อย่าหลงผิด!! พระมหาไพรวัลย์ ชี้พฤติการณ์’ครูบาน้อย’ไม่ใช่หลักศาสนาพุทธ(มีคลิป)



 

พระมหาไพรวัลย์ พระนักเทศน์ เผยพฤติการณ์ของ ครูบาน้อย ไม่ใช่หลักพุทธศาสนา เตือนพลังศรัทธา ..หวั่นถูกชักจูงผิดทาง ความเชื่อแบบนี้ ส่วนใหญ่ก็ถูกหลอก

สืบเนื่องจากที่โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพความเลื่อมใสของชาวบ้านที่แห่รับ พระมหาณัฐวุฒิ ญาณวิชชโย หรือ ครูบาน้อย  หลังจากจำพรรษาในถ้ำเชตวัน ต.สันทะ อ.นาน้อย จ.น่าน นาน 3 ปี 3 เดือน 3 วัน โดยฉันแค่เพียงน้ำและผลไม้ จนเป็นที่ฮือฮาและเกิดกระแสวิจารณ์ในหลายด้านนั้น (อ่านข่าว : พลังศรัทธา…ชาวน่านแห่รับ "ครูบาน้อย" หลังจำพรรษาในถ้ำมืดนานกว่า 3 ปี)

ล่าสุด (16 ตุลาคม 2560) รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV รายงานบทสัมภาษณ์ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ถึงเรื่องนี้ว่า ในหลักทางพุทธศาสนานั้น การบำเพ็ญในลักษณะนี้ไม่มี จะมีก็แต่นักบวชนอกศาสนาเท่านั้น ซึ่งศาสนาพุทธนั้นจะเป็นการเข้านิโรธ คือการเข้าถึงความดับ หมายถึง การเข้าถึงความดับสัญญา หรือความจำ และความดับเวทนา หรือความรับอารมณ์ทั้งหมด ซึ่งความดับเหล่านี้จะสามารถดับได้ถึง 7 วัน เรียกว่าเข้านิโรธสมาบัติ โดยจะไม่มีการฉันใด ๆ เลย ใน 7 วันนั้น จะแตกต่างจากครูบาน้อย ที่อ้างว่าไม่ปลงผม ฉันเฉพาะน้ำและผลไม้

พระมหาไพรวัลย์ กล่าวอีกว่า การปฏิบัติเช่นนี้ เป็นการปฏิบัติของนักบวชฤาษี เนื่องจากตามหลักของพุทธศาสนานั้น พระวินัยระบุไว้ชัดเจนว่า พระภิกษุต้องปลงผม รวมถึงหนวดเครา ซึ่งในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าก็เคยหาทางพ้นทุกข์ด้วยการทรมานร่างกาย แต่ก็พบว่าไม่ใช่แนวทางพ้นทุกข์ที่แท้จริง จนมาพบทางสายกลาง ไม่ใช่วิธีสุดโต่ง

ทั้งนี้ จากการตั้งข้อสังเกตกรณีนี้พบว่ามีความผิดแปลกไปจากแนวทางพระพุทธศาสนา คือพระภิกษุสงฆ์โดยหลักแล้วพ้น 7 วัน จะต้องออกบิณฑบาต และพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้พระภิกษุสงฆ์อวดอ้างคุณวิเศษเด็ดขาด ซึ่งประเด็นนี้จึงอาจเป็นตัวที่ทำให้ชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสขึ้น เพราะครูบาน้อย อยู่ในถ้ำ 3 ปี ไม่ฉันอะไรเลย และสิ่งเหล่านี้เองที่ชาวบ้านพากันเชื่อ แต่ส่วนใหญ่มักจะถูกหลอกทั้งนั้น

 

 

ข่าวจาก : รายการทุบโต๊ะข่าว