เจ้าคณะหนเหนือ-หนใต้ออกคำสั่งตรวจสอบ ลงโทษพระ-สามเณรประพฤติผิดอาจาระ!!



 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พระวิสุทธิวงศาจารย์ เจ้าคณะใหญ่(จญ)หนเหนือ ได้ออกคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ที่ 1/2560 เรื่องอาจาระพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง ความว่า “อาศัยอำนาจตามความในข้อ 7(1)(2)(3)(4)และ(5) แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23(พ.ศ.2541) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ เห็นควรให้พระสังฆาธิการทุกระดับ สอดส่อง กำกับ ดูแล กวดขัน ควบคุม อาจาระพระภิกษุสามเณรและการบริหารจัดการวัดในเขตปกครองโดยอบรม สั่งสอน ว่ากล่าวตักเตือนและหรือลงโทษ โดยสมควรแก่เหตุ ดังนี้

1. พระภิกษุสามเณรผู้ทำการอันละเมิดกฎหมายบ้านเมือง และพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ให้พระสังฆาธิการดำเนินการตามกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง มติ หรือประกาศมหาเถรสมาคมที่เกี่ยวข้อง และประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้เข้าดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัดกับพระภิกษุสามเณรผู้มีพฤติกรรมดังกล่าว

2.พระภิกษุสามเณรผู้วิพากษ์วิจารณืหรือแสดงออกในแนวทางกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความสงบสุขของประชาชน หรือส่อไปในทางยั่วยุ ปลุกปั่น ทำลาย ก้าวร้ายรุนแรงและไม่สร้างสรรค์ ให้พระสังฆาธิการกวดขันควบคุมพระภิกษุสามเณรผู้มีพฤติกรรมดังกล่าวมิให้กระทำการเช่นว่านั้น และหากเข้าข่ายละเมิดกฎหมายบ้านเมืองให้ประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้เข้าดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด

3.พระภิกษุสามเณรผู้มีอาจารไม่เหมาะสมเป็นที่ติเตียนของประชาชน ในลักษณะโลกวัชชะ เช่น การแสดงอากัปกิริยาไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิดของตน การแสดงกิริยาวาจาไม่สมควรแก่สมณสารูป การใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่ไม่เหมาะสม การใช้อุปกรณ์การสื่อสารผิดกาลเทศะ การไปสู่สถานที่อโคจร ฯลฯ ให้พระสังฆาธิการกวดขันควบคุมมิให้พระภิกษุสามเรณประพฤติตนแสดงออกหรือกระทำการเช่นว่านั้นโดยเด็ดขาด

4.พระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย และไม่รักษาเชิดชูพระธรรมวินัยให้เป็นวิถีทางประพฤติปฏิบัติของตนตลอดจนหมู่คณะ ให้พระสังฆาธิการกวดขัน ควบคุมพระภิกษุสามเณรผู้มีพฤติกรรมดังกล่าว มิให้ประพฤติตนหรือกระทำการเช่นว่านั้นโดยเด็ดขาด และหากเข้าข่ายละเมิดพระธรรมวินัย ให้ดำเนินการลงโทษตามพระธรรมวินัยและกฎหมายคณะสงฆ์ โดยเคร่งครัด

5.การจัดทำป้ายโฆษณาติดประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคลเครื่องรางของขลังโดยบรรดาเกจิอาจารย์ หรือป้ายโฆษณาอวดอ้างชวนเชื่อสรรพคุณเกจิอาจารย์ อันเป็นการมอมเมาประชาชน มิใช่วิถีพุทธ มิใช่วิถีสมณะ ส่อเจตนาไปในทางอเนสนา สุ่มเสี่ยงต่อการต้องอาบัติอันติมวัตถุ ให้ระงับการจัดทำนั้นเสีย หากได้ทำมาแล้วให้ปลดรื้อออกเสีย

6.อุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธปฏิมา เป็นสถานที่ทำสังฆกรรม ทำวัตรไหว้พระสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา หรือทำการบุญการกุศลต่างๆ ต้องไม่จัดทำเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลเครื่องรางของขลังภายในอุโบสถ

ทั้งนี้ ให้เจ้าคณะพระสังฆาธิการได้สอดส่อง  กำกับ ดูแล กวดขัน ควบคุม อาจาระพระภิกษุสามเณรและการบริหารจัดการวัดในเขตปกครอง เพื่อให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง มติ หรือประกาศของมหาเถรสมาคม เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยของคณะสงฆ์

 

 

 

และในวันเดียวกันนั้น พระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้  ได้ออกคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนใต้ ที่ จญต.03/2560 เรื่องให้พระสังฆาธิการตรวจสอบพฤติกรรมและลงโทษพระภิกษุสามเณรในปกครอง ความว่า “อาศัยอำนาจตามความในข้อ 7(1)(2)(3)(4)และ(5) แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23(พ.ศ.2541) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ เห็นควรให้พระสังฆาธิการตรวจสอบพฤติกรรมและลงโทษพระภิกษุสามเณรในปกครอง ดังต่อไปนี้

1.พระภิกษุสามเณรผู้กระทำการอันละเมิดกฎหมายบ้านเมือง และพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ให้พระสังฆาธิการดำเนินการตามกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง มติ หรือประกาศมหาเถรสมาคมที่เกี่ยวข้อง และประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้เข้าดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัดกับพระภิกษุสามเณรผู้มีพฤติกรรมดังกล่าว

2.พระภิกษุสามเณรผู้วิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงออกในแนวทางกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความสงบสุขของประชาชน หรือส่อไปในทางยั่วยุ ปลุกปั่น ทำลาย ก้าวร้ายรุนแรงและไม่สร้างสรรค์ ให้พระสังฆาธิการกวดขันควบคุมพระภิกษุสามเณรผู้มีพฤติกรรมดังกล่าวมิให้กระทำการเช่นว่านั้น และหากเข้าข่ายละเมิดกฎหมายบ้านเมืองให้ประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้เข้าดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด

3.พระภิกษุสามเณรผู้มีอาจารไม่เหมาะสมเป็นที่ติเตียนของประชาชน ในลักษณะโลกวัชชะ เช่น การแสดงอากัปกิริยาไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิดของตน การแสดงกิริยาวาจาไม่สมควรแก่สมณสารูป การใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่ไม่เหมาะสม การใช้อุปกรณ์การสื่อสารผิดกาลเทศะ การไปสู่สถานที่อโคจร ฯลฯ ให้พระสังฆาธิการกวดขันควบคุมมิให้พระภิกษุสามเรณประพฤติตนแสดงออกหรือกระทำการเช่นว่านั้นโดยเด็ดขาด

4.พระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย และไม่รักษาเชิดชูพระธรรมวินัยให้เป็นวิถีทางประพฤติปฏิบัติของตนตลอดจนหมู่คณะ ให้พระสังฆาธิการกวดขัน ควบคุมพระภิกษุสามเณรผู้มีพฤติกรรมดังกล่าว มิให้ประพฤติตนหรือกระทำการเช่นว่านั้นโดยเด็ดขาด และหากเข้าข่ายละเมิดพระธรรมวินัย ให้ดำเนินการลงโทษตามพระธรรมวินัยและกฎหมายคณะสงฆ์ โดยเคร่งครัด

ทั้งนี้ พระสังฆาธิการรูปใดไม่ดำเนินการหรือย่อหย่อนในการสอดส่อง กำกับ ดูแล กวดขัน ควบคุม อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารจัดการวัดในเขตปกครอง หรือไม่ดำเนินการกับพระภิกษุสามเณรผู้มีพฤติกรรมตามความข้างต้น ต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆราธิการ อนึ่งหากพระสังฆาธิการได้พยายามดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง มติ หรือประกาศของมหาเถรสมาคมแล้ว ยังไม่สามารถบังคับการให้เป็นไปตามนั้น ให้ประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอการสนับสนุนและอารักขาจากทางราชการ

 

 

 

จนถึงขณะนี้ได้มีคำสั่งเจ้าคณะปกครองครบแล้วทั้งเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร (พระพรหมดิลก) ซึ่งได้ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 26 กันยายน,  เจ้าคณะหนใหญ่ตะวันออก (สมเด็จพระพุฒาจารย์) ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 28 กันยายน,เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต (สมเด็จพระวันรัต ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต) ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 28 กันยายน, เจ้าคณะใหญ่หนกลาง (สมเด็จพระพุทธชินวงศ์) ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 30 กันยายน และล่าสุดวันที่ 1 ตุลาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ(พระวิสุทธิวงศาจารย์) และเจ้าคณะใหญ่หนใต้(พระพรหมจริยาจารย์) ได้ออกคำสั่งในที่สุด โดยเป็นที่น่าสังเกตว่าคำสั่งเหล่านั้นมีสาระเหมือนกันทั้งหมด ยกเว้นคำสั่งของเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุตและเจ้าคณะใหญ่หนใต้ ที่มีแค่ 4 ข้อ โดยไม่มีข้อ 5- 6 ในเรื่องป้ายโฆษณาพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคลเครื่องรางของขลังโดยบรรดาเกจิอาจารย์ และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลเครื่องรางของขลังภายในอุโบสถ ตามลำดับ

ข่าวจาก : มติชนออนไลน์