เจ้าจอมตนกูสุเบียได้เข้าไปรับราชการสนองพระเดชพระคุณเป็นพระสนมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2404 ถือเป็นพระสนมที่เป็นอิสลามิกชนท่านแรกและท่านเดียวในรัชกาล …ด้วยความที่เจ้าจอมตนกูสุเบียมีพระชาติกำเนิดเป็นเจ้านายจากต่างประเทศ หากเจ้าจอมมีพระสูติการพระราชบุตร พระราชบุตรพระองค์นั้นจะถูกยกเป็น เจ้าฟ้า ตั้งแต่แรกประสูติหรือที่เรียกว่า “เจ้าฟ้าไบไรต์” เช่นเดียวกับเจ้าจอมพระองค์เจ้ากำโพชราชสุดาดวง พระสนมอีกพระองค์หนึ่งที่เป็นเจ้านายจากเมืองเขมร
แต่เจ้าจอมทั้งสองท่านก็มิได้ประสูติพระราชบุตรแต่อย่างใด
ดังปรากฏใน ธรรมเนียมในราชตระกูลสยาม ความว่า
“…ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นักเยี่ยมซึ่งเป็นบุตรสมเด็จพระเจ้านโรดมเจ้ากรุงกัมพูชา ซึ่งโปรดฯ ให้เป็นพระองค์เจ้ากำโพชราชสุดาดวง แลตนกูสุเบีย ซึ่งเป็นน้องสาวสุลต่านมหมุดเมืองลิงงา เป็นพระสนมอยู่ทั้งสองคน ก็ได้ปรารภเป็นการดังทราบทั่วกัน ถ้าพระราชบุตรเกิดด้วยเจ้า 2 คนนี้ ก็ต้องเป็นเจ้าฟ้าตามธรรมเนียมเหมือนกัน แต่ก็มีคนรังเกียจอยู่ในการที่จะต้องเป็นดังนั้นมาก”
หลังพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2411 ล่วงมาในปี พ.ศ. 2419 เจ้าจอมตนกูสุเบียจึงถวายบังคมลาออกไปอาศัยกับพระยาตรังกานูอุมา ผู้ลุง ก่อนจึงเสกสมรสใหม่กับเติงกูลง บินเติงกูกูดิน (Tengku Long bin Tengku Kudin หรือปรากฏใน พงษาวดารเมืองตรังกานู ว่า ตนกูหลงบุตรตนกูเดน หลานพระยาตรังกานูกาโหด ในปีเดียวกันนั้น และไปใช้ชีวิตที่ตรังกานู จนกระทั่งสามีเสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2428
ภาพ : เจ้าจอมตนกูสุเปีย ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
ถ่ายโดย คาร์ล บิสมาร์ก ช่างภาพชาวเยอรมัน เมื่อ พ.ศ. 2404
ที่มา : นิทรรศการฉายาลักษณ์สยาม
บรรเลง : นายสอาด ลงสี : นายโพยม
ขอบคุณข้อมูลจาก : campus-star.com