รวบได้แล้ว!!! ตร.จับ “น้ำมนต์” ได้ที่ “สามพราน” พร้อมหลอกผัวคนใหม่ได้เป็นคนที่ 13 เจ้าตัวเผย สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้เพราะว่า…!!!(รายละเอียด)




จากกรณี 13 เจ้าบ่าวผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม ให้ดำเนินคดี น.ส.จริยาภรณ์ หรือน้ำมนต์ หรือพร บัวใหญ่ อายุ 32 ปี ในข้อหาฉ้อโกง โดยทั้งหมดระบุตรงกันว่ารู้จักกับ น.ส.จริยาภรณ์ ผ่านทาง เฟซบุ๊ก จนมีความสัมพันธ์และแต่งงานกัน เสียค่าสินสอดนับแสนบาท บางรายถูกฝ่าย ผู้หญิงบอกว่าท้อง จึงต้องยอมแต่งงาน แต่พออยู่กินกันไปได้สักพัก น.ส.จริยาภรณ์หนีหายไป ก่อนบรรดาเจ้าบ่าวจะเข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ภายหลังจากที่มีข่าวการจับกุมตัวได้ มีญาติของผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อ มาดักรอเพื่อเจอหน้า แต่ก็ต้องผิดหวังกลับไป เนื่องจากตอนที่นำตัวมายังกองปราบปราม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเข้าห้องสอบสวนทันที

 
มีรายงานแจ้งว่า พลตำรวจตรีสุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการปราบปราม และพลตำรวจโทฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการ กองบัญชาการสวบสวนกลางจะทำการแถลงข่าวการจับกุมในวันนี้(8 ก.ย.) เวลา 11.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม
 
ย้อนกลับไป เมื่อช่วงบ่ายวานนี้(7 ก.ย.) ที่กองปราบปราม นางสาวสร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน หลังโดน นางสาวจริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือ น้ำมนต์ หญิงสาวที่ก่อเหตุหลอกลวงผู้ชายไปแต่งงาน นำชื่อไปเปิดบัญชีธนาคาร หลอกลวงผู้อื่น โดย น.ส.สร้อยเพ็ชร ปฎิเสธว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิดของนางสาวจริยาภรณ์
 
น.ส.สร้อยเพ็ชร บอกว่า ส่วนตัวยอมรับว่ารู้จักกับ น.ส.จริยาภรณ์ จริง แต่ไม่ได้ติดต่อมาแล้วนานกว่า 1 ปี และไม่รู้ว่าถูก น.ส.จริยาภรณ์ เอาหลักฐานส่วนตัวไปเปิดบัญชีหลอกลวงผู้อื่น และหลังทราบข่าวว่ามีผู้เสียหายโดน น.ส.จริยาภรณ์ หลอกลวงเข้าแจ้งความที่กองปราบ แล้วมีการพาดพิงถึงชื่อตัวเอง ก็รู้สึกตกใจ จึงรีบเดินทางพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจทันที
 
ส่วนบัญชีธนาคารที่ น.ส.จริยาภรณ์ ใช้หลอกผู้เสียหาย ส่วนตัวไม่ทราบว่าบัญชีไหน แต่ยืนยันว่าตนเองมีบัญชีเพียงบัญชีเดียว และไม่มีเคยมีเงินจำนวนมากถูกโอนเข้ามา พร้อมกับยินดีให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบ
              
ผู้สื่อข่าวจังหวัดเลย เดินทางไปบ้านของ นางสาวสร้อยเพ็ชร มาลีวัลย์ ที่อยู่บริเวณ อ.เมือง จ.เลย พบกับ นางพัฒน์ พลชัยมาตร อายุ 49 ปี และนายอูด มาลีวัลย์ อายุ 49 ปี แม่และพ่อเลี้ยง
 
โดย นางพัฒน์ ได้เปิดเผยว่า ทราบข่าวแล้วว่า ลูกสาวตนถูก น.ส.จริยาภรณ์ ซึ่งมีสักเป็นหลานสาว เอาชื่อไปใช้เปิดบัญชีหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งตนก็ได้ถามลูกว่ามันเกิดอะไรขึ้น ลูกสาวก็ได้เล่าให้ฟังว่า น.ส.จริยาภรณ์ ได้มาขอสำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชน เพื่อจะนำไปสมัครงานที่พัทยา อ้างว่าอายุเกินไม่สามารถสมัครงานได้ ลูกสาวก็จึงให้ไป ซึ่งก็ผ่านมานานกว่า 1 ปีแล้ว และไม่นึกว่า น.ส.จริยาภรณ์ จะเอาไปใช้หลอกชาวบ้าน
 
นางพัฒน์ ตัดพ้อว่า น.ส.จริยาภรณ์ ไม่น่าทำกับตนแบบนี้เลย ทุกวันก็ต่างคนต่างอยู่ ครอบครัวของพี่สาว กับครอบครัวตน ก็ไม่ได้ติดต่อกันนานมาแล้ว
 
ด้านนายอูด มาลีวัลย์ พ่อเลี้ยง บอกอีกว่า เมื่อหลายปีก่อน พ่อแม่ ของ น.ส.จริยาภรณ์ ได้มาหา และให้ตนไปเป็นค้ำประกันรถยนต์ให้ แต่ปฎิเสธ เพราะทราบประวัติการเงินของครอบครัวนี้ดี ตอนนั้นครอบครัวของ น.ส.จริยาภรณ์ ต่อว่าและโกรธ
 
ด้าน ทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ พากลุ่มผู้เสียหาย นางสาวขนิษฐา หอมหวล น้องสาวของนายวิชิต หอมหวล หนึ่งในผู้เสียหาย พร้อมด้วย นายประสาร เทียมแย้ม ,นายวิพล บัวสุวรรณ และ นายไพรัช พึ่งสุข ที่ถูก นางสาวจริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือ น้ำมนต์ หลอกแต่งงาน แล้วนำเงินสิดสอดหลบหนี เข้ามาร้องกับทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบัญชีธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี น.ส.สร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์
 
โดย ร้อยตำรวจเอก ไพรัตน์ เทศพานิช เลขานุการกรม รับเรื่องให้สำนักงาน ปปง. พร้อมกับบอกว่า จะเร่งดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พร้อมกับจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากพบว่ามีความผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที  

ข้อมูลจาก : ไทยพีบีเอส