วันที่ 11 ก.ย.60 เพจ Drama-addict ได้รับเรื่องร้องเรียนจากข้าราชการครูท่านหนึ่งที่เคยค้ำประกัน กยศ.ให้ลูกศิษย์ จนตนเองได้รับความเดือดร้อน ใจความว่า…
"ดิฉันเป็นข้าราชการครู ได้รับหนังสือจาก กยศ.ให้ชดใช้หนี้แทนผู้กู้ ซึ่งผู้กู้เป็นลูกศิษย์ ด้วยความเมตตา เห็นว่าเด็กยากจนด้อยโอกาส มาขอให้ค้ำประกันเงินกู้ ด้วยความเมตตาสงสาร แต่ปรากฏว่าทิ้งภาระหนี้สินต้องชดใช้ตามหนังสือที่อ้างถึง ในฐานะที่คุณดราม่าเป็นสื่อเข้าถึงคนทุกวัยโดยเฉพาะคนที่กู้กยศและผู้ที่คิดจะค้ำให้ เพื่อบทเรียน เป็นประโยชน์ กับคนอื่นๆและประโยชน์กับรัฐบาล กับรุ่นน้องที่รอเงินกู้ ช่วยประชาสัมพันธ์ แจ้งให้กับผู้ที่เป็นหนี้นึกถึงหัวอกผู้ค้ำประกัน เขาอาจจะถึงขั้นต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเครียดโดยเฉพาะข้าพเจ้าวัยใกล้เกษียณราชการ ต้องมารับสภาพแบบนี้อีก
ขอบคุณที่ช่วยประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้ที่กู้มีจิตสำนึก รัฐและรุ่นน้องได้ประโยชน์ด้วย"
ซึ่งแอดมินเพจดังกล่าวก็เสนอความคิดเห็นวอนให้หน่วยงานรัฐและนายจ้างมีมาตรการที่จริงจังกว่านี้ในการสอบประวัติ อีกทั้งแนะผู้กู้มีจิตสำนึกที่ดี โดยระบุความเห็นไว้ดังนี้…
"หลังๆมีคนโดนแบบนี้เยอะมาก บางคนโดนหลายหมื่น บางคนโดนหลายแสน คนที่ทำร้ายเขาก็เป็นลูกศิษย์ลูกหาหรือเด็กๆที่เคยเอ็นดูเคยไว้ใจ จนยอมค้ำประกันเงินกู้ กยศ ให้ แต่พอถึงเวลา เรียนจบมีการมีงานทำ กับเชิดหนี้ กยศ ปล่อยให้เขาไปฟ้องยึดทรัพย์เอากับคนที่ค้ำประกันให้เมื่อกาลก่อน คนที่เชิดหนี้ กยศ เนี่ย นอกจากทำร้ายเด็กรุ่นใหม่จนหมดโอกาสกู้แล้ว ยังเป็นการทำร้ายผู้หลักผู้ใหญ่ที่ค้ำประกันให้อย่างแสนสาหัสด้วย วันที่มึงให้ครูเขาค้ำประกันให้ ท่านอาจจะอายุ 40-50 พอถึงวันที่มึงเรียนจบแล้วเชิดเงินกู้ กยศ หนีไป ครูท่านก็ใกล้เกษียณแล้ว ใจคอมึงจะให้คนเฒ่าคนแก่ต้องเทียวขึ้นลงศาลเพราะเรื่องเหี้ยๆที่มึงก่อจริงๆน่ะเหรอ
อันนี้อยากแนะนำ HR ของบริษัทต่างๆนะครับ เวลาจะรับใครมาทำงาน นอกจากประวัติอาชญากรรมแล้ว เช็คเรื่องประวัติเงินกู้ กยศ ด้วย คุณคิดว่าขนาดผู้มีพระคุณที่ช่วยค้ำประกันเงินกู้ กยศ ให้มัน ยังโกงกันได้ แล้วบริษัทคุณจะไม่โดนมันโกงได้เหรอ"
ความคิดเห็นจากชาวเน็ตผู้ได้เห็นโพสต์ดังกล่าวนี้
(คลิกที่นี่ หากต้องการอ่านความเห็นอื่นๆ เพิ่มเติม)
ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ Drama-addict