ผู้ว่าฯอัศวินขอโทษคนกรุงระบายน้ำช้า ทำท่วมหนักเดือดร้อนไปทั่ว หลังฝนถล่มชุดใหญ่ข้ามคืน ส่งผล ให้น้ำท่วมขังสูง 55 จุด ทั้งวิภาวดี-จตุจักร-ลาดพร้าว-อโศก-เอกมัย-เพชรบุรีตัดใหม่ยันฝั่งธนฯ จนถึงบ่ายยังระบายไม่ได้ เผยวิกฤตหนักสุดรอบ 30 ปี กทม.เตือนภัยถึง 16 ต.ค. น้ำทะเลหนุนสูงสุด จับตา 16-18 ต.ค. มวลน้ำเขื่อนไหลบ่าถึงกรุงเทพฯ ด้านเขื่อนป่าสักฯ ปักธงเหลือง เหลือพื้นที่รับน้ำได้อีกแค่ร้อยละ 5 ของความจุอ่าง สิงห์บุรีพนังกั้นน้ำพัง เร่งวางกระสอบทรายกั้น ขณะที่อ่างทองทั้งขนของหนีน้ำ-ปลิงควายโผล่ อุตุเตือนพายุ”ขนุน”ขึ้นฝั่ง ส่งผลทั่วประเทศฝนตกชุก 15-20 ต.ค.นี้
“อัศวิน-แม่ทัพภาค1″ตรวจน้ำท่วม
จากกรณีฝนตกหนักตั้งแต่กลางดึกของคืนวันที่ 13 ต.ค. ต่อเนื่องมาจนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 14 ต.ค. ทำให้หลายพื้นที่ของกรุงเทพฯมีน้ำท่วมขังสูง โดยเฉพาะถนนวิภาวดีรังสิต ถนนอโศก เอกมัย และพื้นที่กรุงเทพฯชั้นในนั้น
เมื่อวันที่ 14 ต.ค. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ ตรวจจุดน้ำเร่งระบายบริเวณหน้าปั๊ม ปตท. วิภาวดี บริเวณหน้าอาคารการบินไทย สำนักงานใหญ่ ถนวิภาวดีฯ และถนนอโศก-ดินแดง หน้า ซ.สุทธิพร 1 ซึ่งเกิดน้ำท่วมขังเนื่องจากมีฝนตกหนักข้ามคืน โดยมี นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. คณะผู้บริหารกทม. พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่
เร่งระบายน้ำข้ามคืน
พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักมากปกคลุมทั่วกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ช่วงเวลา 23.00 น. ต่อเนื่องจนถึงเวลา 06.00 น. ของเช้าวันที่ 14 ต.ค. โดยมีปริมาณฝนสูงสุดที่สำนักงานเขตพระนครวัดได้ 214.5 มิลลิเมตร (มม.) สถานีสูบน้ำภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ 214 มิลลิเมตร สถานีสูบน้ำคลองมอญ เขตบางกอกน้อย 208 มิลลิเมตร สำนักงานเขตยานนาวา 195 ม.ม. คลองสนามชัย เขตจอมทอง 178 มิลลิเมตร และบึงมักกะสัน เขตราชเทวี 177.5 มิลลิเมตร ซึ่ง กทม. ได้เร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ต่อเนื่องตลอดทั้งคืน อย่างไรก็ตาม ด้วยปริมาณน้ำฝนที่มากถึง 214.5 ม.ม. ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับวิกฤต จึงมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่
พื้นที่ท่วมขัง 55 จุด
ผู้ว่าฯกทม.กล่าวต่อว่า ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานครรายงานน้ำท่วมขังทั้งหมด 55 จุด และเจ้าหน้าที่ กทม. ได้ระดมกำลังเข้าแก้ไขสถานการณ์ ทำให้ขณะนี้น้ำแห้งเกือบทุกจุดแล้ว คงเหลือเฉพาะบางจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง เช่น ถนนวิภาวดีฯ ฝั่งขาเข้า ถนนเพชรเกษม ถนนอโศกมนตรี ถนนเอกมัย ซึ่งกทม. จะเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่องจนกว่าน้ำจะแห้งหมดทุกจุดและกลับสู่สภาวะปกติต่อไป ทั้งนี้ ได้กำชับให้ ผู้อำนวยการเขตทุกเขตตรวจสอบสภาพพื้นที่พร้อมเร่งแก้ไขปัญหา และให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วน
วางกระสอบทรายรับน้ำเหนือบ่า
สำหรับการบริหารจัดการน้ำเหนือที่จะไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น ตนเองพร้อมคณะ ผู้บริหาร สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจระดับน้ำและการเตรียมความพร้อมของพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาโดยทางเรือ เมื่อวันที่ 12 ต.ค. พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งรับน้ำเหนือที่กรมชลประทานระบายเข้าสู่พื้นที่ กทม. ในอัตรา 2,600 ลบ.ม.ต่อวินาทีแล้ว ยังอยู่ต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำของกรุงเทพ มหานครมากกว่า 1 เมตร ส่วนชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำจำนวน 18 ชุมชน ในพื้นที่ 10 เขต รวม 430 หลังคาเรือน ที่จะได้รับผล กระทบนั้น กรุงเทพมหานครได้มีการเตรียมการช่วยเหลือในด้านต่างๆ ไว้แล้ว เช่น วางกระสอบทรายในแนวฟันหลอ การสร้างสะพานไม้เป็นทางเดินเข้าออกชุมชน และแจ้งเตือนให้เฝ้าระวัง เป็นต้น
โต้ปิดคลองแสนแสบ
ส่วนกรณีข่าวลือในสื่อออนไลน์ว่าจะมีการปิดคลองแสนแสบเพื่อระบายน้ำเหนือนั้น ผู้ว่าฯกทม.ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากการระบายน้ำเหนืออาศัยการระบายน้ำผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหลัก ซึ่งกรุงเทพมหานครและกรมชลประทานได้มีการประสานงานกันอยู่ตลอดเวลา จึงขอให้ประชาชนมั่นใจ และติดตามข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริงจากกรุงเทพมหานคร รวมทั้งแจ้งปัญหาน้ำท่วมได้ที่ ID Line : @bkk_best, www.facebook.com/bkk.best, ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม โทร. 0-2248-5115 หรือสายด่วนกทม.1555
“อัศวิน”ขอโทษคนกรุงระบายน้ำช้า
“น้ำท่วมครั้งนี้หนักสุดในรอบ30ปี ไม่ต้องโทษใคร โทษที่ผมโทษที่ตัวเอง โทษที่ ผู้ว่าฯกทม.นี่แหละเอาให้มันออกช้าเอง ผมต้องขอโทษประชาชนด้วยที่ต้องเดือดร้อนกับปัญหาน้ำท่วมขัง แต่เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามีค่อนข้างเยอะ ประกอบกับน้ำในคลองมีปริมาณมากจึงส่งผลให้การระบายน้ำทำได้ไม่เต็มที่ ทำให้ต้องใช้เวลาในการระบายน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่ง กทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้มีการจัดเจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำตามจุดต่างๆ ทั่วพื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงขณะนี้ปริมาณน้ำในพื้นที่ต่างๆ แห้งเกือบหมดแล้วเหลือเพียง 2-3 จุดเท่านั้นที่ยังมีน้ำขังอยู่ แต่ลดลงเรื่อยๆ ซึ่งกำลังเร่งระบายน้ำในจุดที่เหลืออยู่อย่างต่อเนื่อง คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มอีกไม่นานน้ำน่าจะแห้งทั้งหมด ขณะเดียวกันขอขอบคุณประชาชนที่ทิ้งขยะได้ถูกที่มากขึ้น ปัจจุบันอาจมีขยะอุดตันตะแกรงระบายน้ำบ้างแต่เป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ซึ่งกทม.เร่งระบายน้ำในพื้นที่อย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนได้รับผล กระทบน้อยที่สุด และในวันที่ 15 ต.ค. จะร่วมกับทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความสะอาด ถนนอโศก-ดินแดง ในบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง” พล.ต.อ.อัศวินกล่าว
แจงอุโมงค์ไม่ช่วยระบายน้ำ
นายจักกพันธุ์ เปิดเผยว่า ปัญหาสำคัญคือปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่กรุงเทพฯ ถือว่าหนักมาก เกิน 200 ม.ม. ซึ่งเรดาร์ตรวจสอบนั้นล่วงหน้าได้ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น และไม่สามารถทราบปริมาณฝนล่วงหน้าได้เช่นกัน ทำให้ปริมาณน้ำในคลองพื้นที่กรุงเทพฯ เต็มหมดทุกคลอง จึงระบายออกได้ช้า ทำให้น้ำท่วมขังในพื้นที่ ประมาณ 55 จุด ตั้งแต่เวลาประมาณ 02.00 น. จนถึงช่วงเช้า
สำหรับอุโมงค์ระบายน้ำของ กทม. นั้น แม้จะมีการเปิดใช้แล้ว 8 แห่ง แต่ยังมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะจุดที่อยู่ใกล้อุโมงค์ เช่น บริเวณ 5 แยกลาดพร้าว ใกล้กับอุโมงค์ระบายน้ำบางซื่อนั้น ต้องยอมรับว่าอุโมงค์ของ กทม.นั้นดึงน้ำใต้คลองที่ใกล้เคียงได้ แต่ใต้คลอง อื่นๆ นั้นยังทำได้ช้า ทำให้น้ำเข้าสู่อุโมงค์ได้ช้าเมื่อเทียบกับปริมาณฝนที่ตกลงมา ส่วนกรณีการปล่อยน้ำเหนือนั้นยังไม่มีปัญหา เพราะ กทม.ได้ตกลงกับกรมชลประทาน ในการปล่อยน้ำเหนือว่าหากมีปริมาณมากให้แจ้งล่วงหน้า แต่จนถึงขณะนี้ กรมชลฯยังปล่อยน้ำในปริมาณ 2,300-2,400 ลบ.ม./วินาที ซึ่งปริมาณน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาในพื้นที่กรุงเทพฯ รับได้อยู่ที่ 3,000 ลบ.ม. /วินาที ในระดับความสูงของเขื่อน 2.80-3.50 เมตร จึงขอย้ำว่าปัญหาน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุนนั้นขณะนี้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ยังคงมีปัญาเรื่องปริมาณฝนเป็นหลัก
ศูนย์น้ำท่วมเผย 55 จุดท่วมขัง
ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม รายงานสภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกปานกลางถึงหนัก ปริมาณฝนรวมสูงสุดที่จุดวัดสำนักงานเขตพระนคร 214.5 ม.ม. สถานีสูบน้ำคลองมอญ เขตบางกอกน้อย 208 ม.ม. สถานีภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ 214.0 ม.ม. สำนักงานเขตยานนาวา 195.0 ม.ม. จุดวัดบึงมักกะสัน เขตราชเทวี 177.5 ม.ม. ศูนย์ฯ (ดินแดง) เขตดินแดง 174.0 ม.ม. ส่งผลให้น้ำท่วมบนถนนสายหลักที่สำนักการระบายน้ำรับผิดชอบ ความสูง 5-30 เซนติเมตร ความยาว 100-4000 เมตร กินช่องจราจร ตั้งแต่ 2 ช่องจราจรถึงเต็มผิวจราจร จำนวน 55 รายการ 1.บริเวณหมอชิตใหม่ ถนนกำแพงเพชร2 เขตจตุจักร 2.บริเวณตลอดสาย ถนนกำแพงเพชร4 เขตจตุจักร 3.บริเวณตลาดพงษ์เพชร-ซอยชินเขต ถนนงามวงศ์วาน เขตจตุจักร 4.บริเวณซอย8-10 ถนนจอมทอง เขตจอมทอง 5.บริเวณตลาดซอย ถนนเซ็นหลุยส์ เขตสาทร บริเวณซอยสุทธิพร2 ถนนดินแดง เขตดินแดง 6.บริเวณซอยสุทธิพร2 ถนนดินแดง เขตดินแดง 7.บริเวณแยกมักกะสัน-ซอยจารุรัตน์ ถนนนิคมมักกะสัน เขตราชเทวี 8.บริเวณบ่อสูบตำมั่ว-ซ.บางขุนเทียน9 ถนนบางขุนเทียนชายทะเล เขตขางขุนเทียน 9.บริเวณตลาดห้วยขวาง ถนนประชาสุข เขตดินแดง 10.บริเวณซอย90-สนข.ทุ่งครุ ถนนประชาอุทิศ เขตทุ่งครุ
ท่วมขังทั้งฝั่งพระนคร-ฝั่งธนฯ
11.บริเวณแยกสะพานควาย ถนนประดิพัทธ์ เขตพญาไท 12.บริเวณ ณ ระนอง ถนนพระราม3 เขตคลองเตย 13.บริเวณหน้าช่อง3 ถนนพระราม4 เขตคลองเตย 14.บริเวณถนนสุขุมวิท-แยกเกษมราษฎร์ ถนนพระราม4 เขตคลองเตย 15.บริเวณแยกเกษตรทั้งสองฝั่ง ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร 16.บริเวณอ.ต.ก.-แยกลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร 17.บริเวณหน้าสน.บางซื่อ-คลองบางซื่อ 18.บริเวณแยกพัฒนาการ-ซ.46 ถนนพัฒนาการ เขตสวนหลวง 19.บริเวณหน้าตลาดบางแค ถนนเพชรเกษม เขตบางแค 20.บริเวณคลองยายเพียร ถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ
21.บริเวณเพชรเกษม37 ถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ 22.บริเวณคลองประดู่ ถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ 23.บริเวณแยกมิตรสัมพันธ์-แยกอโศก ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี 24.บริเวณถนนวิทยุ-แยกประตูน้ำถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี 25.บริเวณแยกรัชโยธิน-แยกลาดพร้าว ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร 26.บริเวณแยกรัชโยธิน-ราชภัฏจันทรเกษม ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง 27.บริเวณแยกประตูน้ำ-ทางรถไฟ ถนนราชปรารภ เขตราชเทวี28.บริเวณสวนสันติภาพ ถนนราชวิถี เขตดุสิต 29.บริเวณแยกซังฮี้ ถนนราชวิถี เขตดุสิต 30.บริเวณราชภัฏ ถนนราชวิถี เขตดุสิต
หลายพื้นที่ระดับน้ำวิกฤต
31.บริเวณซอย1-5 ถนนรามคำแหง เขตบางกะปิ 32.บริเวณคลองเจ้าคุณสิงห์-ซ.87 ถนนลาดพร้าว เขตลาดพร้าว 33.บริเวณโรบินสันเก่า-องค์การโทรศัพท์ ถนนลาดหญ้า เขตคลองสาน 34.บริเวณหน้าศาลตลิ่งชัน ถนนเลียบทางรถไฟ เขตตลิ่งชัน 35.บริเวณ ซ.112-คลองเจ้าคุณสิงห์ ถนนวังทองหลาง เขตลาดพร้าว 36.บริเวณแยกลาดพร้าว-วิภาวดีขาเข้า. ถนนวิภาวดีฯ เขตดินแดง
37.บริเวณหน้าวังสวนผักกาด ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี 38.บริเวณหน้าสน.พญาไท ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี 39.บริเวณกระทรวงการต่างประเทศ-แยกพญาไท ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี 40.บริเวณหน้าวัดโพธิ์ ถนนสนามไชย เขตพระนคร
41.บริเวณซอย6-ซ.นราธิวาส17 ถนนสวนพลู เขตสาทร 42.บริเวณซ.นราธิวาส17-ถ.จันทน์เก่า ถนนสวนพลู เขตสาทร 43.บริเวณซ.ลาซาล-ซ.แบริ่งขาออก ถนนสุขุมวิท เขตวัฒนา 44.บริเวณซ.ลาซาล-ซ.แบริ่งขาเข้า ถนนสุขุมวิท เขตบางนา 45.บริเวณสุขุมวิท26 ถนนสุขุมวิท เขตวัฒนา 46.บริเวณซอย36-แยกอโศก ถนนสุขุมวิท เขตวัฒนา 47.บริเวณแยกอโศก-สะพานพระโขนง ถนนสุขุมวิท เขตวัฒนา 48.บริเวณถนนสุขุมวิท-คลองแสนเเสบ ถนนสุขุมวิท71 เขตวัฒนา 49.บริเวณซ.อินทามระ1-29 ถนนสุทธิสาร เขตพญาไท 50.บริเวณแยก ณ ระนอง ถนนสุนทรโกษา เขตคลองเตย
ประตูน้ำคลองแสนแสบวิกฤต
51.บริเวณตลอดสาย ถนนหน้าพระลาน เขตพระนคร 52.บริเวณตลอดสาย ถนนอโศกมนตรี เขตวัฒนา 53.บริเวณตลาดพรานนก ถนนอิสรภาพ เขตบางกอกน้อย 54.บริเวณบริษัทกระทิงแดง ถนนเอกชัย เขตบางบอน และ 55 จุด บริเวณถนนสุขุมวิท-คลองแสนแสบ ถนนเอกมัย เขตวัฒนา ปัจจุบันน้ำแห้งเป็นปกติแล้ว 33 จุด เหลือ 22 จุด ขณะที่ค่าระดับน้ำแนวคันกั้นน้ำด้านตะวันออกวันนี้ ที่ ประตูระบายน้ำแสนแสบ (มีนบุรี) (ระดับวิกฤต +0.90) เวลา 07.00 น. ระดับ +0.65 ระดับน้ำปกติประตูระบายน้ำลาดกระบัง (ระดับวิกฤต +0.60) เวลา 07.00 น. ระดับ +0.32 ระดับน้ำปกติ และประตูระบายน้ำคลองสอง (สายใต้) (ระดับวิกฤต +1.80) เวลา 07.00 น. +1.13 ระดับน้ำปกติ ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสูงสุดเมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่ประตูระบายน้ำปากคลองตลาด ระดับ +1.72 ม.รทก. เวลา 13.15 น. สถานีสูบน้ำบางนา ระดับ +1.60 ม.รทก. เวลา 12.00 น.
ปิดวิ่งเรือคลองแสนแสบ
รายงานข่าวจากกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคมแจ้งว่า เนื่องจากฝนตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองแสนแสบ มีระดับสูงกว่าปกติ ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือในคลองแสนแสบ ทำให้เรือไม่สามารถลอดผ่านสะพานได้ เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ จึงของดการเดินเรือชั่วคราวในช่วงเช้า และได้ประสานให้กทม. เร่งระบายน้ำ โดยจะประเมินระดับน้ำอีกครั้ง หากสามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัย จะเปิดให้บริการตามปกติ
สุทธิสารท่วมสูง 60 ซ.ม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ฝนตกหนักมาตลอดช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ทำให้มีน้ำท่วมขังบริเวณ 5 แยกลาดพร้าว ฝั่งมหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์จอห์น แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. โดยมีน้ำท่วมขังประมาณ 30-40 เซนติเมตร ส่งผลให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่จาก กทม. ได้จัดระเบียบปิดทางเพื่อกั้นไม่ให้รถมุ่งหน้าไปทางแยกสุทธิสาร เนื่องจากบริเวณแยกสุทธิสารมีน้ำท่วมขังประมาณ 60 ซ.ม. นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้เปิดทางกลับรถพิเศษเพื่อให้รถมุ่งหน้าไปทางสวนจตุจักรเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง ขณะที่มีกลุ่มนักเรียนนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ที่ต้องมาเรียน ต่างได้รับผลกระทบในการเดินทางไปศูนย์ฝึกวิชาทหาร ถนนวิภาวดีฯ เจ้าหน้าที่จาก กทม.จึงได้นำรถบรรทุก 6 ล้อ มาเพื่อรับ-ส่ง กลุ่มนักศึกษาวิชาทหาร รวมทั้งประชาชนที่จะต้องเดินทางไปยังจุดนั้นอีกด้วย
“มักกะสัน”โอดหนักกว่าปี”54
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์โดยรวมพื้นที่เขตดอนเมือง บางเขน ลาดพร้าว จตุจักร บางซื่อ ดินแดง และมักกะสันและเขตวัฒนามีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 30 ซ.ม. ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรลำบาก ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นเวลานานหลายชั่วโมง โดยในถนนวิภาวดีรังสิต (ขาเข้า) ช่วงหน้าโรงงานยาคูลท์ ในช่องทางคู่ขนาน 2 ช่องทางมีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 30 ซ.ม. รถเล็กผ่านลำบาก นอกจากนี้ยังมีน้ำท่วมที่บริเวณแยกลาดพร้าว ทำให้การจราจรติดขัดเป็นเวลานาน ส่วนบริเวณสี่แยกมิตรสัมพันธ์ ถนนเพชรบุรี ตั้งแต่แยกอโศกจนถึงทางรถไฟก่อนขึ้นทางด่วนถนนเพชรบุรี มีน้ำท่วมสูง 30 ซ.ม. ใน 2 ช่องทางทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก การจราจรติดขัด ส่วนถนนอโศกมนตรียาวไปจนถึงแยกตัดถนนสุขุมวิท และแยกอโศก-เพชรบุรี มีน้ำท่วมขังเสมอทางเท้า และพื้นผิวจราจร 2 ช่องทางขวา ทำให้รถเลี่ยงวิ่งช่องซ้ายสุด ส่วนถนนพระราม 6 พบน้ำท่วมขัง 2 ช่องทางขวา และน้ำขึ้นมาเลยทางเท้า ตั้งแต่ช่วงถนนเพชรบุรีขาเข้าก่อนถึงแยก 500 เมตร นอกจากนี้ ยังพบน้ำท่วมขังอีกหลายจุด อาทิ ถนนราชปรารภ ถนนราชวิถี ไปถึงสามเหลี่ยมดินแดง ออกถนนวิภาวดีฯ ถึง ร.พ.ทหารผ่านศึก มีน้ำท่วมขังเป็นระยะ
ฝนถล่มกรุงอีกรอบ
ล่าสุดในช่วงเย็นวันที่ 14 ต.ค. มีฝนตกกระหน่ำลงมาอีกครั้ง ในพื้นที่เขตดอนเมือง หลักสี่ จตุจักร บางกะปิ บึงกุ่ม สวนหลวง วังทองหลาง หนองแขม บางบอน โดยถนนแจ้งวัฒนะเริ่มมีน้ำท่วมขังถนน ทำให้รถสัญจรผ่านไปมาลำบาก ส่วนถนนสุขุมวิท 62 มีน้ำท่วมผิวจราจรทุกช่องทางและการจราจรเคลื่อนตัวช้า เช่นเดียวกับย่านสำโรง จ.สมุทรปราการ ฝนเริ่มกระหน่ำลงมาเช่นกัน ทำให้น้ำกลับมาท่วมขังถนนด้วย
แจงปิดระบายน้ำเขื่อนภูมิพล
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ได้ปิดการระบายมาตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.60 ดังนั้นไม่มีน้ำจากเขื่อนมาเติม แม่น้ำปิง และน่าน และลุ่มภาคกลาง และใช้ทุ่งบางระกำชะลอน้ำ ลุ่มยม น่าน ที่จะมารวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา โดยได้เพิ่มการระบายคลองฝั่งตะวันออก และตะวันตก เหนือเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อลดน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาโดยควบคุมน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในเกณฑ์ 2,600 ลบ.ม./วินาที
สำหรับเขื่อนเจ้าพระยา ปัจจุบันมีระดับน้ำด้านเหนือเขื่อนทรงตัวที่ระดับ +16.80 ม.รทก. ตั้งแต่ช่วงบ่ายไม่มีการปรับบานเพิ่ม ณ เวลา 6.00 น. มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,602 ลบ.ม./วินาที เพิ่มขึ้นจากเวลาเมื่อวาน 44 ลบ.ม./วินาที. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์คงการระบายน้ำวันละ 30 ล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระราม 6 ในอัตรา 503 ลบ.ม./วินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 27 ลบ.ม./วินาที. เพิ่มปริมาณน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์ ลดลง 17 ลบ.ม./วิ จาก 145 ลบ.ม./วินาที เป็น 128 ลบ.ม./วินาที และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่คลองระพีพัฒน์ 8 เครื่อง ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่แม่น้ำท่าจีน 31 เครื่อง ระบายน้ำจากโครงการ ผักไห่ ผ่านโครงการ พระยาบันลือ ในอัตรา 50 ลบ.ม./วินาที สูบน้ำออกทะเล วันละ 35 ล้าน ลบ.ม.
โดยลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการรับน้ำเข้าระบบทั้งหมดรวม 295 ล้าน ลบ.ม. และระบายน้ำออกรวม 271 ล้าน ลบ.ม.
จันทร์นี้ปลัดเกษตรฯถกกรมชล
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในวันที่ 16 ต.ค.นี้ กรมชลประทานจะหารือร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวกับน้ำ รวมทั้งกทม.เพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำ ที่ขณะนี้ ในส่วนของกรมชลประทานดูแลในเรื่องน้ำในเขื่อน แต่ในส่วนของฝนตกที่ก่อปัญหาอยู่ในขณะนี้ เป็นเรื่องของพื้นที่ที่จะรับมือ ในส่วนของกรมชลประทาน ศักยภาพของการระบายน้ำที่ไหลผ่านเจ้าพระยายังมีอยู่มาก ปัจจุบันความเดือดร้อนจากน้ำท่วมเกิดจากน้ำรอระบาย โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. เครื่องมือในการระบายน้ำมีน้อย และไม่เพียงพอ และยืนยันหากฝนตกหนักก็จะเป็นเพียงน้ำรอระบาย เพราะระบายไม่ทัน จะไม่ท่วมขังเหมือนปี 2554 เพราะปริมาณน้ำปีนี้แตกต่างจากปี 2554 อยู่มาก
แจ้งวิกฤตน้ำ 17 เขื่อนใหญ่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยี แจ้งเตือนน้ำเขื่อนขนาดใหญ่น้ำมากวิกฤต มีปริมาณน้ำเกินระดับ กักเก็บ เช่น เขื่อนอุบลรัตน์ ร้อยละ 114.76 เขื่อนกิ่วคอหมา ร้อยละ 113.5 เขื่อนกระเสียว ร้อยละ 105.67 เขื่อนน้ำอูน ร้อยละ 104.48 เขื่อนแควน้อย ร้อยละ 101.3 เขื่อนน้ำพุง ร้อยละ 101.14 เขื่อนห้วยหลวง ร้อยละ 101.13 เขื่อนจุฬาภรณ์ ร้อยละ 100.53 เขื่อนทับเสลา ร้อยละ 100 เขื่อนหนองปลาไหล ร้อยละ 99.73 เขื่อนประแสร์ ร้อยละ 96.02 เขื่อนบางพระ ร้อยละ 95.91 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ร้อยละ 95.81 เขื่อนลำปาว ร้อยละ 90.38 เขื่อนขุนด่านปราการชล ร้อยละ 89.14 เขื่อนแม่งัดร้อยละ 86.21 เขื่อนลำพระเพลิงร้อยละ 85.79
ปริมาณน้ำล้นแทบทุกเขื่อน
สำหรับเขื่อนใหญ่ปิดการระบาย คือ เขื่อนภูมิพลที่มีปริมาณน้ำ ร้อยละ 68 และเขื่อน สิริกิติ์ ร้อยละ 84 ส่วนเขื่อนที่มีน้ำเกินในภาคกลาง เช่น เขื่อนแควน้อย มีน้ำเกินควบคุม ระบายออกวันละ 28 ล้านลบ.ม. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ระบาย 30 ล้านลบ.ม. เขื่อนกระเสียว 0.95 ล้านลบ.ม. เขื่อนทับเสลา 2.4 ล้านลบ.ม. ส่วนในภาคอีสาน เขื่อนมีน้ำเกินร้อยละ 100 ได้แก่ เขื่อนลำปาว เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนน้ำอูน เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนน้ำพุง รวมระบายกว่า 60 ล้านลบ.ม.ต่อวัน โดยการเตือนภัยปริมาณฝนยังอยู่ระดับวิกฤต และลุ่มน้ำต่างๆได้แจ้งเตือนภัยระดับวิกฤต มีน้ำล้นลำน้ำ อาทิ แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำอิง-ยม แม่น้ำยม-ยม แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำชี แม่น้ำมูน แม่น้ำลำปลายมาศ แม่น้ำห้วยหลวง แม่น้ำพอง แม่น้ำลาว-โขง และแม่น้ำฉลุง ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
โฆษกรบ.โต้ปล่อยน้ำเขื่อนใหญ่
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลในโซเชี่ยลมีเดียว่า จะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพลลงแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านคลองแสนแสบ เพื่อลงสู่แม่น้ำบางปะกง และจะทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยจากการตรวจสอบพบว่า เป็นข้อมูลที่มีการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ toptenthailand ตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 ต.ค.54 จึงไม่ควรแชร์ส่งต่อกันจนเกิดความตื่นตระหนก ส่วนผู้ที่จงใจเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายได้ ทั้งนี้ กรมชลประทานยืนยันว่าได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยปิดการระบายน้ำของเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.60 เป็นต้นมา และขณะนี้ยังปิดอยู่ นอกจากนี้ เขื่อนภูมิพลยังสามารถรับน้ำได้อีกร้อยละ 30 ของความจุ จึงไม่ใช่เหตุผลที่จะปล่อยน้ำออกจากเขื่อนในช่วงนี้ ส่วนน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่จะควบคุมปริมาณน้ำ และผันน้ำเข้าสู่พื้นที่เก็บน้ำทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำช่วง จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา เพิ่มขึ้นไม่เกิน 5 ซ.ม.เท่านั้น
นายกฯสั่งผบ.ทบ.ช่วยน้ำท่วม
พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมขังหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพฯว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. สั่งการให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และเลขาธิการ คสช. หาแนวทางป้องกันและช่วยเหลือประชาชนไว้แล้ว
โดยพล.อ.เฉลิมชัย ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ได้ประชุมและสั่งการทุกกองทัพภาคให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมคน เตรียมเครื่องมือ และยานพาหนะให้พร้อม และย้ำให้ กกล.รส. ออกปฏิบัติหน้าที่ตอนกลางคืนด้วย
5 จว.พร้อมรับน้ำบ่า
ส่วนข้อกังวลสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงนี้ จะกระทบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช หรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า ขอยืนยันและให้ความมั่นใจว่า ทุกฝ่าย ทุกหน่วยงานได้วางแผนป้องกันอย่างเต็มที่ มีการลอกคลองในพื้นที่ชั้นใน ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว
พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ตอนบน ที่จะต้องระบายน้ำลงมา โดยเฉพาะจังหวัดลุ่มน้ำภาคกลาง ที่จะต้องรับน้ำจากเขื่อนต่างๆ เช่น จ.ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ขณะนี้แต่ละจังหวัดได้เตรียมการรับมือแล้ว เช่น จ.ลพบุรี มีการปลูกพืชและเก็บเกี่ยวก่อนฤดูฝน ทำให้มีพื้นที่รองรับน้ำถึง 116 ล้านลบ.ม. ส่วน จ.พระนครศรีอยุธยา ก็มีพื้นที่รับน้ำได้ถึง 1,100 ล้านลูกบาศก์เมตร
“มาร์ค”โพสต์น้ำท่วมบ้าน-รถพัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาปัตย์ ได้ส่งข้อความผ่านทางไลน์บอกสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯล่าสุด “วันนี้เป็นครั้งแรกที่น้ำท่วมเข้ามาถึงในบ้าน ไม่ได้เก็บของขึ้นที่สูงไว้ด้วย รถเสียไปเรียบร้อยครับ”
ทั้งนี้บ้านของนายอภิสิทธิ์ ตั้งอยู่ในย่านสุขุมวิท ซึ่งเกิดน้ำท่วมสูงเช่นกัน
อุตุฯ เตือนภัย”พายุขนุน”
นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุ “ขนุน” (KHANUN) ” ฉบับที่ 5 ระบุว่า เวลา 07.00 น. วันที่ 14 ต.ค. พายุโซนร้อน “ขนุน” (KHANUN) ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน หรือด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ มีศูนย์กลางอยู่ที่ ละติจูด 16.9 องศาเหนือ ลองจิจูด 118.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 92 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำ ประเทศจีน และประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 15-17 ต.ค. 60 โดยจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเมื่อเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ทั้งนี้เนื่องจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศเวียดนามและประเทศลาวตอนบน พายุนี้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในระยะ 1-2 วันนี้
ฝนกระหน่ำทุกภาค
ขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัด ปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้
บช.น.แจงพื้นที่น้ำรอระบาย
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ภายหลังฝนตกกระจายเกือบทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีจุดน้ำท่วมขัง รอการระบายบนถนน ดังนี้ 1.ถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า ช่องคู่ขนาน น้ำลดปริมาณลง ยังเหลือหน้าบริษัทการบินไทย ช่องซ้ายสุด 1 ช่องทาง ถึงซอยวิภาวดี 18 รถเล็กผ่านได้ 2.ถนนลาดพร้าว ขาออก ช่วงแยกรัชดาลาดพร้าวน้ำเริ่มลดปริมาณลง เหลือช่องซ้ายสุด 1 ช่องทาง ยาวประมาณ 20 เมตร รถผ่านได้ 3.ถนนเพชรเกษม น้ำเริ่มลดปริมาณลง เหลือเฉพาะบริเวณแยกตัดกับถนนพุทธมณฑลสาย 1 มีน้ำท่วมขัง ช่องซ้ายสุด ยาวประมาณ 100 เมตร รถชะลอตัว ผ่านแล้วใช้ความเร็วได้ตามปกติ ไม่มีรถสะสม มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เพชรเกษม คอยอำนวยความสะดวกการจราจร อยู่บริเวณแยก
สิงห์บุรีคันกั้นน้ำพัง
ขณะที่พื้นที่ภาคกลาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่กรมชลประทานระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 2,600 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจ.สิงห์บุรี เพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของอำเภอเมืองสิงห์บุรี ได้เกิดเหตุคันกั้นน้ำบริเวณรอยต่อเขตเทศบาลพัง เนื่องจากอยู่ในช่วงการซ่อมแซมคันกั้นน้ำ จึงทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมในพื้นที่อย่างรวดเร็ว ในพื้นที่ หมู่ 1 ตำบลบางกระบือ อ.เมือง ทางเทศบาลเมืองสิงห์บุรีได้นำเจ้าหน้าที่ พร้อมอาสาสมัครกู้ภัย และประชาชนนำกระสอบทรายมากั้นเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่อาจทานความแรงของน้ำได้ น้ำจึงไหลเข้าท่วมอย่างรวดเร็วและมีระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เข้าท่วมบ้านเรือนในชุมชนทั้งนอกและในแนวนอกคันกั้นน้ำชาวบ้านพากันรีบขนของและเคลื่อนย้ายรถยนต์ขึ้นที่สูง
กางมุ้งนอนริมถนนหนีน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านบางบ้านต้องไปนอนกางมุ้งริมถนนแทน ทางเทศบาลเมืองสิงห์บุรีจึงต้องเปลี่ยนเอากระสอบทรายมากั้นที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแทนเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลท่วมเข้าตลาดเมืองสิงห์บุรีซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจ
สำหรับอ.เมืองสิงห์บุรี จำนวนราษฎรที่ได้รับผลกระทบมีทั้งหมด 374 หลังคาเรือน อำเภอพรหมบุรี จำนวนราษฎรที่ได้รับผล กระทบมีทั้งหมด 27 หลังคาเรือน อำเภอท่าช้าง จำนวนราษฎรที่ได้รับผลกระทบมีทั้งหมด 3 หลังคาเรือน และอำเภออินทร์บุรี จำนวนราษฎรที่ได้รับผลกระทบมีทั้งหมด 4,088 หลังคาเรือน วัดที่ประสบภัย 19 แห่ง สำนักสงฆ์ 1 แห่ง โรงเรียนอีก 12 แห่ง
อ่างทอง”ปลิงควายโผล่”
ที่จ.อ่างทอง บริเวณหมู่ 5 ต.บางปลากด อ.ป่าโมก น้ำได้ล้นคันกั้นน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็วบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมทันทีเกือบ 100 หลังคาเรือน ประชาชนต่างเก็บของขึ้นที่สูงกันโกลาหล นอกจากนั้นน้ำยังได้ไหลไปยังพื้นที่ตำบลใกล้เคียงอย่างรวดเร็วจนทางผู้นำชุมชนต้องประกาศให้ประชาชนเร่งเก็บของหนีน้ำ และที่สำคัญหลังจากน้ำได้ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในครั้งนี้ปลิงควายจำนวนมากที่อยู่ในบ่อน้ำต่างๆ ออกอาละวาดกัดกินเลือดประชาชนที่กำลังเก็บของหนีน้ำ
นายประมวล เขียนบุญเจริญ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 286/ก หมู่ที่ 5 ต.บางปลากด อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง กล่าวว่า น้ำมาไวมากเมื่อวานยังไม่ท่วมเลยจนกระทั่งเมื่อคืนน้ำได้ทะลักเข้ามาทำให้ชาวบ้านต่างตะโกนบอกกันให้ลงมาเก็บของหนีน้ำกันโกลาหลและที่สำคัญคือมีปลิงควายออกมาอาละวาดกันกินเลือดก็ต้องระวังกันโดยเฉพาะเด็กๆ ก็ห้ามเล่นน้ำเพราะปลิงควายเยอะมาก
ชาวบ้านอพยพหนีน้ำ
ส่วนที่ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ประชาชนยังคงได้รับความเดือดร้อนหนัก เนื่องจากน้ำได้เพิ่มปริมาณสูง ทำให้น้ำเข้าท่วมพื้นบ้านชั้นบนจนหมด ชาวบ้านต้องอพยพหนีน้ำออกมาข้างนอก เพราะน้ำท่วมพื้นบนบ้านแล้ว ทำให้พักอาศัยอยู่ไม่ได้
สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดอ่างทองล่าสุดะดับน้ำล่าสุดบริเวณหน้าศาลา กลางจังหวัดอยู่ที่ 8.75 เมตร สูงกว่าระดับวิกฤต 0.09 เมตร / รทก. ปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดอ่างทองอยู่ที่ 2,550 ลบ.ม./วินาที เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 70 ลบ.ม./วินาที รวมบ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบ ทั้งสิ้น 5 อำเภอ จำนวน 1,817 ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตรได้รับผลกระทบ จำนวน 6,017 ไร่ เกษตรกรเดือดร้อน 553 ราย
ลพบุรีระดมช่วยผุ้ประสบภัย
ที่จ.ลพบุรี พล.ต.สำราญ ไชยริปู ผอ.สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา นำกำลังพลจาก หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 กองบัญชาการกองทัพไทย ได้นั่งรถไถลุยน้ำ นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค จำนวน 50 ชุด พร้อมด้วยน้ำดื่มสะอาด จำนวน 800 ขวด เข้าไปแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนตามบ้านเรือนที่ยังคงมีน้ำท่วมสูง ในพื้นที่ 6 หมู่บ้าน ของ ต.หนองทรายขาว อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน และเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ด้วย
สำหรับสถานการณ์ฝนที่ตกติดต่อกันหลายวัน ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบน โดยเฉพาะพื้นที่รับน้ำตอนบนของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตั้งแต่จังหวัดเพชรบูรณ์ เลื่อยลงมาจนถึงจังหวัดลพบุรี ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำป่าสัก ได้ไหลเข้าสู่เขื่อนป่าสักในปริมาณมาก ทั้งนี้ เขื่อนรับน้ำได้ 960 ล้านลบ.ม. โดย ณ วันนี้ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ รับน้ำไปแล้ว 919.75 ทำให้ปัจจุบันเหลือพื้นที่รับน้ำได้อีกเพียง 45 ล้านลบ.ม. หรือไม่ถึงร้อยละ 5 น้ำจะเต็มเขื่อน
เขื่อนป่าสักฯ ปักธงเหลือง
ล่าสุด เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้ยกระดับการแจ้งเตือนภัย โดยเปลี่ยนจากธงเขียว เป็นธงเหลือ แสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง หากยังคงฝนตกเพิ่มในพื้นที่รับน้ำตอนบนของเขื่อน เขื่อนป่าสักฯ อาจต้องเพิ่มการระบายน้ำตามความเหมาะสม ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำป่าสัก ตั้งแต่จ.ลพบุรี สระบุรี ต่อเนื่องถึง เขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนถึงจุดบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยา อ.พระนครศรีอยุธยา จะมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย
ปากน้ำต้นโพธิ์ล้มทับบ้าน
ขณะที่จ.สมุทรปราการ น.ส.พเยาว์ ถมใย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่า มีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ล้มทับบ้านพังเสียหายภายในซอด้านหลังร้านอาหารชลธิชาเก่า แยกจากซอยวัดแค หมู่ที่ 2 ต.ในคลองบางปลากด จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมประสาน เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ในคลองบางปลากด นำกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เดินทางไปให้การช่วยเหลือ