รพ.ที่คิดว่าพร้อมสุดใช่ว่าจะดีสุดเสมอไป! แชร์ประสบการณ์รักษามะเร็งของภรรยา ถ้ารักษาที่ รพ.ต่างจังหวัดแต่แรกก็คงดีกว่านี้!



 

2 ก.ย.60 เฟซบุ๊ก พยัคฆ์ศักดิ์ ไชยศรีย์ โพสต์เรื่องราวเป็นอุทาหรณ์การรักษามะเร็งของภรรยา โดยระบุข้อความดังนี้

 

 

*** เปิดอก…ภรรยาผมไม่สมควรจากไปก่อนเวลาอันควร ***

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ประมาณ ปี 2550 ภรรยาผมขับรถไปส่งเพื่อนไปตรวจสุขภาพที่คลีนิค…..ภรรยาผมเห็นว่ามาเป็นเพื่อนเขาอยู่เฉยๆจึงขอตรวจร่างกายบ้าง หลังจากนั้นประมาณไม่กี่วัน ได้รับแจ้งจากคลินิค…ว่าพบเชื้อมะเร็งระยะแรกเริ่มที่ปากมดลูก ตอนนั้นภรรยาผมเครียดมาก ร่างกายซูบผอมลงอย่างรวดเร็วภายใน7วัน ผมก็ให้กำลังใจว่าไม่เป็นอะไรหรอก เพราะเพิ่งเป็นระยะแรกเริ่ม คนอื่นเขาเป็นมากกว่านี้ยังรักษาหาย 

หลังจากนั้นคลินิก….ได้ส่งตัวภรรยาผมไปรักษาผ่าตัดที่ รพ.ชื่อดังใน กทม. ได้ผ่าตัดปีกมดลูกและทำเคมีบำบัด (คีโม) หลังจากผ่าตัดร่างกายก็ปกติ ผมที่ศีรษะไม่ร่วง โดยหมอได้บอกว่าหายขาดแล้ว ให้ภรรยาผมไปคอยตรวจเช็คหรือพบหมอใกล้บ้านที่ไหนก็ได้ เช่น ลพบุรี มน. ลำปาง หรือเชียงใหม่ แต่ภรรยาผมได้แจ้งความประสงค์ว่า ขอเป็น รพ.ที่กทม.ที่เดิม โดยคิดว่าเป็น รพ.ใหญ่ ชื่อดังและมีมาตรฐาน

หลังจากนั้น ภรรยาผมก็ไปพบหมอตามนัดทุกๆครั้งไม่เคยขาด ปีแรกๆพบหมอเดือนล่ะ 1 ครั้ง แล้วค่อยเป็น 3 เดือน 1 ครั้ง 6 เดือน 1 ครั้ง เป็นแบบนี้มาเป็นระยะเวลา 10 ปี โดยหมดจะสัมภาษณ์/ตรวจภายใน/ตรวจเลือด/ความดัน/ตรวจปัสสวะฯลฯ..ยกเว้น CT Scan(เครื่องตรวจวินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ซึ่งภรรยาผมได้ร้องขอ CT Scan แต่หมอก็บอกว่าร่างกายปกติไม่จำเป็นต้อง CT Scan หมอบอกว่าคุณหายขาดแล้ว และดูแล้วน่าจะหายขาดอย่างที่หมอบอก เพราะภรรยาผมไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรเลย กินหรือทำงานได้ตามปกติทุกอย่าง 

จนกระทั่งต้นปี 2560 ภรรยาผม มีอาการขาบวมโดยไร้สาเหตุ เผอิญว่าไปพบหมอตามนัดประจำปี ที่ รพ.ที่เดิม จึงได้แจ้งหมอว่าขาบวม หมดได้ทำการตรวจเช็ค ผลปรากฏว่าขาบวมเพราะไตอักเสบ สาเหตุมาจากผลข้างเคียงของการผ่าตัดและคีโมเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ผมและภรรยาตกใจมากกว่าเดิม เมื่อ หมอได้แจ้งว่าเชื้อมะเร็งได้ลุกลามมาที่ปอด/ตับ/ต่อมน้ำเหลือง แถมมีโรคลิ่มเลือดซึ่งทำให้เลือดแข็งตัวได้ง่าย จึงต้องรักษาตัวคีโม เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 10 ปี แถมต้องฉีดยาที่หน้าท้องน้อยวันล่ะ 1 เข็มไปชั่วชีวิต หากไม่ฉีดยาเลือดก็จะแข็งตัวตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาทิ่มร่างกายส่วนบน เช่นท้อง ตับ ปอด….

หลังจากคีโมครั้งที่ 2 ผมบนศีรษะของภรรยาผมได้ร่วงจนศีรษะโล้น และดูอาการแล้วรู้สึกว่าจะเป็นระยะที่3-4 หลังจากนั้นภรรยาผมมีอาการแขนข้างขวาชักกระตุก ยกไม่ขึ้น ได้เข้ารักษาตัวที่ รพ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร คิดว่าจะไปที่ รพ.ชื่อดังที่ กทม.ก็คงไม่ได้อะไร เนื่องจากขั้นตอนการรักษา ล่าช้า ยุ่งยาก ต้องรอคิวตั้งแต่ตี 5 และ หมอตัองให้มาใหม่อีกในสัปดาห์ต่อไป 

หลังจากเข้ารักษาตัวที่ รพ.คลองขลุง หมอได้แนะนำให้ไป CT Scanที่พิษณุโลก ผลคือ..พบก้อนเนื้อร้ายลุกลามที่สมอง ต้องทำการรักษาด่วน จึงตัดสินใจรักษาตัวที่ รพ.มน.พิษณุโลก โดยทำการการฉายรังสี/ฉายแสง ( รังสีรักษา ) บริเวณสมอง โดยได้รับการดูแลรักษาอย่างดีเยี่ยมของ รพ.แห่งนี้ ซึ่งหมอจะมาดูแลอย่างใกล้ชิด วันล่ะ 3-4ครั้ง โดยให้ความเป็นกันเองกับคนไข้ ไม่ว่าจะเป็นหมอไต หมอตับ หมอสมอง..เขาจะมาหาคนไข้ถึงเตียง ต่างจาก รพ.ชื่อดัง ที่กทม. ซึ่งจะมาวันล่ะครั้ง ที่เหลือจะเป็นพยาบาลคอยมาดูแลเท่านั้น รพ.ชื่อดังแห่งนี้ หากจะพบหมอไต ต้องทำเรื่องนัดล่วงหน้า หากจะพบหมอตับก็ต้องทำเรื่องนัดล่วงหน้า หากจะพบหมอสมองต้องทำเรื่องนัดล่วงหน้า..ไม่นัดให้มาพร้อมกัน แต่ รพ.มน.เขาจะยึดคนไข้เป็นศูนย์กลางหมอทุกโรคจะมาหาคนไข้เองถึงเตียงนอน

ภรรยาผมข้องใจมาตลอดจนเขาเสียชีวิตไป ผมจึงมีคำถามในใจว่า…เป็นมะเร็งระยะที่ 1 เมื่อ 10 ปีที่แล้ว รพ.ชื่อดัง ใน กทม.ได้ทำการรักษาอย่างดีที่สุดแล้วหรือ คนอื่นเขาเป็นระยะที่ 2-3-4 ตอนนี้เขายังอยู่ดีกินดีเป็นปกติ 

หากภรรยาผมตัดสินใจรักษาตัว ที่ รพ.มน.พิษณุโลกเมื่อ 10 ที่แล้ว ตอนนี้เขาคงจะอยู่เคียงข้างผมกับครอบครัวอย่างมีความสุข และคงไม่ทรมานจนเสียชีวิตลง………………

*** ภรรยาผมคงอยากจะบอกว่า..หากคนในครอบครัวคุณเป็นโรคมะเร็งหรือโรคอะไร อย่าไปเลย รพ.ชื่อดังใน กทม. ***