ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เผยแพร่ภาพ พระกรณียกิจ “พระองค์ทีฯ” ทรงร่วมบำเพ็ญประโยชน์ในโครงการ”จิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ” กวาดวัด ปฏิบัติธรรม บำเพ็ญประโยชน์ที่วัดป่ามุตโตทัย ประเทศเยอรมนี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนชาวไทย ในการร่วมทำความดีกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้านสำนักพระราชวังเผยยอดผู้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทรวม 337 วัน จำนวน 12,739,531 คน ร่วมบริจาคเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 889,545,100.01 บาท
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เผยแพร่ภาพพระกรณียกิจ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ขณะทรงร่วมบำเพ็ญประโยชน์ในโครงการ “จิตอาสา เราทำ ความดี ด้วยหัวใจ” ตามพระราชปณิธานของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทรงปฏิบัติธรรมประทับค้างแรม ณ วัดป่ามุตโตทัย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 23-24 ก.ย. เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนชาวไทย ในการร่วมทำความดีกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งในห้วงเดือนต.ค.นี้ ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดตั้ง “จิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” ขึ้น เพื่อรวมพลังน้ำใจ พลังความรักอันมีค่า ความจงรักภักดีของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่จะน้อมถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรเสด็จสู่สวรรคาลัย
โดยภาพพระกรณียกิจนั้นได้พระราชทาน ผ่านภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่มีความยาว 3.57 นาที การนี้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ฉลองพระองค์เสื้อโปโลสีดำ ธ สถิต ดวงใจไทยนิรันดร์ พร้อมฉลองพระมาลาหมวกแก๊ปสีฟ้า และผ้าพันคอสีเหลืองพระราชทาน โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงร่วมทำกิจกรรมกับพระสหายในพระอิริยาบถต่างๆ อาทิ ทรงกวาดใบไม้ ทรงเก็บใบไม้ ทรงล้างจาน ทรงสนทนาธรรมกับเจ้าอาวาส ทรงกวาดพื้นบริเวณหน้าห้องที่ประทับค้างแรม ทรงประกอบอาหารทั้งคาวหวานสำหรับเตรียมถวายภัตตาหารพระสงฆ์ด้วยพระองค์เอง พร้อมพระราชทานข้อความว่า “เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า”
ทั้งนี้ ในวันที่ 7-12 ต.ค. จิตอาสาเฉพาะกิจฯ ทั่วประเทศ ทั้ง 8 ประเภท จะเข้ารับสิ่งของพระราชทานหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรับการปฐมนิเทศ ณ หน่วยที่ลงทะเบียน และเริ่มปฏิบัติหน้าที่ระหว่าง วันที่ 18-31 ต.ค.
เมื่อเวลา 24.00 น. วันที่ 5 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศประชาชนเข้าแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพในวันสุดท้าย ก่อนที่สำนักพระราชวังจะปิดในเวลา 00.00 น. วันที่ 6 ต.ค.นั้น ยังคงต่อแถวกันอย่างไม่ขาดสาย แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยเกินเที่ยงคืนแล้วก็ตาม ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงปล่อยแถวให้ประชาชนที่เดินทางมาเข้าคิวก่อนเวลาเที่ยงคืนเข้ากราบสักการะพระบรมศพอยู่เรื่อยๆ ขณะที่ประตูวิเศษไชยศรียังเปิดต้อนรับประชาชนกลุ่มสุดท้าย โดยมีสื่อมวลชนยังคงปักหลักเพื่อเก็บบรรยากาศและภาพของประชาชนที่อยู่บริเวณรอบๆ
เมื่อเวลา 00.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า ที่จุดคัดกรองวงเวียนรด. ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. ทางเจ้าหน้าที่เริ่มตัดแถว และงดคิวพสกนิกรที่เดินทางมาต่อแถวเข้ากราบ สักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ภายหลังจากทางสำนักพระราชวังได้กำหนดตัดแถวงดคิวเป็นวันสุดท้าย พร้อมทั้งรื้อเต็นท์บริเวณโดยรอบทั้งหมด
นอกจากนี้ น.ส.ดวงเดือน จุลการ อายุ 53 ปี เป็นบุคคลสุดท้ายที่เข้ามายังจุดคัดกรองภายในสถานที่ดังกล่าวด้วย และกล่าวด้วยอาการตื้นตันใจว่า ตนเดินทางเข้ามาถวาย สักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งนี้เป็น ครั้งที่ 33 แล้ว โดยตนเป็นจิตอาสาเป็นแม่ครัวคอยผัดอาหารที่ข้างวงเวียนรด. ตั้งแต่วันแรกของพระราชพิธี ซึ่งในวันนี้มีความตั้งใจที่จะเข้าไปจุดคัดกรองคนสุดท้าย โดยกำหนดเวลาเมื่อใกล้ถึงช่วงเที่ยงคืน ตนก็รีบเดินเข้ามายังจุดทันที อีกทั้งได้ตั้งใจไว้ตลอดว่าจะเข้าไปกราบพระบรมศพพ่อหลวงอีกครั้ง
เมื่อเวลา 01.41 น. ที่บริเวณหน้าประตูวิเศษไชยศรี เจ้าหน้าที่เริ่มนำรั้วกั้นมาปิดประตูซึ่งเป็นวันสิ้นสุดของการกราบสักการะพระบรมศพในเวลา 24.00 น. แต่เจ้าหน้าที่ขยายเวลาปิดทำการให้ถึง 01.41 น. เนื่องจากมีประชาชนที่เข้ามาต่อแถวตกค้างจนทำให้เกินเวลาที่กำหนด
ด้านสำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 00.01 น. จนถึงเวลา 02.18 น. ของ วันที่ 6 ต.ค. ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 110,889 คน รวม 337 วัน มี 12,739,531 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 7,016,818 บาท รวม 337 วันเป็นเงินทั้งสิ้น 889,545,100.01 บาท
เมื่อเวลา 15.00 น. สมเด็จพระราชชนนี เซริง ยังดน แห่งราชอาณาจักรภูฏานพระราชชนนีของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชชนนีซังเกย์ โซเดน วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จวางพวงมาลาและแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
ที่โรงละครแห่งชาติ ช่วงเช้ามีการซักซ้อมการแสดงละครหุ่นหลวง หุ่นกระบอก ที่จะแสดงเวทีที่ 2 ในการแสดงมหรสพ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแสดงละคร หุ่นหลวง จะแสดงในตอนหนุมานเข้าห้องนางวานรินทร์ ส่วนการแสดงหุ่นกระบอก จะแสดงเรื่องพระอภัยมณี ตอนสุดสาครจับม้ามังกร โดยจะจัดอยู่ในเวทีที่ 2 ด้านทิศเหนือท้องสนามหลวง จะแสดงในวันที่ 26 ต.ค.2560 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึงวันที่ 27 ต.ค. เวลา 06.00 น. รวม 2 ชุดการแสดงใช้ระยะเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งหุ่นหลวงใช้เวลา 20 นาที หุ่นกระบอกใช้เวลา 40 นาที นอกจากนี้ยังมีการแสดงอื่นๆ ในเวทีที่ 2 อีก คือ การแสดงละครเรื่องพระมหาชนก รำกิ่งไม้เงินทอง ละครในเรื่องอิเหนาตอนบุษบาชมศาล-อิเหนาตัดดอกไม้-ฉายกริช ท้าวดาหาบวงสรวง และละครเรื่องมโนราห์
เมื่อเวลา 06.00 น. ที่บริเวณท้องสนามหลวง เจ้าหน้าที่จากกทม. ได้รื้อเต็นท์โดยรอบท้องสนามหลวงและรอบพระบรมมหาราชวัง เพื่อเตรียมพื้นที่ในการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งได้รื้อตั้งแต่หลังปิดการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ นอกจากนี้ได้ปิดจุดคัดกรองทุกจุด และไม่ให้ประชาชนทั่วไป รวมถึงรถยนต์สัญจรผ่าน ยกเว้นเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน โดยยังคงปิดถนนบริเวณถนนราชดำเนินใน ตั้งแต่จุดคัดกรองพระแม่ธรณีบีบมวยผมจนถึงวงเวียน รด. และถนนหน้าพระธาตุ ตั้งแต่จุดคัดกรองหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนถึงถนนหน้าพระลานตลอดเส้น แต่ยังคงมีประชาชนเดินทางมากราบพระบรมศพอยู่ด้านนอก โดยเฉพาะบริเวณข้างกำแพงพระบรมมหาราชวัง ฝั่งถนนมหาราช พบว่ามีดอกไม้และพวงมาลัยมาวางแสดงความอาลัยจำนวนมาก
เมื่อเวลา 08.20 น. ที่บริเวณสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมปล่อยแถวจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ จำนวน 2,660 คน ที่มาร่วมทำความสะอาดและเก็บขยะโดยรอบบริเวณสนามหลวง ประกอบด้วย โรงเรียนวชิราวุธ โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย โรงเรียนจิตรลดา โรงเรียนนายร้อยตำรวจ โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนนายร้อย จปร. รวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนทั่วไป
พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวกับจิตอาสาว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ทำภารกิจอันสำคัญ ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในสมาชิกจิตอาสา อยากขอบคุณทุกคนที่มีจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยทำความดีด้วยหัวใจ ตามพระราชปณิธานของ ในหลวงรัชกาลที่ 10 ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนทำด้วยหัวใจบริสุทธิ์จริงๆ สิ่งที่เราทำในวันนี้ก็เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ขอให้ทุกคนสำนึกอยู่ตลอดเวลาว่า สิ่งที่เราทำเป็นการตอบแทนบุญคุณประเทศและทำเพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้ตั้งใจในการทำความดีครั้งนี้
พล.ต.อ.จักรทิพย์ให้สัมภาษณ์อีกว่า วันนี้จิตอาสาได้มาร่วมกันทำความสะอาดบริเวณรอบสนามหลวง ก่อนวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งตนก็ได้มาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ สำหรับการรักษาความปลอดภัยก็ได้กำชับเป็น พิเศษมาโดยตลอด ส่วนการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในวันที่ 7 ต.ค. ซึ่งเป็นการซ้อมในพื้นที่จริงเป็นครั้งแรก เพื่อให้แม่นยำและถูกต้อง ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนว่าจะต้องมีการปิดถนน เพื่อความสะดวกในการสัญจร หาก พี่น้องประชาชนต้องการมาร่วมชมการซ้อม ขอให้อยู่ในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่จัดให้และฟัง คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม เปิดเผยว่า พอใจกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางมากราบพระบรมศพ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็เหนื่อย ทำงานกว่า 300 วัน ต่อจากนี้เจ้าหน้าที่ก็ยังคงทำงานต่อไปเพื่อดูแลความเรียบร้อยในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพขอให้ประชาชนสบายใจ นอกจากนี้เรายังดูแลรักษาความปลอดภัยให้แขกวีไอพีที่จะเดินทางมาร่วมงานโดยจัดเส้นทางเฉพาะสำหรับแขกวีไอพี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า ในห้วงเดือนต.ค.นี้ มีการปฏิบัติที่สำคัญๆ เกี่ยวข้องกับงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติยศสูงสุด รวมทั้งแสดงความจงรักภักดี และความอาลัย แด่พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ตนขอความร่วมมือ ทุกภาคส่วนปฏิบัติเป็นไปในแนวทาง เดียวกัน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และ สมพระเกียรติ
นายกฯ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนและทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือไว้ทุกข์และออกทุกข์ ได้สอดคล้องกับทางราชการ ตามที่ขยายออกไปอีก จากวันที่ 13 ต.ค. ให้ถึงวันที่ 27 ต.ค.2560 และขอให้สถานที่ราชการ สถานศึกษา สถานที่ทำการของรัฐ ทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก ลดธงครึ่งเสา ในช่วงเวลาการไว้ทุกข์ดังกล่าว รวมเป็นเวลา 15 วัน และออกทุกข์ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 ต.ค.2560 โดยเริ่มทยอยเก็บผ้าระบาย และป้ายต่างๆ สำหรับการเสด็จสู่สวรรคาลัย ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป
นายกฯ กล่าวว่า สำหรับสถานบันเทิง และสถานีโทรทัศน์ วิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์ขอให้พิจารณางดหรือลด กิจกรรมบันเทิงตลอดเดือนต.ค.นี้ เพื่อความเหมาะสมกับอารมณ์ และความรู้สึกของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ และเนื่องจากในวันพฤหัสบดีที่ 26 ต.ค.2560 ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จึงกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการพิเศษเพียงวันเดียวเฉพาะในปีนี้ ส่วนวันที่ 13 ต.ค. ของทุกปี เป็นวันหยุดราชการเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทั้งนี้เนื่องด้วย ในวันที่ 26 ต.ค. มีข้อจำกัดเรื่องการใช้พื้นที่ การจราจร และการรักษาความปลอดภัย ทำให้มณฑลพิธีท้องสนามหลวงไม่อาจจะรองรับทุกคนได้ ดังนั้น พี่น้องประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ในพื้นที่โดยรอบตามความสมัครใจ โดยการถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชนนั้น สามารถดำเนินการได้ ณ พระเมรุมาศจำลองทั่วประเทศ ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ และวัดต่างๆ ที่ทางราชการกำหนด รวมทั้งสถานทูตไทย ณ ต่างประเทศทั่วโลก เพื่อให้บริการและรับรองประชาชนอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติตัว และรายละเอียดพระราชพิธีต่างๆ รวมทั้งสถานที่ จุดวางดอกไม้จันทน์ใกล้บ้าน จากเว็บไซต์ www.kingrama9.net และสายด่วน 1441 หรือติดตามข่าวสารต่างๆ จากทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์อย่างใกล้ชิด
ข่าวจาก : ข่าวสดออนไลน์