ปิดตำนานมือถือรากหญ้า "ไอ-โมบาย" โดนพิษเศรษฐกิจดึงยอดขายดิ่ง ลดฮวบครึ่งหนึ่งของรายได้ที่ตั้งไว้กว่า 4,500 ล้านบาท คาดสิ้นปีทำได้เพียง 3,000 ล้านบาท รับต้านภาวะมือถือแข่งขันเดือดไม่ไหว 1-2 ปี ประสบภาวะขาดทุนมาตลอด ยอมทิ้งรายได้หลัก เบนเข็มทำธุรกิจดิจิตอล พร้อมเปลี่ยนชื่อใหม่ "SDC" สามารถดิจิตอล
2 ต.ค.60 นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลางเดือนตุลาคม บริษัท เตรียมแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในการเปลี่ยนชื่อบริษัทในเครือสามารถฯ บริษัท สามารถไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) หรือ SIM เป็น บริษัท สามารถ ดิจิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SDC
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนธรุกิจจากขายเครื่องลูกข่าย SIM เนื่องมาจาก 1-2 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ประสบภาวะการขาดทุน ด้วยสาเหตุการแข่งขันของตลาดมือถือที่มีการแข่งขันสูง การลงทุนสูง ทำให้สามารถไอ-โมบายไม่สามารถแข่งขันภาวะแบบนี้ได้ ซึ่งส่งผลต่อเป้ารายได้รวมของสามารถไอ-โมบาย จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 4,500 ล้านบาท โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะทำได้เพียง 70% หรือราว 3,000 ล้านบาท
"ถามว่าปีนี้เป็นปีที่แย่ที่สุดหรือไม่ ตอบเลยว่าไม่น่าจะใช่เพราะมีแค่ไตรมาส3 ที่ไม่ดี ไม่ใช่ทั้งปีไม่ดี ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนให้เร็วขึ้นไม่งั้นจะกระทบต่อบริษัทเยอะ ทำให้เป้ารายได้ที่ตั้งไว้ 20,000 ล้านบาท อาจจะทำไม่ถึงแค่เกือบๆ เท่านั้น เรา จึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ ลดขนาดธุรกิจมือถือ มองว่าต้องทำสิ่งที่เราถนัดหานวัตกรรม หาเรื่องใหม่ๆ ทำมือถือแต่ไม่เป็นธุรกิจหลักเหลือแค่หลักหมื่นเครื่องที่ร่วมทำธุรกิจกับการสื่อสาร Trunked Radio ที่มีราคาเครื่องตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป" นายวัฒน์ชัย กล่าว
ทั้งนี้ในปี 2560 กลุ่มสามารถฯ ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 20,000 หมื่นล้านบาท โดยจะมาจากธุรกิจ ไอซีที โซลูชั่น (ICT Solution) 9 พันล้านบาท สายธุรกิจโมบาย และมัลติมีเดีย (Mobile-Multimedia) 4.5 พันล้านบาท สายธุรกิจ Relate Business 2.3 พันล้านบาท และสายธุรกิจ U-Trans 4.2 พันล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้ของกลุ่มสามารถฯ ประกอบด้วยสายธุรกิจ Mobile-Multimedia มีสัดส่วนรายได้ 20% สามารถเทลคอม (SAMTEL) ในกลุ่มธุรกิจไอซีทีโซลูชั่น 40% สายธุรกิจUtilities&Transportation 30% สายธุรกิจ Relate Buisness 10%
นายวัฒน์ชัย กล่าวว่า การเปลี่ยนธุรกิจมือถือสู่ธุรกิจดิจิตอล จะประกอบด้วย 5 สายธุรกิจ ดังนี้ 1.ดิจิตอลเน็ตเวิร์ค เป็นการดำเนินธุรกิจบริการด้านการสื่อสารผ่านระบบดิจิตอล 2.ดิจิตอล คอนเทนต์ ภายใต้คอนเซป “Digital Lifestyle” โดยคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยม อาทิ EDT ข้อมูลเรื่องกินดื่มเที่ยวแล้ว ยังมีบริการวางแผนท่องเที่ยวแบบครบวงจร มีบริการส่งอาหารและส่วนลด 3.ไอสปอร์ต ( iSport) ธุรกิจกีฬาครบวงจร 4. Zazzet ธุรกิจ Startup 5. iOT ดำเนินธุรกิจจำหน่ายมือถือและgadget
โดยล่าสุด ธุรกิจดิจิตอลเน็ตเวิร์คได้เซ็นสัญญาโครงการติดตั้งอุปกรณ์โครงข่ายวิทยุคมนาคมระบบดิจิตอล (DTRS Digital Trunked Radio System) สถานีฐานจำนวน 1,500 แห่ง มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในนาม "เอสไอเอสซี คอนซอร์เตียม" (สามารถไอ-โมบาย และ สามารถคอมมิวนิเคชั่น) เพื่อขยายการให้บริการโครงข่าย DTRS และ เพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานของผู้ใช้บริการในพื้นที่ที่มีความต้องการได้อย่างเพียงพอ โดย SAMART Digital จะมีรายได้จากการขายเครื่องลูกข่ายรวมถึงการทำตลาดในลักษณะ Private Network และการให้บริการข้อมูลในรูปแบบดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าจากการขายเครื่องที่ 1 แสน – 1.5 แสนตัว และรายได้ที่ 3,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 2-3 ปี จากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นองค์กรภาครัฐที่เน้นการสื่อสารทางไกล เป็นกลุ่มใหญ่ และต้องการความปลอดภัยในการสื่อสาร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการความร่วมมือกับกสท.ในการติดตั้งเสาสัญญาณร่วมในเขตอุทยานแห่งชาติ (Co-Tower) ซึ่งจะเห็นความคืบหน้าในปลายปีนี้
ข่าวจาก : หนังสือพิมพ์แนวหน้า