เมื่อวันที่ 31 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานถึงความหน้ากรณีกระแสข่าวลุงเฉื่อย หรือ นายเชื่อย โพยมแจ่ม (ชื่อตามบัตร ปปช.) อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 4 บ.โชค ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินทร์ จ.สุรินทร์ ซึ่งมีอาชีพเป็น ผู้ช่วยสับปะเหร่อ อยู่ที่วัดโพธิ์รินทร์วิเวก หมู่ 2 บ้านเขวาสินรินทร์ ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ไม่มีลูกเมีย กิจวัตรประจำวันของลุงเฉื่อย คือ การดูแลทำความสะอาดเมรุวัดโพธ์รินทร์วิเวก ช่วยงานวัดทุกอย่างรวมทั้งเดินสายช่วยสัปเหร่อประกอบพิธีงานฌาปณกิจศพวัดในพื้นที่ถึง 4 แห่ง ปัจจุบันอาศัยหลับนอนประจำอยู่ที่วัดโพธ์รินทร์วิเวกแห่งนี้ด้วย โดยลุงเฉื่อย เป็นที่รู้จักหลังจากการใช้เชือกฟางรัดกางเกงมาให้เรียบร้อยเพื่อขอวางดอกไม้จันทน์
ล่าสุดวันนี้ (31 ต.ค.60) เวลา 08.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ลุงเฉื่อยกลายเป็นบุคคลดัง และกลายเป็นเน็ตไอด็อลทั้งในพื้นที่และทั่วประเทศ โดยที่ไม่รู้ตัว ทำให้ประชาชนให้ความสนใจแวะเวียนมาเยี่ยม ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก รวมทั้งซื้อสิ่งของมาฝากลุงเฉื่อยอย่างไม่ขาดสาย ขณะที่คุณพิริยา ไม่ทราบนามสกุล คนไทยในซิดนี่ย์ ที่เห็นข่าว ก็ได้ติดต่อผ่านเพจชุมชนเขวาสินรินทร์ โดยมีนายเสน เหลี่ยมดี เป็นแอดมิน พร้อมโอนเงินให้จำนวน 1,500 บาท เพื่อให้ช่วยพาคุณลุงเฉื่อย ไปเลือกซื้อเสื้อผ้า รองเท้าและเข็มขัด รวมทั้งหมวกแก๊ป ที่ร้านขายเสื้อผ้า ชื่อร้าน”ศศิมา” เลขที่ 250 ม.4 บ.โชค ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินทร์ฯ เพราะต่างเห็นถึงความน่ารักความซื่อบริสุทธิ์และความจงรักภักดีที่มีต่อในหลวง ร.๙ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทุกคน
สำหรับร้านขายเสื้อผ้า ชื่อร้าน ศศิมา ดังกล่าว เป็นร้านเดียวกันที่คุณลุงเฉื่อย เคยปั่นจักรยานกลับมารอบที่ 2 เพื่อมาเลือกซื้อเสื้อและกางเกง ก่อนจะปั่นกลับไปถวายดอกไม้จันทน์ ซึ่งหลังจากที่นายเสน เหลี่ยมดี แอดมินเพจชุมชนเขวาสินรินทร์ ได้นัดหมายลุงเฉื่อยที่ร้านดังกล่าว เมื่อเช้าที่ผ่านมา คุณลุงได้ปั่นจักรยานสีแดงคู่ใจไปยังร้านที่นัดหมายทันที เพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้า และลองชุด ซึ่งคุณลุงไม่รีรอคอยท่า จัดการลองชุด ทั้งเสื้อผ้า กางเกง หมวกแก๊ป โดยเฉพาะเข็มขัด ที่สำคัญยังลองสวมใส่รองเท้าหนังสีดำ ขัดมันเลื่อมอีกด้วย เป็นภาพที่น่ารักน่าประทับใจแก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งคุณลุงได้ฝากขอบคุณผู้ที่ฝากเงินมาซื้อชุดให้ลุงและคนไทยที่มองเห็นความสำคัญและคุณค่าของคงแก่คนหนึ่ง ที่ทำไปด้วยจริงใจและความจงรักภักดีที่มีต่อในหลวง ร.๙ เท่านั้น
ด้านนางศศิมา สมัครเดียว เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าศศิมา เปิดเผยว่า วันที่ลุงเฉื่อยปั่นจักรยานกลับมารอบที่ 2 เพื่อมาขอซื้อชุด ตนก็แนะนำไปว่าต้องใส่ชุดแบบไหน ซึ่งคุณลุงใส่เสื้อและกางเกงไม่สุภาพ หากต้องเปลี่ยนคงต้องเปลี่ยนทั้งเสื้อและกางเกง โดยราคาทั้งเสื้อและกางเกง ประมาณ 500 บาท แต่คุณลุงแกมีเงินไม่ถึง 500 บาท ตนจึงลดให้ ส่วนเข็มขัดลุงเงินไม่พอ ลุงบอกว่าจะไปหายืมอันเก่าของเขาใส่ก่อน และแกก็ปั่นจักรยานกลับไป ไม่คิดว่าแกจะมัดเชือกฟางเข้าไป
ด้าน ด.ต.สุพจน์ เมื่อประโคน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขวาสินทร์ ซึ่งเป็นทีมจิตอาสาช่างภาพ อ.เขวาสินรินทร์ และเป็นผู้ที่ถ่ายภาพลงเพจชุมชนเขวาสินรินทร์จนโด่งดังในโลกโซเชี่ยล เปิดเผยว่า ปกติตนจะมักเห็นลุงเฉื่อย ปั่นรถจักรยานผ่านหน้าบ้านทุกวัน แต่งตัวธรรมดาๆ กลับบ้านบ้างไปช่วยงานที่วัดบ้าง และในวันงานพระราชพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ตนมองเห็นลุงเฉื่อยใส่ชุดดำเรียบร้อย แปลกตาเพราะไม่เคยเห็นแกแต่งตัวแบบนี้ แต่เหลือบไปมองเห็นเข็มขัดเป็นเชือกฟางมัดไว้ จึงถ่ายภาพมาเลือกลงเพจ กับนายเสน เหลี่ยมดี แอดมินเพจชุมชนเขวาสินรินทร์ และเป็นทีมจิตอาสาช่างภาพด้วยกัน เพราะเห็นว่าเป็นภาพที่น่ารักน่าประทับใจ มีความรู้สึกที่ลึกซึ้งหลายอย่าง จนแกดังในโลกโซเชี่ยล ตนในนามช่างภาพก็รู้สึกดีใจ ที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวดีๆมุมดีๆ เพื่อถวายอาลัยต่อในหลวง ร.๙ เป็นการร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยครั้งสุดท้ายร่วมกัน
นายเสน เหลี่ยมดี แอดมินเพจชุมชนเขวาสินรินทร์ และเป็นทีมจิตอาสาช่างภาพ อ.เขวาสินรินทร์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้สอบถามประวัติลุงเฉื่อย ทราบว่าลุงมีพี่สาวกับน้องสาว มีฐานะยากจนตั้งแต่เด็ก อยู่บ้านหลังเล็กๆ และสาเหตุที่ลุงเฉื่อยมาอยู่ที่วัดก็เพราะความยากจน จึงออกจากบ้านมาช่วยงานวัด ทำงานวัด หวังเพียงได้ข้าวและอาหารที่เหลือจากวัด เหลือจากพระฉันท์ นำกลับไปให้พี่สาวน้องสาวได้กิน จนถึงปัจจุบัน ถือว่าคุณลุงเป็นคนดีมากๆนอกจากจะช่วยงานสังคมแล้ว ยังช่วยเหลือพี่น้องที่ลำบากมาโดยตลอดอีกด้วย ตนในฐานะแอดมินเพจชุมชนเขวาสินรินทร์ ขอชื่นชมคุณลุงอย่างมากครับ
ข่าวจาก : ข่าวสดออนไลน์