เบื้องหลังความงามสมพระเกียรติ…’วาทิต พุฒสังข์’ หนึ่งในช่างฝีมือเหล่าดอกไม้สดประดับบน’พระจิตกาธาน’



 

 หากกล่าวถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของงานคือ เหล่าดอกไม้สดและดอกไม้ประดิษฐ์ที่จะถูกนำไปประดับบน "พระจิตกาธาน" หรือฐานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพ และผลงานที่ประจักษ์แก่สายตาเรานั้นสวยงามไร้ที่ติจนยากจะจินตนาการว่าช่างฝีมือต้องใส่ฝีมือและแรงใจลงไปมากมายเพียงใด เว็บไซต์ Dek-D.com มีโอกาสได้พูดคุยกับหนึ่งในช่างฝีมือเบื้องหลังความงดงามของ "ดอกไม้ไหวประดับพระจิตกาธาน" เขาคนนี้จะมาบอกเล่าเรื่องราวชีวิต งานที่ได้รับมอบหมาย และเหตุการณ์ที่น้อยคนนักจะได้พบเจอ

แนะนำตัว

"สวัสดีครับ ชื่อ 'อุทิศ พุฒสังข์' ชื่อเล่นชื่อ 'วาทิต' อายุ 24 ปี เป็นคนเพชรบูรณ์ครับ ปัจจุบันเรียนอยู่ที่โรงเรียนช่างฝีมือในวัง(ชาย) ส่วนก่อนหน้านี้เรียน ป.ตรีที่คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์(โชติเวช) มทร.พระนคร นิสัยส่วนตัวเป็นคนเรียบง่าย สนุกสนานร่าเริง และไม่ถือตัวครับ

 

 

เริ่มต้นจากความหลงใหล

"ผมเห็นว่าศิลปวัฒนธรรมไทยเป็นศาสตร์ที่วิเศษมาก แต่ละงานทั้งวิจิตรงดงาม อ่อนช้อย และสอดคล้องกันทุกแขนง ด้วยความที่ผมชอบภาพเก่าๆ ชอบดูจิตรกรรมฝาผนัง จึงศึกษามาเรื่อยๆ และได้ลงเรียนที่ มทร.พระนคร ที่มีชื่อเสียงเรื่องงานดอกไม้งานประดิษฐ์ จากนั้นตัดสินใจสมัครเรียนที่วิทยาลัยช่างฝีมือในวัง(ชาย) ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระราชดำริให้อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยครับ"

 

 

"ผมจากบ้านมาบุกเบิกใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ได้เข้ากรุงเทพฯ มาเรียนตามหลักสูตร ทั้งงานดอกไม้สากล ดอกไม้ไทย ดอกไม้ประดิษฐ์ ใบตอง ฯลฯ จากนั้นได้ใช้ความรู้มาทำงานหาเงินระหว่างเรียน รูปแบบงานก็จะมีงานขันหมาก งานใบตอง งานอีเวนต์ต่างๆ ผมเลยได้ฝึกพัฒนาฝีมือจากงานเรียนและงานขาย และที่สำคัญคือได้นำทุกสิ่งที่เรียนมากลับไปพัฒนาบ้านเกิดด้วยครับ อย่างเช่นประเพณีอุ้มพระดำน้ำที่ จ.เพชรบูรณ์"

บรรยากาศแสนเศร้า…เล่าจากชีวิตจริงของนักเรียนในวังหลวง

"ในทุกเช้าของการเป็นนักเรียนช่างเขียน จะมีกิจวัตรประจำวันคือการสวดมนต์ไหว้พระ แล้วหลังจากนั้นจะหันหน้าไปยังฝั่งโรงพยาบาลศิริราชที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับรักษาพระอาการประชวร เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์" 

"โรงเรียนผมตั้งอยู่ข้างๆ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตลอดเวลาผมจึงรับรู้เรื่องราวต่างๆ นับตั้งแต่พระองค์เริ่มประชวร จนถึงวันที่ผมเห็นบรรยากาศที่ต่างไปจากเดิม ทั้งเจ้าพนักงานที่เปิดทำความสะอาดพระที่นั่ง และการเรียนที่พิเศษกว่าทุกวัน คือมีการปิดห้องปิดไฟมืด ตั้งจอโปรเจกเตอร์ฉายพระราชกรณียกิจของพระองค์ สุดท้ายครูให้นักเรียนทั้งหมดหันไปทางโรงพยาบาลศิริราช มีเสียงบรรยายถึงพระเมตตาของพระองค์ พร้อมคำที่ว่า '…พระองค์ท่านเสร็จสวรรคตแล้ว นักเรียนช่างฝีมือในวังชายกราบบังคมทูลลา'"

 

 

 

หนึ่งในเบื้องหลังความอลังการแห่งพระจิตกาธาน

หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าขึ้น เขาก็ได้รับความไว้วางใจจากอาจารย์ของวิทยาลัยให้เป็นตัวแทนของชาติ ซึ่งถือเป็นบุญสูงสุดในชีวิตที่ได้รับใช้พระองค์เป็นครั้งสุดท้าย "ผมได้เป็นเฮดหลักของงานส่วนเล็กๆ คือ 'ดอกไม้ไหวประดับพระจิตกาธาน' หน้าที่ของผมคือช่วยรับ-ปรับรูปแบบให้ลงตัวและกระจายงานให้ช่างฝีมือ โดยจะทำงานร่วมกับเด็กอาชีวะและช่างจิตอาสา ประมาณ 30 คน ใช้เวลา 2 เดือน สถานที่ทำงานคือ อาคารโรงโขน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ครับ" 

จากนั้นวาทิตได้เล่าเกี่ยวกับงานที่เขารับผิดชอบ "ในส่วนของดอกไม้ไหวประดับพระจิตกาธานนั้นจะใช้ดอกปาริชาตเป็นตัวชูเรื่อง ซึ่งเป็นดอกไม้ในตำนานที่ส่งกลิ่นหอม เราต้องระดมความคิดว่าจะทำยังไงให้ดอกไม้ดูมีเอกลักษณ์ สื่อถึงพระองค์ท่านมากที่สุด จึงคัดสรรวัตถุดิบทุกอย่าง ทั้งเมล็ดพืชพันธุ์ที่พระองค์พระราชทานให้ชาวบ้าน ข้าวสาร ข้าวเปลือก ถั่วแดง ถั่วเขียว เมล็ดข้าวโพด ซึ่งล้วนแต่สะท้อนถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนพลอยนพเก้าที่ประดับกลางดอก ก็คัดสรรจาก จ.จันทบุรี ซึ่งถือเป็นแหล่งรวมเพชรพลอยที่ดีที่สุด"

และแน่นอนว่างานนี้แตกต่างจากงานทั่วไปที่วาทิตเคยเจอ "ปกติแล้วองค์พระจิตกาธานของเจ้านายพระองค์อื่นจะไม่ใหญ่โตขนาดนี้ ดอกไม้ไหวกว้างยาวสามเท่าจากปกติ แถมยังมีซ้อนสองสามมิติ หนุนขึ้นไม้สูง"

"งานนี้สำคัญระดับชาติ เราต่างทุ่มเทเวลาส่วนตัวแข่งกับเวลาที่กระชั้นชิด เพราะเป็นงานดอกไม้สด ดอกไม้ประดิษฐ์ ซึ่งในหนึ่งวันผมใช้เวลาหกโมงเช้าถึงเที่ยงคืน บางวันถึงตีสองเลยก็มี อาจมีพักสายตาไปชมริ้วขบวนบ้างครับ"

บอกเล่าความประทับใจ…น้ำพระทัยขององค์พระเทพฯ

"สมเด็จพระเทพฯ เสด็จมาพิธีบวงสรวงอย่างเป็นทางการ น้ำตาของหมู่ช่างถึงกับร่วงเลยครับ นอกจากนี้พระองค์ยังเสด็จฯ มาเยี่ยมเป็นการส่วนพระองค์ ทั้งยังพระราชทานกระเช้าขนม อาหาร เป็นขวัญกำลังใจอีกด้วย ยิ่งทำให้พวกเรารู้สึกต้องถวายงานสุดชีวิตมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ท่ามกลางเหตุการณ์อันน่าเศร้า ผมเห็นทั้งทหาร องครักษ์ ที่มาร่วมขบวน เห็นประชาชนที่มาเฝ้ารอ รู้สึกประทับใจมาก พวกเขาตั้งใจทำเพื่อพระองค์เป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ ครับ"

ความงามสู่สายตาประชาชน

"สมเด็จพระเทพฯ ตรัสว่า พระองค์จะขอให้เก็บ หลังจากเสร็จสิ้นงานพระเมรุแล้วจะมีงานนิทรรศการ เราจะนำไปจัดแสดงในนิทรรศการนั้นให้ประชาชนได้เห็นอย่างใกล้ชิดครับ"

ทิ้งท้าย

"อยากให้น้องๆ ที่อยู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เลือกหาสิ่งที่ตัวเองชอบตัวเองฝัน นำมาพัฒนาให้ดีที่สุด อย่างความถนัดของผมที่มาจากความชอบ สุดท้ายผมได้นำมาพัฒนาประเทศ ทำให้ตัวเรา ครอบครัว และประชาชนทั่วไปได้เห็น"

"การเรียนศิลปะไทยใจร้อนไม่ได้ ต้องใช้เวลาและสมาธิสูง และถ้าใครมีความรู้ความสามารถเรื่องศิลปวัฒนธรรมไทยประเพณี นับเป็นที่สุดของคนไทยจริงๆ ครับ เป็นสิ่งมีค่าที่บรรพบุรุษให้ไว้ เราควรหวงแหนให้มากที่สุด"

นับเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจจริงๆ ค่ะ ทางเราต้องขอชื่นชมช่างฝีมือทุกท่านที่อุทิศแรงกายแรงใจรังสรรค์ผลงานที่งดงามสมพระเกียรติในหลวง ร.9 และทำให้คุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทยประจักษ์ชัดเจนต่อสายตาพวกเราทุกคนมากขึ้น…ขอขอบคุณจากใจจริงค่ะ

 

 

 

 

" เหลือไว้เพียงแต่ความทรงจำตลอดกาล… " ______________________________________________________ #ปาริชาตบุปผาสวรรค์ ๏ หอมปาริชาตประดับพระจิตกาธาน หอมรักปานราชกรุณบุญสยาม แม้สิ้นฟ้ามหาสมุทรสุดเขตคาม ขอเทิดพระนาม "ภูมิพล" ไว้ในใจนิรันดร์๚ะ๛ ความรักความภักดี จากนี้สู่นิรันดร์

โพสต์ที่แชร์โดย [ BAAN BAI TONG ] (@baanbaitong_) เมื่อ

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : Dek-D.combaanbaitong_