เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ห้องศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะชายและศัลยกรรมตกแต่ง ชั้น 5 ร.พ.พุทธชินราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินทางไปเพื่อเข้าเยี่ยม ด.ช.เอ (นามสมุติ) อายุ 13 ปี ชาวจ.อุทัยธานี ซึ่งนอนพักรักษาตัวหลังแพทย์ทำการตัดแขนทั้ง 2 ข้างออก หลังจากถูกไฟฟ้าช็อต จนเนื้อไหม้เกรียมผิวหนังเสียหายกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ขณะไปรับจ้างเป็นคนงานก่อสร้าง
น.ส.วิ ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า ครอบครัวมีฐานะยากจน โดยตนไปทำงานก่อสร้างอยู่ที่กรุงเทพฯ เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ขณะที่ลูกชายเรียนหนังสือถึงชั้น ป.6 ก็ออกไปทำงานก่อสร้างอยู่กับป้าที่เป็นผู้รับเหมาตั้งแต่อายุ 11 ปี ช่วงเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ป้าพาหลานและคนงานได้ปลูกบ้านของตัวเองที่ จ.เพชรบูรณ์ วันเกิดเหตุลูกชายเล่าว่า ป้าออกไปซื้อของที่ตลาด คนงานที่ทำหลังคาเกิดทำงานไม่ไหว จึงสั่งให้ลูกปีนขึ้นไปแทนแต่ขณะขนเหล็กเกิดไปพาดกับสายไฟฟ้าแรงสูงทำให้ถูกไฟฟ้าชอร์ตจนต้องถูกตัดแขนทั้ง 2 ข้างทิ้งไป
“ตั้งแต่เกิดเหตุป้าช่วยเหลือเงินมาเพียง 1 หมื่นบาท จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้แสดงความรับผิดชอบอีกเลย ทุกวันนี้ลูกชายก็ยังทำใจไม่ได้ที่จะต้องเป็นคนพิการไม่มีแขนสองข้างไปตลอดชีวิตกว่า 2 เดือนแล้ว ที่ตนไม่ได้ทำงานต้องคอยดูแลลูกชายที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี”
ขณะที่ผู้เป็นป้า อายุ 30 ปี เดินทางมาเยี่ยมอาการหลานด้วยเช่นกัน พร้อมร่ำไห้เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดเหตุตนและสามีดูแลให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด พร้อมมอบเงินเบื้องต้น 1 หมื่นบาท เป็นค่ารักษาพยาบาลแต่แม่ของเด็กต้องการให้จ่ายค่าเสียหายรวม 3 แสนบาท ซึ่งตนก็ไม่ได้ขัดข้องแต่ขอผ่อนจ่ายเป็นงวด งวดละ 5 หมื่นบาท เพราะทำงานรับเหมาก่อสร้างหาเช้ากินค่ำไม่ได้มีเงินทองมากมายเหมือนกัน และด.ช.เอ ตนก็รักเหมือนลูกเหมือนหลานอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ ที่ผ่านมาเด็กไม่ได้อยู่กับแม่ ถึงแม้ตนจะโทรติดต่อให้มารับลูกไปอยู่ด้วย อยากขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวด้วย
ด้านนางปวีณา กล่าวว่า เบื้องต้นจะประสานกับอธิบดีกรมสวัสดิการคุ้มครองแรง ของกระทรวงแรงงานฯ และผู้บังคับการตำรวจภูธรเพชรบูรณ์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงยุติธรรม และผอ.โรงพยาบาลพุทธชินราช ทุกหน่วยงานจะมาประชุมกัน เพื่อหาข้อสรุปช่วยเหลือเด็ก เพราะการสูญเสียแขนทั้ง 2 ข้างเป็นเรื่องใหญ่ยิ่ง สำหรับเด็กอายุเพียง 13 ปี
“สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เรื่องช่วยเหลือเงินอย่างเดียว แต่การฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กอีกด้วย เพราะเด็กยังรับไม่ได้ที่จะสูญเสียแขนทั้ง 2 ข้าง ซึ่งทางร.พ.จะมีนักจิตเวช นักจิตวิทยา จะสามารถฟื้นฟูสภาพจิตได้ระดับหนึ่ง สิ่งสำคัญคือแม่หรือทุกคนที่ใส่ใจให้ความช่วยเหลือ จะทำให้เขามีชีวิตที่ปกติได้ ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ส่วนเรื่องคดีได้พูดคุยกับทางผู้บังคับการแล้วหลังมีการแจ้งความไว้ โดยจะมีการสอบสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบด.ช.เอ อีกครั้งหลังจากทำการผ่าตัดอีกครั้งหนึ่งตามที่แพทย์มีการวินิจฉัยเอาไว้
ข่าวจาก : ข่าวสดออนไลน์