เป็นข่าวที่มีผู้ติดตามและโดงดังมากในต่างประเทศ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2560 เว็บไซต์เดลี่เมล มีรายงานคดีสะเทือนขวัญซึ่งกำลังเป็นที่ฮือฮาในสื่อรัสเซียขณะนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวคู่สามี-ภรรยา ที่อาศัยอยู่ในเมืองครัสโนดาร์ ทางตอนใต้ของรัสเซีย เพราะต้องสงสัยว่าพวกเขาจะก่อเหตุฆาตกรรมและกินเนื้อศพ ซึ่งต่อมาทั้งคู่ก็ได้ยอมรับสารภาพว่าได้ลงมือกับเหยื่อมาแล้วอย่างน้อย 30 ราย
รายงานเผยว่า เหตุสุดสยองเหล่านี้ถูกเปิดเผยออกมา ภายหลังจากมีคนงานก่อสร้างเก็บโทรศัพท์มือถือได้บนถนน แล้วพบว่าภายในเครื่องมีภาพของชายคนหนึ่งที่ถ่ายเซลฟี่คู่กับชิ้นส่วนหัวของหญิงที่ถูกตัด พร้อมกระดูกของเธอ คนงานก่อสร้างจึงรีบนำโทรศัพท์มือถือส่งให้ตำรวจเพื่อตรวจสอบ นำไปสู่การระบุตัวเหยื่อและชายในภาพ
ในที่สุดตำรวจก็รู้ว่าชายในภาพดังกล่าวคือ ดีมิทรี บัคชีฟ วัย 35 ปี ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบห้องพักที่เขาอาศัยอยู่กับ นาตาเลีย วัย 42 ปี ผู้เป็นภรรยา เจ้าหน้าที่ก็พบหลักฐานสำคัญ เป็นเนื้อมนุษย์ที่ถูกเก็บไว้ในตู้เย็นและตู้แช่แข็ง จำนวน 7 แพ็ก นอกจากนี้พวกเขายังเก็บชิ้นส่วนศพไว้ในขวดแก้วและกระป๋องอีกด้วย
ที่น่าสะพรึงยิ่งกว่านั้น คือเจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนผิวหนังมนุษย์ 19 ชิ้น ที่ถูกถลกออกมาจากผู้ตาย ในบ้านของทั้งคู่ยังมีวิดีโอสอนเกี่ยวกับการกินเนื้อมนุษย์ด้วย ซึ่งจากหลักฐานที่พบทำให้คู่สามีภรรยาถูกควบคุมตัวในที่สุด ก่อนที่ทั้งคู่จะยอมรับสารภาพ โดยอ้างว่าได้ลงมือฆ่าและกินเนื้อเหยื่อไปแล้วอย่างน้อย 30 คน ภายในช่วงเวลา 18 ปี นับตั้งแต่ปี 2542
หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ยังต้องค้นหาชิ้นส่วนศพอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันคำให้การของทั้งคู่ ขณะที่สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์รายงานว่า เหยื่อรายล่าสุดของทั้งคู่ น่าจะเป็นหญิงวัย 35 ปีรายหนึ่ง ซึ่งไปดื่มแอลกอฮอล์กับคู่สามี-ภรรยา แต่ก็ได้มีปากเสียงวิวาทกันก่อนจะถูกสังหาร โดยเจ้าหน้าที่พบศพของเธอเมื่อวันที่ 12 กันยายน อยู่ไม่ไกลจากจุดที่คนงานก่อสร้างพบโทรศัพท์มือถือของคนร้าย ซึ่งศพของผู้ตายอยู่ในสภาพถูกยัดไว้ในถัง พร้อมถุงที่ใส่ข้าวของส่วนตัวของเธอไว้
ข้อมูลจาก : rt.com