สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีผู้ตั้งโพสต์คนหนึ่ง ได้มาเล่าประสบกาณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แม่สามีมาเที่ยวที่บ้าน พอดถึงตอนกินข้าวฉันเอาตะเกียบไม้ไปวางที่โต๊ะเท่านั้นแหละ ระเบิดลงเพราะอะไรหรอคะ? แกบอกว่าตะเกียบบ้านเราขึ้นรา มีเชื้อโรคมากทิ้งไปได้แล้ว จากนั้นก็เก็บตะเกียบทั้งหมอของบ้านที่มีอยู่ทิ้งลงถังขยะทันที ฉันถึงจะอึ้ง! ว่าแล้วจะเอาอะไรกินข้าวละที่นี้?
ฉันจึงบอกกับแม่สามีว่า "เดี๋ยวหนูเอาไปล้างให้ดีกว่าไหมคะ ทิ้งไปเสียดาย" ..แม่สามีหันมามองด้วยสายตาเอือมระอาว่า "นี่เธอ.. ตะเกียบแบบนี้ไม่ควรใช้ต่อไปแล้ว รีบทิ้งๆไปซะ! ยิ่งเป็นตะเกียบไม้เชื้อโรคยิ่งเยอะ"
(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
สุดท้ายก็ต้องยอมแม่สามี เพราะที่แม่แกพูดก็ถูก มีเหตุมีผล แล้วต้องใช้ตะเกียบอะไรละถึงจะปลอดภัย ไม่ขึ้นราได้ง่ายละ? แม่สามีจึงบอกว่า
(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
ตะเกียบไม้ไผ่ : เป็นที่นิยมใช้กัน แต่มีข้อเสียเหมือนกันตะเกียบไม้ นั้นคือ ขึ้นราได้ง่าย ราเป็นเชื้อโรคที่ห้ามมองข้าม โดยเฉพาะตะเกียบไม้ไผ่ ต้องเปลี่ยนอาทิตย์ละครั้ง จำไว้ว่าหลังล้างจานเสร็จ ต้องนำตะเกียบไม้เหล่านี้ไปตากแดดให้แห้งสนิท หากมีความชื้นเพียงเล็กน้อยก็จะทำให้ตะเกียบขึ้นราทันที
(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
ตะเกียบ สแตนเลส สตีล : ถ้าจะให้ดี แม่สามีแนะนำ ตะเกียบชนิดนี้ เพราะข้อดีคือ ล้างทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ขึ้นราได้ง่ายๆ แต่ว่าตะเกียบสแตนเลสนั้น เป็นพาหะนำความร้อนอย่างดี เพราะฉะนั้นเวลาจะทำกับข้าวหรือกินอาหารที่ร้อนมากก็จะทำให้ตะเกียบร้อนไปด้วย และข้ออีกอย่างคือ ลื่นทำให้คีบอาหารได้ไม่สะดวก แน่นอนว่าตอนนี้มีตะเกียบกันลื่นมากมายให้เลือกใช้
(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
ตะเกียบสัมฤทธิ์ : ตะเกียบเหล่านี้ทำจากวัสดุที่ปลอดภัย มีส่วนผสมที่ทำจากทอง ไม่มีสารพิษหรือสารฟอกสี จึงไม่ถูกย่อยสลายเมื่อโดนความร้อน น้ำหนักพอดี ไม่ลื่นเหมือนตะเกียบสแตนเลส ฝุ่นไม่เกาะ เวลาทานอาหารที่ร้อนก็ไม่ร้อนมือ คิดว่าตะเกียบชนิดนี้น่าจะสะดวกและเหมาะที่สุด แต่ราคาของมันก็ไม่เบา สมเหตุสมผลดี !
ว่าแล้วสะใภ้แสนดีก็รีบไปหาซื้อมาเก็บตุนไว้เลย…งานนี้ได้รับการสั่งสอนไปยาวเลย กว่าจะได้กินข้าว..กับข้าวเย็นหมดละ!
ข้อมูลจาก : LIEKR