถเมล์ผ่านมามองเห็นเขาเข้าพอดี จึงรีบลงจากรถมาหา
“เป็นอันว่าที่คิดจะทำชั่วก็ไม่ได้ทำ” ท่าทางคนเล่าเหมือนจะโล่งหัวอก
เพื่อนอู๊ดชวนอู๊ดไปขายน้ำอัดลมตามโรงเรียน ได้เงินค่าขายวันละ 100-200บาท ซึ่งก็พอไหว ทำไปสักพักเพื่อนก็โทร.ไปหา “พี่ป้อม สุรินทร์” ให้
เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆที่ได้เห็นตอนที่พี่อู๊ดของเรานั้นถอดผ้าผูกผมออกแล้ว มันก็ออกจะแปลกๆตาหน่อยนะ ที่เขาต้องผูกผ้าตลอดเวลาแบบนี้ มันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจ้า แฟนคลับทุกคนจะได้จำง่ายขึ้น เอาเป็นว่าฝากติดตามผลงานของพี่เขากันด้วยนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : IG @aood.pentor