เมื่อไม่นานมานี้เว็บไซต์ต่างประเทศได้นำเรื่องราวของชาวเน็ตท่านหนึ่งมานำเสนอ โดยเธอเล่าว่า.. หลังจากคบกับแฟนได้ 3 ปีเราก็เริ่มคุยเรื่องแต่งงานกัน แฟนเราฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี เขามีน้องสาวคนนึงกำลังเรียนอยู่ม.ปลาย พ่อแม่แฟนเกษียณอายุแล้ว แถมไม่มีเงินเก็บสักเท่าไหร่
พ่อแม่แฟนกับพ่อแม่เราคุยกันถูกคอดี ตอนนั้นตามประเพณีบ้านเราแล้วค่าสินสอดต่ำสุดคือ 88,000 หยวน (ประมาณ 450,000 บาท) แต่ทั้งพ่อแม่เราและแฟนคุยกันแล้วก็เข้าใจถึงฐานะทางบ้าน สุดท้ายก็เลยตกลงกันว่าค่าสินสอดจะอยู่ที่ 30,000 หยวน (ประมาณ 150,000 บาท) วันต่อมาพ่อแม่แฟนกับแฟนก็เอาสินสอดมาให้ที่บ้าน วันนั้นเราดีใจมาก แต่แฟนเรากลับมีทีท่าลังเล
(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)
เราดึงแฟนเราออกมาหน้าประตู วันนี้ถือว่าเป็นวันดีของเราสองคน ทำไมเขาทำหน้าไม่พอใจ? แฟนบอกเราว่า เงินสินสอด 3 หมื่นหยวนเป็นเงินที่เตรียมไว้ให้คุณย่ารักษาตัว เขาไม่อยากให้เอาเงินก้อนนี้มาใช้ แต่พ่อแม่ก็ยืนยันว่าจะให้เขา ย่าสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง แทบจะต้องเข้าโรงพยาบาลทุก 2-3 วัน แล้วอย่างนี้จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าโรงพยาบาลย่า เดี๋ยวก็ต้องมาวิ่งวุ่นหายืมเงินกันอีก…เราเข้าใจถึงจิตใจของแฟนดี
เราฟังแล้วก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เราเข้าใจจิตใจของแม่แฟนดี คนหนึ่งก็ลูกชาย อีกคนก็แม่สามี แล้ววันนั้นเราก็คืนเงินทั้งหมดให้แม่แฟน เพราะหลังจากเล่าให้พ่อกับแม่ฟังพวกท่านก็เข้าใจ จริงๆตอนแรกพวกท่านก็ตั้งใจว่าพอเราแต่งเข้าบ้านเขาไปแล้วก็จะเอาเงินสินสอดทั้งหมดให้เราเอาติดตัวไปด้วย
(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)
พ่อแม่แฟนพอได้ยินว่าเราตัดสินใจทำแบบนี้ก็น้ำตาคลอ ยิ่งแม่แฟนถึงกับเอามือสั่นๆดึงเราเข้าไปกอด พ่อแม่เองเห็นแบบนี้ก็ไม่ว่าอะไรเรา แถมยังขอโทษเพราะไม่รู้ว่าทางบ้านเขากำลังมีปัญหา
หลังแต่งงาน พ่อแม่สามีก็ปฏิบัติกับเราเหมือนลูกสาวแท้ๆของท่าน หลังคุณย่าเสียไปพวกท่านก็เปิดร้านขายผลไม้ เรากับสามีก็คอยช่วยเหลือ พ่อแม่สามีเป็นคนนิสัยดี คนแถบนั้นล้วนชอบพอมาอุดหนุนเป็นประจำ ร้านก็เลยไปด้วยดีขึ้นเรื่อยๆ พวกท่านให้เราเป็นคนดูแลเรื่องเงิน ตอนพ่อแม่เราป่วยเข้าโรงพยาบาลแม่สามีก็ให้เงินเราไปรักษาพวกท่าน 1 แสนหยวน (5 แสนบาท) แถมบอกว่าถ้าไม่พอมาเอาเพิ่มได้
ตอนเราตั้งท้อง แม่สามีก็ดูแลอย่างดี ท่านรู้ว่าเราชอบไม่ชอบอะไรดีกว่าแม่เราเองเสียอีก แต่งงานเข้าไป 5 ปีเราไม่เคยมีปัญหากับท่านเลย
ปีที่แล้วน้องสามีก็เรียนจบมหาลัย แล้วก็ได้งานที่ไม่เลวเลย เราทั้งบ้านก็ดีใจไปกับเธอ ตอนเรียนมหาลัยค่าเล่าเรียนทั้งหมดของเธอ เรากับสามีเป็นคนออกให้ พอทำงานเธอก็ส่งเงินเดือนเกือบทั้งหมดกลับมาให้ที่บ้าน พวกเราบอกว่าไม่ต้อง เธอก็ไม่ยอม เราปรึกษากับสามีแล้วก็ตกลงกันว่าจะเก็บเงินก้อนนี้ไว้ให้เธอใช้ตอนแต่งงาน
ตอนนี้สิ่งที่เราอยากจะบอกก็คือ เจ้าสาวที่ไม่มีค่าสินสอด ก็สามารถมีชีวิตครอบครัวที่ดีได้!
ข้อมูลจาก : LIEKR