‘กระทิงแดง’ยุติโครงการ 3พันล้านที่ขอนแก่น ย้ายไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านแทน!! รังวัดที่ดินชี้ผิดกฎหมายบุกรุก แต่ชาวบ้านหนุนอยากให้อยู่ต่อ!!



 

วันที่ 5 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของกระทิงแดง ออกแถลงการณ์ ย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน หลังตัดสินใจยุติการดำเนินกิจการในจังหวัดขอนแก่น หลังชาวบ้านคัดค้านการเช่าพื้นที่ป่าสาธารณะห้วยเม็ก โดยจะไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านแทน

แถลงการณ์ระบุว่า

บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ขอเรียนให้ทราบว่า วันนี้ บริษัทฯ ได้ตัดสินใจยกเลิกแผนการลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านดง อำเภออุบล-รัตน์ จังหวัดขอนแก่น การย้ายฐานการผลิตออกจากพื้นที่ดังกล่าวในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก ถึงแม้บริษัทฯ ต้องการจะดำเนินการต่อไปก็ตาม

บริษัทฯ มีความตั้งใจจริง อย่างบริสุทธ์ใจ ที่จะเข้ามาร่วมพัฒนาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของชุมชนบ้านดง และจังหวัดขอนแก่นให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการตามระเบียบ ข้อบังคับและขั้นตอนทางกฎหมายของหน่วยงานราชการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานด้านการปกครอง ที่ดิน ป่าไม้ อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ ทั้งในระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด รวมถึงการทำประชาคมกับชาวบ้านตำบลบ้านดง ทั้ง 15 หมู่บ้านที่เกี่ยวข้อง อย่างถูกต้อง ครบถ้วนทุกประการ

บริษัทฯ มุ่งหวังจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจชุมชนให้กับชาวบ้านในพื้นที่โดยรอบโรงงาน พื้นที่ใกล้เคียง และจังหวัดขอนแก่น เพราะการเข้ามาตั้งโรงงานของเรา จะทำให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมาย สร้างห่วงโซ่อุปทาน สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ทั้งในรูปแบบการจ้างแรงงาน การจัดซื้อจัดจ้างจากคนในชุมชน สร้างรายได้ให้กับ อบต. ในรูปแบบภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือน และสร้างรายได้ให้กับประเทศในรูปแบบของการส่งออก ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าราว 10,000 ล้านบาทในอีก 5 ปี ข้างหน้า ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

ขณะเดียวกันการมีโรงงานก็จะช่วยขยายโอกาสให้กับชาวบ้านได้มีรายได้เสริมให้กับครอบครัว ทั้งจากการค้าขายเล็กๆน้อยๆ การทำร้านอาหาร จนถึงการให้บริการโรงแรม บ้านเช่า หอพัก ซึ่งจะเป็นแรงหนุนให้เศรษฐกิจของตำบลบ้านดง อำเภออุบลรัตน์ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ลดการอพยพของคนในพื้นที่เพื่อออกไปหารายได้จากที่อื่น รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินในพื้นที่โดยรอบโรงงานอีกด้วย

บริษัทฯ ยังมีความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับชาวบ้านในการอนุรักษ์และบริหารจัดการน้ำ และพื้นที่โดยรอบโรงงานให้มีความสมบูรณ์ คงความเป็นพื้นที่สีเขียว ไม่แห้งแล้งเหมือนในอดีต รวมถึงสร้างความสะดวกสบายในการเดินทาง โดยจากการทำประชาคมชาวบ้านที่มาร่วมประชุมทั้งหมดยินยอมให้บริษัทฯ สร้างถนนลาดยางขึ้นใหม่ ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะกว้างประมาณ 4-6 เมตร ติดไฟส่องสว่าง เพื่อทดแทนทางเกวียนเดิม

อย่างไรก็ตามในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีบางคน บางกลุ่ม ไม่เห็นด้วยกับการเข้ามาตั้งโรงงาน และได้ใช้วิธีการต่างๆนานา บิดเบือนเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ใจของบริษัทฯ ที่ต้องการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

เมื่อมีผู้คัดค้านไม่เห็นด้วย จะด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ตาม หากบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าดำเนินกิจการที่นี่ต่อไป ก็คงต้องพบกับปัญหาความไม่พอใจตลอดเวลา ขณะที่ผู้บริหารของบริษัทฯ ที่ต้องทำงานภายใต้กรอบระเบียบด้านความซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรงไปตรงมา นี่จึงเป็นความลำบากใจ หากต้องคอยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

บริษัทฯ จึงตัดสินใจยกเลิกการลงทุนราว 3,000 ล้านบาท ที่คาดว่าจะใช้กับโรงงาน และยุติการดำเนินกิจการโรงงานในพื้นที่ตำบลบ้านดง อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น โดยบริษัทฯ กำลังพิจารณาหาสถานที่ที่เหมาะสม ซึ่งอาจจะเป็นประเทศเพื่อนบ้าน เพราะโรงงานแห่งนี้จะเป็นฐานการผลิตสำคัญเพื่อการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ CLMV

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าบริษัทฯ จะย้ายฐานการผลิตไปที่อื่นแล้ว แต่ด้วยความผูกพันที่มีต่อคนส่วนใหญ่ในชุมชนตำบลบ้านดงที่ร่วมทำประชาคมและต้องการให้เรามาตั้งโรงงาน บริษัทฯ จึงจะยังคงทำกิจกรรมเพื่อสังคมที่ได้เริ่มต้นไว้ต่อไปตามเจตนารมณ์เดิม อาทิ โครงการเกษตรอินทรีย์วิถียั่งยืน โครงการยุวเกษตรอินทรีย์ และโครงการอื่นๆ รวมถึงบริษัทฯ ยินดีให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ

บริษัทฯ ขอขอบคุณชาวขอนแก่นทุกคน และหน่วยงานภาครัฐทุกแห่งที่ให้การต้อนรับ ให้ความช่วยเหลือสนับสนุน และให้กำลังใจเราตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา กรรมการบริหารและพนักงานบริษัทฯทุกคนรู้สึกซาบซึ้งในไมตรีจิตของท่าน และความรู้สึกดีๆ เช่นนี้จะคงอยู่กับพวกเราตลอดไป

 

 

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นายศิริชัย ทวีชนม์ รักษาการที่ดินจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดินจังหวัดขอนแก่น ได้ทำการรังวัดที่ดินที่เป็นทางสาธารณะในเขตก่อสร้างโรงงานของบริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (ในเครือกระทิงแดง) หลังจากที่ทางอำเภออุบลรัตน์ได้ทำหนังสือร้องขอให้ทำการตรวจสอบว่าได้มีการสร้างโรงงานรุกทางสาธารณะหรือไม่ จำนวน 2 เส้น จากการตรวจสอบเส้นทางสาธารณะดังกล่าวที่แนวระวางพาดผ่านตัวอาคารโรงงานมีความยาวโดยประมาณ 1,440 เมตร ความกว้าง 5 เมตร โดยแนวเขตทางสาธารณะนั้น ได้พาดผ่านตัวอาคารที่ 2 ของอาคารทั้งหมด 3 อาคารที่อยู่ในแนวเดียวกัน ซึ่งจะสามารถรายงานผลสรุปได้ภายในสัปดาห์นี้ เพราะต้องทำพิกัดแผนที่ แสดงจุดตัดของทางสาธารณะกับที่ของกระทิงแดงด้วย

ขณะเดียวกัน ที่หน้าที่ว่าการอำเภออุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น นายณัฐภัทร พลอยสุภา นายอำเภอ พร้อมด้วย นายนิธิ เพ็งสุข ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและธุรการ บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (ในเครือกระทิงแดง) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารได้รับหนังสือรายชื่อผู้สนับสนุนกระทิงแดงให้ดำเนินการก่อสร้างโรงงานต่อไป โดยมี สิบตำรวจเอก สมัย สายอ่อนตา ประธานกลุ่มพัฒนาตำบลบ้านดง และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง พร้อมด้วยชาวบ้านกว่า 300 คน นำรายชื่อผู้ที่เห็นด้วยที่จะให้โรงงานกระทิงแดงอยู่ต่อไป และหนังสือรายชื่อผู้คัดค้านโรงงาน โดยมีผู้ที่ลงชื่อสนับสนุน จำนวน 5,500 คน ส่วนรายชื่อผู้คัดค้านไม่มี

ด้านนายณัฐภัทร พลอยสุภา นายอำเภออุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้มีการตั้งเวทีปราศรัยเพราะจะมีความเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย ตามคำสั่งของ คสช.ที่ห้ามชุมนุมในที่สาธารณะ ประกอบกับประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์แสดงความอาลัยแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 รวมถึงอยู่ระหว่างการเตรียมงานที่สำคัญของคนไทยทั้งประเทศ อาจจะทำให้กลุ่มผู้ไม่หวังดี สร้างกระแส จนนำไปสู่การเข้าใจผิด สร้างความขัดแย้งให้เกิดกับประชาชน จึงขอให้มีเพียงตัวแทน ไปมอบรายชื่อ และหนังสือแสดงความคิดเห็นต่อบริษัท โดยการลงลายมือชื่อ และสนับสนุนในครั้งนี้ต้องเป็นอิสระและห้ามกลไกของรัฐสนับสนุน

สิบตำรวจเอกสมัยกล่าวว่า สำหรับการรวมตัวย้ายสถานที่ยื่นหนังสือให้บริษัทกระทิงแดงจากหน้าโรงงานมาที่อำเภออุบลรัตน์นั้น เนื่องจากได้รับการประสานจากอำเภอให้ย้ายมารวมตัวกันที่อำเภออุบลรัตน์

“ชาวบ้านที่ออกมาสนับสนุนไม่ได้มาจากการจัดตั้ง ทุกคนที่ทราบข่าวเดินทางมาร่วมแสดงความคิดเห็นกันเอง โดยทางกลุ่มได้มาตั้งโต๊ะให้ชาวบ้านมาลงชื่อ ซึ่งมีทั้งสมุดเห็นด้วยและคัดค้าน โดยจะยื่นหนังสือผ่านตัวแทนของบอร์ดบริหารให้ทบทวนเรื่องการย้ายฐานการผลิต เพราะเห็นว่าโรงงานจะเข้ามาสร้างความเจริญให้กับพื้นที่ การยกเลิกของบริษัทจะทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบในวงกว้าง และทำให้เศรษฐกิจได้รับความเสียหาย ส่วนที่ให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นนั้น เพราะเห็นว่าโรงงานเป็นอนาคตของเด็ก ที่อาจจะได้สมัครเข้ามาทำงานที่โรงงาน จึงเปิดโอกาสให้ลงชื่อไม่ได้บังคับแต่อย่างใด” นายสมัยกล่าว

ด้านนายนิธิ เพ็งสุข ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรส่วนบุคคลและธุรการ บริษัท กระทิงแดง กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าทางบริษัทยังคงมติการย้ายฐานการผลิตเช่นเดิม ส่วนหนังสือที่ชาวบ้านนำมาบอบให้นี้จะยื่นให้กับบอร์ดบริหารของบริษัทเพื่อพิจารณา ส่วนคำตอบที่ชัดเจนทั้งหมดต้องให้ผู้บริหารเป็นผู้ให้คำตอบ

ข่าวจาก : ข่าวสดออนไลน์, มติชนออนไลน์