เมื่อเวลา 06.00 น วันที่ 10 พ.ย. พ.ต.ท.ถาวร สายมะณี สว.(สอบสวน) สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันในแฟลตเอื้ออาทร ซ.รามอินทรา 117 ถนนราษฎร์พัฒนา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา จึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.อสินชัย นิ่มปุญญกำพงษ์ ผกก.สส.น3 พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รองผกก.สส.น3 พ.ต.ท.ศุภกร อ้นสุวรรณ์ สว.กก.สส.น3 ร.ต.ต.สกุลชัย ทั่งนาค รองสว.กก.สส.น3 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน
ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าห้องพักพบคราบเลือดกระจาย ตั้งแต่หน้าประตูเข้าไปถึงภายในห้อง ข้าวของล้มระเนระนาด พร้อมหัวกระสุนขนาด .38 จำนวน 1 นัด เบื้องต้นตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อนายอดุลวิทย์ อายุ 39 ปี เจ้าหน้าที่นิติกรศาลแขวงปทุมวัน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่แขนทั้ง 2 ข้าง ที่ท้อง 1 นัด อาการสาหัส ใกล้กันพบศพน.ส.วีวัลพัชร อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่ชำนาญการศาลแขวงปทุมวัน ถูกยิงเข้าที่ต้นแขนซ้ายและขวา อกซ้ายรวม 3 นัด และนางลำพร อายุ 57 ปี แม่ผู้ตาย ถูกกระสุนถากคิ้วบาดเจ็บเล็กน้อย จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณเชิงบันไดชั้น 4 พบปลอกกระสุน .38 จำนวน 6 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนนางลำพรให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับสามีอาศัยอยู่กับลูกสาวและนายอดุลวิทย์อยู่ภายในห้องพักดังกล่าว ขณะลูกสาวและนายอดุลวิทย์กำลังเปิดประตูห้องออกไปทำงาน ได้พบน.ส.กรวรรณ ภรรยาของนายอดุลวิทย์ที่มาดักรออยู่หน้าห้อง ก่อนน.ส.กรวรรณเปิดฉากยิงใส่และบุกเข้ามาในห้อง แล้วยังยิงใส่อีกหลายนัด จนถูกลูกสาวเสียชีวิตและตัวเองบาดเจ็บ จึงร้องให้คนแถวนั้นช่วยนำส่งร.พ.
นางลำพรให้การอีกว่า ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากความหึงหวง เพราะนายอดุลวิทย์เคยแต่งงานกับน.ส.กรวรรณ แต่ช่วงหลังทั้งคู่มีปากเสียงกันแล้วแยกกันอยู่ ก่อนนายอดุลวิทย์จะมาพบกับลูกสาวที่ทำงานอยู่ที่เดียวกัน แล้วเข้ามาอยู่ด้วยกันที่ห้องพักร่วมกับตนและสามีได้ประมาณ 1 เดือน ขณะอาศัยอยู่ด้วยกันในห้องพักที่เกิดเหตุ ลูกสาวไม่เคยบอกเรื่องส่วนตัวหรือปัญหาให้ฟัง กระทั่งมาเกิดเหตุไม่คาดคิด
พ.ต.อ.ถนัด กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุเป็นภรรยาของนายอดุลวิทย์ ได้ใช้อาวุธปืนบุกไปถึงห้องพักภายในแฟลตเอื้ออาทร แล้วก่อเหตุยิงผู้หญิงอีกคนที่อยู่กับนายอดุลวิทย์ จนหญิงคนดังกล่าวเสียชีวิต นอกจากนี้เมื่อสอบพยานผู้เห็นเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. พบน.ส.กรวรรณ ผู้ก่อเหตุมาดักรอใต้อาคาร ก่อนเดินขึ้นไปก่อเหตุดังกล่าวในเวลา 06.00 น.
ขณะที่ร.ต.ต.สกุลชัย ซึ่งพักอยู่แฟลตที่เกิดเหตุและได้ยินเสียงปืน ก่อนจะสืบสวนหาต้นตอของเหตุดังกล่าว กระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุคือน.ส.กรวรรณ ภรรรยานายอดุลวิทย์ ทำงานอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านคลองเตย จากนั้นได้ติดต่อไปที่เบอร์ของน.ส.กรวรรณ โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยรับสายและบอกว่าหญิงคนดังกล่าวได้กระโดดสะพานปิ่นเกล้า จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
ต่อมาพ.ต.ท.อนันท์ วงศ์คำ สวป.สน.ชนะสงคราม รับแจ้งเหตุหญิงสาวกระโดดสะพานพระปิ่นเกล้า จึงเดินทางไปตรวจสอบพบน.ส.กรวรรณลอยคออยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่จึงเร่งทำการช่วยเหลือ แต่ระหว่างนั้นนายธนวัฒน์ เรียนงาม พลเมืองดี ซึ่งเป็นคนขับเรือเห็นเหตุการณ์ จึงได้กระโดดลงไปช่วยพร้อมตำรวจและทหาร ก่อนนำตัวขึ้นมาที่ท่าเรือ ตรวจสอบยังพบกระเป๋า ซึ่งภายในบรรจุอาวุธปืน .38 พร้อมกล่องลูกกระสุนปืน .38 จำนวนกว่า 20 นัด จากนั้นนำตัวมาสอบสวนที่สน.มีนบุรี
โดยน.ส.กรวรรณยังให้การที่สับสนและเปิดเผยสั้นๆว่า ได้แยกกันอยู่กับนายอดุลวิทย์มาสักพักแล้ว เนื่องจากสามีไม่กลับบ้าน จนทราบว่าสามีไปคบหากับผู้ตายนานกว่า 1 เดือนแล้ว จึงรู้สึกไม่พอใจและสั่งซื้อปืนและกระสุนทางอินเตอร์เน็ต เพื่อที่จะนำมายิงสามี เมื่อได้รับปืนตนตั้งใจที่จะยิงสามีเพียงคนเดียว แต่พลาดจึงยิงโดนผู้ตายด้วย จึงตัดสินใจหลบหนี เพื่อไปฆ่าตัวตายหนีความผิด แต่มีคนมาช่วยได้ก่อน
“ยอมรับว่ารู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น และรับสารภาพในทุกข้อกล่าวหา พร้อมทั้งขอโทษไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาน.ส.กรวรรณ ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,พยายามฆ่าผู้อื่น ,พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยในวันที่ 11 พ.ย.จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลมีนบุรีต่อไป
ข่าวจาก : ข่าวสดออนไลน์