“เอ๊ะ-จิรากร” เลือกทำเพลงร็อก ปลดปล่อยตัวตนในผลงานใหม่ (รายละเอียด)



 หากเอ่ยถึงชื่อของ เอ๊ะ-จิรากร สมพิทักษ์ หลายคนต้องนึกถึงนักร้องชายน้ำเสียงอบอุ่น เจ้าของเพลงรักความหมายดี อาทิ ไม่มีตรงกลาง, จากนี้ไปจนนิรันดร์, ระหว่างเราสองคน, ใจกลางความรู้สึกดี ๆ ฯลฯ จากค่ายแกรนด์มิวสิก ในเครือแกรมมี่ จากนั้นหนุ่มเอ๊ะก็ยังไม่มีผลงานเพลงใหม่ออกมาพักหนึ่ง จนหนุ่มเอ๊ะกลับมาฮอตสุด ๆ อีกครั้งในฐานะ หน้ากากอีกาดำ รองแชมป์จากรายการ เดอะ แมสก์ ซิงเกอร์ หน้ากากนักร้อง ซีซั่น 1 สร้างความเซอร์ไพร้ส์ให้แฟนเพลงที่ได้เห็นความสามารถในการร้องเพลงร็อก ซึ่งเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขา ส่งผลให้ตอนนี้หนุ่มเอ๊ะกลายเป็นศิลปินที่มีแฟนคลับรักและตามติดในทุกเวที วันนี้ ศิรินทร์ มีโอกาสชวนหนุ่มเอ๊ะมานั่งพูดคุยถึงซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า ปาใส่หน้า รวมทั้งช่วงจังหวะชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปที่ได้จากการเป็นหน้ากากอีกาดำ ติดตามทุกเรื่องราวของผู้ชายคนนี้ได้ในบทสัมภาษณ์กันเลยค่า

หลังจากถอด หน้ากากอีกาดำ เรียกว่าชีวิตเปลี่ยนแปลงไปเลย?

ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ หน้า กากอีกาดำ ที่ทำให้คนได้เห็นตัวตนจริง ๆ ของเราและเปิดใจยอมรับในความสามารถของเรา โจทย์ของรายการคือร้องเพลงยังไงก็ได้ให้คนจับไม่ได้ว่าเป็นเรา แต่ในใจผมคิดว่าจะร้องเพลงในแบบที่เป็นตัวตนของผมนี่แหละ ถ้าไม่เคยตามไปดูผมร้องในผับจะไม่มีใครเคยเห็นมุมร็อกของผม มีความสุขมากที่ได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เข้ารอบลึก พอเปิดหน้ากากอีกาดำ เพื่อนนักดนตรีที่เคยร่วมงานมา พูดกับผมว่าดีใจด้วยนะได้เป็นตัวตนของตัวเองสักที ทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น ต่างจากเมื่อก่อนตอนร้องเพลงป๊อปมันไม่ใช่ตัวเรา แต่ตอนนี้เราได้เป็นตัวของตัวเองและกล้าทำในสิ่งที่เป็นตัวเองมากขึ้น

ล่าสุดซิงเกิ้ลใหม่ ปาใส่หน้า เลยได้ร้องแนวร็อกจัดเต็มเลย?

ใช่ครับ เพลงนี้พี่กบ บิ๊กแอส เขียนเนื้อเพลง และ พี่เอ-วัฒนกร ศรีวัง ทำดนตรี ผมมีหน้าที่ดีไซน์การร้องในแบบของตัวเอง เนื้อหาเพลงพูดถึง ความรู้สึกอัดอั้นของผู้หญิงคนหนึ่งที่ใกล้จะหมดความอดทนเรื่องความรัก ตอนแรกแอบกลัวนะว่าจากเพลงรักอบอุ่นมาเป็นเพลงร็อกคนฟังจะโอเคไหม แรงไปหรือเปล่า แต่ทุกคนบอกว่าตอนนี้เราเป็นอีกาดำ จะกลับมาทั้งทีจะมานิ่ม ๆ แบบ เอ๊ะ-จิรากร คนเดิมไม่ได้แล้ว ฉะนั้นทั้งเพลง ดนตรี ลุคต้องดูแรงขึ้น ซึ่งพอมิวสิกวิดีโอออกมาทุกอย่างลงตัวมาก ถือเป็นความแปลกใหม่ที่ทุกคนจะได้เห็นในเพลงของผม ซึ่งทุกคนก็ให้การต้อนรับและยินดีที่จะฟังเพลงในแบบที่เป็นตัวตนของเราครับ

วงการเพลงปัจจุบันในมุมมองของเราเป็นอย่างไร?

นักร้องใหม่ ๆ เกิดยาก ไม่ใช่เพราะคนรุ่นเก่ากีดกันนะ แต่เป็นเพราะสมัยนี้ดังง่ายแต่อยู่นานยาก เพลงเข้าถึงคนฟังเฉพาะกลุ่ม บางทีรู้จักแค่เพลงแต่ไม่รู้จักหน้าศิลปิน บางคนเปิดตัวมาเพลงแรกดังเลย พอทำเพลงต่อไปแผ่ว แล้วงงว่าจะไปต่อทางไหนลุ้นกันเหนื่อย ถ้าอยากจะอยู่ได้นานต้องมีความสามารถ ทำเพลงนอกจากตอบโจทย์ตัวเองแล้วต้องตอบโจทย์คนฟังด้วย ผมมองว่าเพลงที่อยู่ได้นานคือเพลงคลาสสิก ความหมายดี เพราะฟังแล้วได้รับพลังงานบวก โชคดีนะที่เพลงผมดังแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ แต่มันอยู่ได้ยาว อย่างน้อยงานจ้างที่เลือกเพลงเราร้องในงานแต่งงาน ก็มีเราเป็นหนึ่งในนั้น (ยิ้ม) ถ้าอยากจะอยู่ได้นานต้องมีความสามารถ ที่สำคัญต้องอยู่ให้ถูกที่ถูกเวลา

การทำงานยุคนี้ เพลงดังง่ายแต่อยู่ไม่นานตัวเราแอบท้อไหม?

ไม่ครับ เพราะผมเริ่มต้นเป็นนักดนตรีกลางคืนที่ไม่มีอะไรเลย เวลาไปออดิชั่นงานบางร้านก็ได้เงิน บางร้านก็ไม่ได้ ร้องเพลงแรก ๆ ได้ค่าตัว 75 บาท ทั้งที่บ้านก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรนะ แต่ทำเพราะความชอบล้วน ๆ ความฝันของเราคืออยากจะได้ยินเพลงตัวเองเปิดในที่สาธารณะ ซึ่งในระหว่างนั้นก็ทำเพลงใต้ดินมากว่า 13 ปี กว่าจะได้ออกซิงเกิ้ลแรก ไม่มีตรงกลาง ส่วนเพลง สิ่งที่มันกำลังเกิด กับ ระหว่างเราสองคน เพิ่งจะมาประสบความสำเร็จเมื่อไม่นานมานี้ คนอื่นอาจจะต้องการความต่อเนื่องของงาน แต่ผมต้องการความสุขเลยไม่ได้ตะเกียกตะกายจะต้องมีผลงานตลอดเวลา ตอนปล่อยเพลง ด้วยความปรารถนาดี ออกมาแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ก็แอบคิดว่าออกไปทำเพลงเองดีไหม เพราะเพื่อนศิลปินก็ย้ายไปอยู่ค่ายอื่น ระหว่างที่ตัดสินใจก็หยุดทำเพลงแล้วไปขายอาหารซีฟู้ด รับงานจ้างไม่ได้ฟู่ฟ่าแต่ไม่ถึงกับลำบาก สู้มาเยอะอุปสรรคต่าง ๆ เป็นเหมือนเกราะป้องกันว่าชีวิตเราคงไม่มีอะไรต่ำไปกว่านั้นแล้ว เราใช้ชีวิตแบบไม่คาดหวัง แต่ต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

แพลนการทำงานของเราหลังจากนี้เป็นอย่างไร?

มีหลายโปรเจคท์รออยู่ครับ ตั้งใจว่าหลังช่วงงานพระราชพิธีจะปล่อยเพลงใหม่ออกมาให้ฟังกัน เป็นเพลงเชิงให้กำลังใจเพื่อปลอบประโลมจิตใจคนไทยหลังการสูญเสียครั้งใหญ่ร่วมกับพี่โป่ง หิน เหล็ก ไฟ และ พี่เสือ-ธนพล ตอนนี้ดนตรียุค 90 กำลังมา เลยอยากจะได้บุคลากรรุ่นเก่ามาแต่งเพลงสมัยใหม่ เอาเสน่ห์ดนตรียุคเก่ามาผสมผสานกับเนื้อสมัยใหม่ กลายงานศิลปะใหม่ ๆ ฟังแล้วจะรู้สึกนวล ๆ เหมือนเอาพี่มาสอนน้องทำเพลง ส่วนสัญญากับแกรมมี่หมดในปีหน้า ถามว่าจะเซ็นสัญญาต่อไหม ตอบยากเช่นกัน เพราะไม่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร จึงยังไม่ได้แพลนอะไรไว้ปล่อยเป็นเรื่องของอนาคตดีกว่าครับ

เต็มที่กับงานแต่เรื่องครอบครัวก็ไม่ละเลย?

ผมรู้สึกว่าครอบครัวคือพื้นฐานของทุกสิ่ง จะเอางานมาเป็นข้ออ้างในการละเลยครอบครัวไม่ได้ ผมกับภรรยาต่างคนต่างทำงาน คนที่เลี้ยงลูกก็จะเป็นคุณปู่คุณย่า เราก็สอนลูกแบบคนสมัยใหม่และเก่าควบคู่กันไป ครอบครัวเราอยู่ร่วมกันด้วยการพูดจาดี ๆ ด้วยเหตุผล ไม่มีลงมือลงไม้ เพราะไม่ใช่ทางออกของปัญหา สมมุติว่าลูกงอแงลงไปดิ้นกับพื้นเพราะทำผิดหรือเราไม่ตามใจ ปล่อยให้ดิ้นสักพักค่อยอธิบายสอนให้เขามีเหตุผล มีสติ อย่างเหตุการณ์ ลูกอมติดคอลูกผม ที่เคยเป็นข่าวก่อนหน้านี้ผมห้ามเท่าไหร่ลูกก็ไม่ฟัง แต่พอกินแล้วติดคอหลังจากนั้นลูกไม่กินอีกเลย ผมเลยแชร์เรื่องราวครอบครัว เพื่อเป็นประสบการณ์ให้ครอบครัวอื่น ๆ ได้ระมัดระวังต่อไปครับ

ฝากอะไรถึงแฟน ๆ ที่คอยให้กำลังใจเรามาตลอดบ้าง?

ขอบคุณทุกคนที่เปิดตาเปิดใจรับ เอ๊ะ-จิรากร ในภาคหน้ากากอีกาดำนะครับ นี่คือตัวตนของผมจริง ๆ ครับ ขอบคุณแฟนคลับที่มอบกำลังใจและคอยติดตามผลงานของเรามาตลอด สุดท้ายฝากเพลง ปาใส่หน้า ดาวน์โหลดได้นะครับที่ *1234888 ติดตามความเคลื่อนไหวและเข้ามาพูดคุยกันได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/GRANDMUSIK หรือ www.facebook.com/fanpage.aejirakorn และทางอินสตาแกรม@aejirakorn กันด้วยนะครับ

จากการพูดคุยกับ เอ๊ะ-จิรากร ในครั้งนี้ ยังได้รับมุมมองในการใช้ชีวิตในด้านบวกเสมอ แม้จะมีความเปลี่ยนแปลงเข้ามาในชีวิต แต่หนุ่มคนนี้ยังคงเดินหน้าปรับตัว แต่ก็ไม่หลงใหลไปกับชื่อเสียงที่ผ่านเข้ามา ฝากทุกคนเป็นกำลังใจกับซิงเกิ้ลใหม่ของเขา และทุกผลงานในอนาคตด้วยนะคะ.