อธิบดีกรมการจัดหางานเยี่ยมคนงานเก็บผลไม้ป่าในสวีเดนและฟินแลนด์ ย้ำ ! ดูแลคนงานไทย ปี ’60 มีรายได้ส่งกลับประเทศมากขึ้น
นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงผลการตรวจเยี่ยมคนงานไทยไปเก็บผลไม้ป่า (ลูกเบอรรี่) ที่ประเทศสวีเดนและฟินแลนด์ที่ผ่านมาว่า ในปี 2560 คนงานไทยเดินทางไปเก็บผลไม้ป่าที่สวีเดนและฟินแลนด์ จำนวนทั้งสิ้น 5,093 คน เป็นสวีเดน 2,903 คน ฟินแลนด์ 2,190 คน โดยสวีเดนเป็นการเดินทางโดยนายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงาน คนงานเสียค่าใช้จ่ายก่อนเดินทางจำนวน 75,000 บาท (ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า ค่าประกันภัยการเดินทาง ค่ารถโดยสาร ค่าดำเนินการด้านเอกสาร) สำหรับค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเช่ารถและค่าน้ำมันเชื่อเพลิงที่ใช้ในการเดินทางไปทำงานคนงานเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มที่สวีเดน คนงานได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายของสวีเดน โดยมีสัญญาจ้าง ใบอนุญาตทำงาน ประกันสุขภาพและประกันเงินเดือนขั้นต่ำ 20,676 โครนาสวีเดนต่อเดือน (ประมาณ 80,429 บาท) ขณะที่ประเทศฟินแลนด์เป็นการเดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ระยะเวลา 90 วันเพื่อเก็บผลไม้ป่า โดยบริษัทรับซื้อผลไม้ของฟินแลนด์จะแจ้งรายชื่อผู้ประสานงานในประเทศไทยและจำนวนโควตาคนงานเก็บผลไม้ป่ามายังกรมการจัดหางาน จากนั้นผู้ประสานงานจะรวบรวมรายชื่อและเอกสารของคนงานไปยื่นขอวีซ่าที่สถานเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย เมื่อคนงานได้วีซ่าจึงจะไปแจ้งการเดินทางด้วยตนเองที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดหรือกรมการจัดหางาน มีค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง จำนวน 65,000 บาท (ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า ค่าประกันชีวิต ค่ารถโดยสาร ค่าดำเนินการด้านเอกสาร) สำหรับค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเช่ารถและค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการเดินทางไปทำงานคนงานเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มที่ฟินแลนด์ มีประกันชีวิตแต่ไม่มีประกันเงินเดือนขั้นต่ำ
จากการพบปะเยี่ยมเยียนคนงานที่แคมป์ของทั้ง 2 ประเทศ พบว่า คนงานพอใจกับสภาพความเป็นอยู่อาคารที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก ออกไปเก็บผลไม้ช่วง 05.00-20.00 น. ในพื้นที่ป่าสนและบนภูเขา สภาพอากาศกลางวันแดดจัด บางวันมีฝนตก ช่วงเย็นอากาศหนาว ต้องใช้ความอดทนในการทำงาน ในปีนี้ผลไม้ป่าราคาดี โดยรายได้จะผ่านเข้าบัญชีส่วนตัวลูกจ้าง พร้อมหักหนี้สินกู้ยืมเงินที่เป็นค่าใช้จ่ายการเดินทางมาทำงาน โดยส่วนใหญ่จะกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ผ่านบริษัทนายจ้างไทย คนงานจะมีรายได้หักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วประมาณ 100,000-120,000 บาทต่อคน ทำให้มีรายได้ส่งกลับประเทศได้มากขึ้น ในส่วนของปัญหาที่พบคือ ราคาผลไม้แต่ละปีไม่แน่นอน ไม่มีการประกันราคาผลไม้ล่วงหน้า และที่ประเทศฟินแลนด์ไม่มีประกันรายได้ และยังมีความเสี่ยงเรื่องราคาผลไม้และพื้นที่ในการเก็บผลไม้ เพราะคนงานไม่สามารถทราบราคาผลไม้และพื้นที่ในการเก็บผลไม้ล่วงหน้าได้ ทำให้ต้องย้ายแคมป์ในการทำงาน
ในโอกาสนี้อธิบดีกรมการจัดหางานและคณะได้หารือร่วมกับนายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ เอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดนเกี่ยวกับการดูแลคนไทยและตลาดแรงงานไทยในสวีเดน ซึ่งกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานจะได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูต สวีเดนและฟินแลนด์ และบริษัทนายจ้างไทย เพื่อรับทราบแนวโน้มความต้องการคนงานไทย ตลอดจนการคาดการณ์ผลผลิตและราคาผลไม้และการดูแลคนงานไทยในด้านต่างๆ นอกจากนี้จะได้หารือกับสถาบันการเงินในการจัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยในอัตราพิเศษ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของคนงานในอัตราสูงอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปีราคาผลไม้ไม่เท่ากัน ดังนั้นคนงานต้องตัดสินใจให้รอบคอบ และขอย้ำเตือนให้เดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 นายวรานนท์ กล่าว
ข่าวจาก : Voice TV