คนใกล้ชิดเผย “ยิ่งลักษณ์” อยู่ดูไบกับพี่ชาย ระบุไม่ต้องห่วง จะขอใช้เวลาทบทวนเรื่องต่างๆ หลานๆ ตระกูลชินวัตรแห่โพสต์ให้กำลังใจ ด้านทนายยันไม่กระทบคดีฟ้องปลัดสปน.-ขอทุเลายึดทรัพย์ ตำรวจยังไม่ขอหมายค้นบ้าน สั่งเช็กพิกัดที่อยู่ โฆษก คสช.โต้ข่าวเปิดทางให้หนี หน่วยงานมั่นคงหวั่นจะเคลื่อนไหวตามรอย “ทักษิณ” อัยการชี้คดี “ปู” ต่างจาก “ทักษิณ” ขอลี้ภัยการเมืองไม่ได้ เหตุสู้คดีในศาลจนจบกระบวน การ เชื่ออีกไม่นานถูกเพิกถอนพาสปอร์ต ทนายเตรียมยื่นประกัน “บุญทรง” ครั้งที่ 2 เผยเหตุที่ไม่หนีคดี คาดจำคุกไม่เกิน 10 ปีแต่เจอ 42 ปี ทำเครียดจัด “มาร์ค” โวลั่นหากได้เป็นรัฐบาลเล็งออก กม.คุมสื่อ หลังฉุนถูกพาดหัวข่าวเย้ยปู ณัฐวุฒิทำโพลบ้าง คิดอย่างไรถ้า นายกฯ คนต่อไปเป็นชายไทยหนีทหาร
ตร.ยังไม่ขอหมายค้นบ้านยิ่งลักษณ์
เมื่อวันที่ 27 ส.ค. รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงกรณีการขออนุมัติหมายค้นบ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลฎีกาแผนก คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขออนุมัติหมายจับกรณีไม่มาตามนัดฟังคำพิพากษาคดีรับจำนวนข้าวเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ขออนุมัติหมายค้นบ้านน.ส.ยิ่งลักษณ์แต่อย่างใด เพราะยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อแสวงหาข้อมูลว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีไปอยู่ยังสถานที่แห่งใดให้ชัดเจนก่อน
รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนติดตามพยานหลักฐานค้นหาที่อยู่ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่ามีการหลบหนีไปยังพื้นที่ใดให้ชัดเจน หากมีหลักฐานยืนยันได้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่อยู่ภายในบ้านพักก็ไม่มีความจำเป็นต้องขออนุมัติศาลเพื่อขอหมายค้นบ้าน ทั้งนี้ จะมีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าอีกครั้งในวันที่ 28 ส.ค. เวลา 11.00 น. ที่ ตร.ต่อไป
คสช.ยันไม่ได้เปิดทางให้หนี
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงมีการตั้งข้อสังเกตผู้มีอำนาจในบ้านเมืองเปิดทางให้น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีออกนอกประเทศว่า ที่ผ่านมาการบริหารงานของรัฐบาลและ คสช.เปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่ทำสิ่งใดที่ไม่อยู่ในกรอบของกระบวน การยุติธรรม ความเห็นดังกล่าวเป็นเพียงมุมมองส่วนบุคคลที่พยายามจะไปผูกเชื่อมโยงกันเอง ซึ่งไม่อยากให้มีการกล่าวหาพาดพิงกัน โดยอาศัยเพียงความคิดมุมมองเฉพาะตัว ไม่มีหลักฐานหรือข้อพิสูจน์ใดมาสนับสนุนความคิดนั้นๆ เพราะจะทำให้สังคมติดหล่มอยู่ในวังวนทางการเมืองแบบเดิมๆ
พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ในระยะนี้ไม่อยากให้บุคคลใดให้ความเห็นในลักษณะสร้างความสับสนให้สังคม เพราะบางครั้งอาจทำให้สังคมเข้าใจผิด มีผลกระทบถึงภาพลักษณ์ของบุคคลหรือองค์กรได้ ส่วนการไม่มาฟังคำตัดสินของศาลในคดีโครงการรับจำนำข้าวของอดีตนายกฯ นั้น เป็นเรื่องของกระบวนการหรือกลไกที่เกี่ยวข้องจะได้ทำหน้าที่ตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมในระบบที่มีอยู่ให้ได้อย่างดีที่สุด
ฝ่ายมั่นคงหวั่น”ปู”ตามรอย”ทักษิณ”
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้หน่วยงานความมั่นคงได้ประเมินสถานการณ์เกี่ยวกับการตัดสินคดีโครงการ รับจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีต นายกฯ ในหลายๆ ประเด็น หนึ่งในนั้นคือน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาฟังคำตัดสินของศาล แต่ไปให้น้ำหนักในเรื่องผลกระทบและสถานการณ์ที่จะเกิดจากคำตัดสินของศาลมากกว่า รวมถึงการเตรียมมาตรการรองรับเหตุการณ์ ซึ่งการประเมินสถานการณ์ต้องประเมินทุกอย่างว่าหากคำตัดสินออกมาว่าผิดจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ผิดจะเกิดอะไรขึ้น หรือการไม่มาฟังคำตัดสินของศาล ซึ่งในขณะนั้นหน่วยงานความมั่นคงก็ไม่ทราบว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ตัดสินใจอย่างไร
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีไปต่างประเทศนั้น จะเป็นผลดีมากกว่าการมาฟังคำตัดสินของศาล เนื่องจากสถาน การณ์ต่อจากนี้ยังวิเคราะห์ไม่ได้ว่าจะมีการเคลื่อนไหวอะไรตามมาหรือไม่ หรืออาจจะเคลื่อนไหวในรูปแบบเดียวกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า ไม่ได้รับความยุติธรรม มีรัฐบาลทหาร จึงหลบหนี ต้องดูกันต่อไป เพราะยังไม่มีการขยับร่องรอยให้เห็น ส่วนน.ส.ยิ่งลักษณ์หนีไปประเทศไหนนั้น ต้องรออีก 1-2 วันน่าจะมีภาพข่าวชัดเจน
เชื่อพท.ชู”สุดารัตน์”เป็นแกนนำ
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงกล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองต่อจากนี้ว่า โครงสร้างของพรรคเพื่อไทยประกอบด้วย 3 ส่วน 1.กรรมการพรรค ซึ่งมีหน้าที่จัดหาคนมาทำหน้าที่แกนนำขึ้นมาใหม่ โดยมีการโฟกัสไปที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 2.สมาชิกพรรค ซึ่งยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไปกระทบในส่วนที่ 3.คือมวลชน เนื่องจากอาจมองว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาฟังคำตัดสินของศาล อาจทำให้มวลชนถอดใจ หรือมวลชนอีกส่วนหนึ่งที่มีอุดมการณ์เข้มแข็งก็ต้องมีการปรับปรุงพรรค เพื่อเตรียมเลือกตั้งในปี 2561 และพรรคเพื่อไทยคงมีการปรับรูปแบบการต่อสู้ในเชิงนโยบายการหาเสียง กลยุทธ์การหาเสียงจะใช้รูปแบบใหม่ในการต่อสู้กับพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคอื่นๆ
“ขณะนี้พรรคเพื่อไทยคงต้องกลับเข้าสู่ที่ตั้ง ทบทวนบทบาทของตัวเองอาจใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ตรวจสอบ ฟังเสียงผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อเดินเกมต่อไป ซึ่งความเคลื่อนไหวด้านการเมืองก็จะนิ่งๆ ซึ่งเขาต้องดูอะไรหลายๆ อย่าง ส่วนเรื่องมือที่สาม ที่จะมาสร้างสถานการณ์นั้น ยังไม่มีอะไรแต่เจ้าหน้าที่ไม่ประมาท เป็นเรื่องของความตื่นตะหนกคาดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะออกมาในรูปแบบนี้ เกิดอาการช็อกไประยะหนึ่ง ซึ่งคงต้องปรับตัวและเดินเกมต่อไป” แหล่งข่าวด้านความมั่นคงกล่าว
ฮุนเซนยัน”ปู”เปล่าหนีผ่านกัมพูชา
เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ซินหัวรายงานว่า นายฮุนเซน นายกรัฐมตรีกัมพูชา ปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ใช้กัมพูชาเป็นเส้นทางหลบหนี โดยนายเขียว กัญญาฤทธิ์ รมว.สารนิเทศของกัมพูชา ระบุว่า นายฮุนเซนยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้หลบหนีผ่านมาทางกัมพูชา โดยนายฮุนเซนกล่าวขึ้นระหว่างการประชุมปิดกับแรงงานทอผ้ากว่า 4,400 คน ที่โรงแรมเกาะพิช แกรนด์ เธียเตอร์ ในกรุงพนมเปญ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
รายงานระบุว่า คำกล่าวปฏิเสธของนาย ฮุนเซน เกิดขึ้นหลังจากสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปยังกัมพูชาเพื่อขึ้นเครื่องบินต่อไปยังสิงคโปร์และนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ซึ่งมีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พี่ชายอยู่ โดยอ้างแหล่งข่าวจากบุคคลระดับสูงในพรรคเพื่อไทย และมีรายงานล่าสุดจากซีเอ็นเอ็น สื่อยักษ์ใหญ่ของอเมริกาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เตรียมขอยื่นลี้ภัยทางการเมืองกับรัฐบาลอังกฤษด้วย
อัยการชี้คดีปูลี้ภัยการเมืองไม่ได้
นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด กล่าวถึงการขอลี้ภัยไปต่างประเทศของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จำเลยที่หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาในคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาทว่า ไม่น่าจะทำได้ เนื่องจากยังไม่มีเหตุที่จะลี้ภัย ซึ่งในต่างประเทศจะไม่มองเรื่องการหนีคำพิพากษาของศาลเป็นเรื่องลี้ภัย ต่างจากกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ถือโอกาสหลบหนีออกนอกประเทศเเละขอลี้ภัยในระหว่างที่มีปัญหาบ้านเมืองไม่ปกติจากการรัฐประหาร เเม้จะมีการไต่สวนพยานในศาลไปบ้างเเล้วเเต่ยังไม่จบกระบวนการ เเต่ของน.ส.ยิ่งลักษณ์จะต่างกันเเละผ่านเหตุการณ์รัฐประหารมากว่า 3 ปีเเล้ว
“ของคุณทักษิณจะเป็นคนละเเบบกัน ตอนนั้นของคุณทักษิณไม่ต้องไปศาลก็ได้เเละยังสู้ไม่จบกระบวนการ เเต่คุณยิ่งลักษณ์ไปศาลมาตลอด และกรณีของคุณยิ่งลักษณ์จะไม่เหมือนรายอื่นๆ เช่นกรณีพล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และอดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮิงยา ที่ยื่นขอลี้ภัยทางการเมืองต่อรัฐบาลออสเตรเลีย ที่มีเหตุถูกคุกคามเเล้วจึงหนี มีสำนวนไปเเสดง เเต่เคสของคุณยิ่งลักษณ์ที่ยังไม่รู้ว่าศาลตัดสินอย่างไร เเล้วผ่านการพิจารณาคดีมาตลอด” นายปรเมศวร์กล่าว
เชื่ออีกไม่นานถูกถอนพาสปอร์ต
เมื่อถามว่าคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์มีมูลเหตุมาจากนโยบายทางการเมือง เหตุใดถึงไม่น่าจะลี้ภัยได้ นายปรเมศวร์กล่าวว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นคดีไปเเล้วเเละน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ต่อสู้มาตลอดจนถึงเเถลงการปิดคดีจนจบเเล้ว เเละกระบวนการอยู่ในชั้นศาลที่มองว่าเป็นธรรมเเล้ว จึงไม่น่ายื่นขอลี้ภัยได้ เชื่อว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์จะใช้วิธีเลือกไปประเทศที่ไม่มีการขอผู้ร้ายข้ามเเดน เช่น ดูไบ มอนติโกล ซึ่งนายทักษิณก็อยู่ประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามเเดนเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ากรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์อีกไม่นานคงถูกเพิกถอนหนังสือเดินทาง
เมื่อถามว่าจากนี้เราสามารถทำเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามเเดนได้หรือไม่ นายปรเมศวร์กล่าวว่า ยังไม่สามารถทำได้ ซึ่งกรณีขอส่งผู้ร้ายมาดำเนินคดีส่งหมายจับของศาลพร้อมหลักฐานไปประกอบก็ทำได้แล้ว เเต่กรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์พอมาอยู่ในกระบวนการของศาล เราจะเอาตรงไหนไปยื่นในคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามเเดน เนื่องจากเราต้องรออ่านคำพิพากษาก่อน ถ้าศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเราก็เอาคำพิพากษาไปยื่นประกอบคำร้องจึงจะมีเหตุที่เอาตัวมาลงโทษได้
ยันไม่เข้าข่ายส่งผู้ร้ายข้ามแดน
รองอธิบดีอัยการกล่าวว่า อีกปัญหาหนึ่งคือเรายังไม่ทราบถิ่นที่อยู่ของจำเลยซึ่งยังไม่มีข้อยืนยันมาคล้ายกับกรณีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ที่คาดว่าจะใช้วิธีเดียวกับนายทักษิณ คือไม่รู้อยู่ที่ไหนเป็นเวลานาน เเม้จะเเปลคำร้องเสร็จก็ไม่สามารถส่งได้เพราะไม่รู้ที่พำนัก ซึ่งกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ถึงเเปลคำร้องเสร็จก็เเค่ข้อหาหลบหนีการไปฟังผลคำพิพากษา จึงยังไม่ใช่เรื่องที่ต้องส่งผู้ร้ายข้ามเเดน ใครเขาก็ไม่ส่งให้ ต้องรอผลคำพิพากษาก่อน อย่างเณรคำที่เราเอาตัวมาได้เพราะมีข้อหาที่จะดำเนินคดี ไม่ ใช่หลบหนีการควบคุมเจ้าหน้าที่มีเนื้อหาคดีอยู่
เมื่อถามว่าหากวันที่ 27 ก.ย.ที่เป็นการอ่านคำพิพากษาลับหลัง หากศาลยกฟ้อง ตัวจำเลยกลับมา จะถูกคุมขังหรือไม่ นายปรเมศวร์กล่าวว่า หากยกฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ย่อมเดินทางกลับมาได้โดยไม่ต้องถูกคุมขัง หมายจับก็จะยกเลิก เเต่ยังมีปัญหาว่าหากยกฟ้องเเล้วอัยการยื่นอุทธรณ์ ก็เป็นไปได้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์จะไม่กลับมาเพราะต้องดูว่าศาลยกเลิกหมายจับหรือไม่ เพราะยังมีกระบวนการขังระหว่างอุทธรณ์ คิดว่าเขาคงดูก่อนว่าอัยการจะอุทธรณ์หรือไม่ ถ้าอุทธรณ์คงไปเลย ไม่กลับมา เเต่ถ้าไม่อุทธรณ์ก็คงจะกลับมา
“ปู”ระบุไม่ต้องห่วง-ขอเวลาทบทวน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณบ้านพักของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ภายในซอยโยธินพัฒนา 3 ว่า ตลอดทั้งวันยังคงเงียบเหงา มีผู้สื่อข่าวมาเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวด้านหน้าบ้านพัก และตำรวจสายตรวจสน.ลาดพร้าว ที่ตระเวนมาดูแลความเรียบร้อยตามปกติ โดยบุคคลที่อยู่ภายในบ้านยังคงเก็บตัวเงียบ
สำหรับความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ หลังจากบุคคลใกล้ชิดได้รับการติดต่อและยืนยันว่าเดินทางไปพักอยู่กับนายทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ในช่วงเวลานี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะใช้เวลาเพื่อทบทวนเรื่องราวต่างๆ สักระยะ และระบุว่าไม่ต้องห่วง ขณะที่แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้พูดคุยกับนายทักษิณเพื่อให้กำลังใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้พูดคุยกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยตรง
“น้องไปป์”ใช้ชีวิตตามปกติ
ส่วนความเคลื่อนไหวของนายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ ซึ่งไปพักอยู่กับนายอนุสรณ์ อมรฉัตร ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ยังใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ โดยเข้ารับการปฐมนิเทศนักศึกษาวิชาทหารประจำปี 2560 ที่โรงเรียนรักษาดินแดน ศูนย์การกำลังสำรอง (รร.รด.ศสร.) เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา และในวันนี้ยังพักผ่อนทำกิจกรรมในช่วงวันหยุดกับบุคคลใกล้ชิด และจะเดินทางไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ ตามปกติ
คนชินวัตรขยับให้กำลังใจ”ปู”
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวบุคคลในตระกูลชินวัตรว่า บรรดาหลานสาวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ โพสต์ข้อความผ่านโซเชี่ยลมีเดีย สื่อถึงผู้เป็นอาและน้าสาว อาทิ นางพินทองทา คุณากรวงศ์ ลูกสาวนายทักษิณ โพสต์รูปหัวใจภายใต้คอมเมนต์ น.ส.แพทองธาร ที่โพสต์ข้อความและแท็กถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายทักษิณว่า “ฉันรักคุณไม่ว่าจะเกิดอะไร” ด้านน.ส. ชยาภา วงศ์สวัสดิ์ ลูกสาวนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เขียนข้อความเป็นภาษาอังกฤษซึ่งแปลว่า พวกเราทุกคนจะคิดถึงคุณ
นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับแสดงความเห็นให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ยอมเสียสละ และขอให้เดินทางปลอดภัย เช่นเดียวกับอดีตส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่โพสต์ภาพให้กำลังใจน.ส. ยิ่งลักษณ์ อาทิ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีตส.ส.กทม.
ยัน”ปู”หนีไม่กระทบคดีฟ้องจิรชัย
นายนพดล หลาวทอง ทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่รับ ผิดชอบคดีปกครองและคดีที่ฟ้องนายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่มิชอบในฐานะประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กล่าวถึงความคืบหน้าว่า คดีที่ศาลอาญาทุจริตฯ นั้น เราได้นำพยานเข้าไต่สวนมูลฟ้องไปก่อนหน้านี้แล้ว 3 ปาก ประกอบด้วย นายยรรยง พวงราช อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ และอดีตรมว.คลัง กับผู้ที่เป็นเซอร์เวเยอร์ หรือผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ซึ่งยังเหลือพยานอีก 3 ปากที่จะนำเข้าไต่สวนมูลฟ้องนี้ก็จะดำเนินต่อไป
เมื่อถามว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่อยู่แล้ว จะกระทบคดีที่ฟ้องหรือไม่ นายนพดลกล่าวว่า ไม่กระทบ เดิมอดีตนายกฯ จะไต่สวนประเด็นเกี่ยวข้อมูลและเอกสารที่ได้ยินมา แต่เมื่อไม่อยู่ ก็ยังมีพยานอีก 3 ปากที่ยังดำเนินตามกระบวน การไต่สวนมูลฟ้องต่อไป ซึ่งพยานที่เหลือจะไต่สวนเกี่ยวกับเอกสาร ส่วนอดีตนายกฯ ต้องงดเป็นพยานไป
คดีขอทุเลายึดทรัพย์ก็ไม่กระทบ
ส่วนคดีศาลปกครองกลางที่ยื่นฟ้องเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังให้ชดใช้ค่าเสียหายโครงการจำนำข้าวตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ และได้ร้องขอทุเลาการบังคับคดีในการอายัดทรัพย์ที่เป็นบัญชีเงินฝาก 7 บัญชีไว้แล้วนั้น นายนพดลกล่าวว่า ศาลปกครองกลางยังไม่มีคำสั่งใดๆ แจ้งมา การที่อดีตนายกฯ ไม่อยู่ก็ไม่กระทบคดีเพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องการยื่นเอกสาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีอาญาที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยื่นฟ้องนายจิรชัยนั้น ขณะนี้เป็นเพียงการไต่สวนพยานชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เพื่อศาลจะพิจารณาว่าคำฟ้องนั้นมีมูลเพียงพอจะประทับรับคำฟ้องไว้เพื่อมีคำพิพากษาหรือไม่ โดยชั้นนี้ฝ่ายนายจิรชัย แต่งตั้งทนายความมาซักค้านพยานโจทก์ได้ และหากหลังจากไต่สวนพยานโจทก์ครบถ้วนในชั้นนี้แล้ว ศาลเห็นว่าไม่มูลก็มีคำสั่งยกฟ้องได้ แต่ถ้าเห็นว่าคดีมีมูลก็จะไต่สวนพยาน 2 ฝ่ายเพื่อพิจารณาและมีคำพิพากษาต่อไป
พท.เล็งคุยหารือทิศทางทำงาน
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า หลังจากเหตุการณ์น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาฟังคำตัดสินของศาล จนเกิดเสียงวิจารณ์ว่าอาจส่งผลต่อการทำงานของพรรคเพื่อไทย ซึ่งแกนนำพรรค ยังไม่ทราบความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงไม่พร้อมที่จะพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องกระบวนการของศาลในวันที่ 27 ก.ย.นี้ และกรณีที่มีกระแสข่าวว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ เตรียมประสานขอลี้ภัยไปประเทศอังกฤษ หรือทิศทางการทำงานของพรรคต่อกรณีดังกล่าวว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อจากนี้ โดยแกนนำพรรคเตรียมนัดพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการใน 1-2 วันนี้ จึงขอความร่วมมือสมาชิกงดให้สัมภาษณ์หรือพูดอะไรไปก่อน
เผยเหตุ”บุญทรง”ไม่หลบหนี
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เหตุผลที่นาย บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ตัดสินใจมาฟังคำพิพากษาคดีทุจริตระบายข้าวแบบ รัฐต่อรัฐหรือจีทูจี โดยไม่หลบหนี เนื่องจากได้ประเมินสถานการณ์ว่าไม่น่าจะถูกโทษเรื่องฮั้วประมูล และหากศาลตัดสินลงโทษจำคุกคาดว่าคงมีกำหนด 10 ปี ซึ่งนายบุญทรงรับได้ จึงเดินทางไปฟังคำคัดสิน พร้อมกับนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยในคดีเดียวกันที่คาดว่าจะโดนตัดสินจำคุกในจำนวนปีใกล้เคียงกัน แต่เมื่อศาลลงโทษจำคุกถึง 42 ปี ทำให้นายบุญทรงเกิดความเครียดจัดตามที่ปรากฏเป็นข่าว
เตรียมยื่นประกันตัวครั้งที่ 2
นายนรินทร์ สมนึก ทนายความของนาย บุญทรง กล่าวถึงการยื่นคำร้องปล่อยชั่วคราวนายบุญทรง ผู้ต้องหาในคดีทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีว่า ทีมทนายกำลังพิจารณาจะยื่นคำร้องขอประกันตัวนายบุญทรงเป็นครั้งที่ 2 เเต่ขณะนี้ต้องรอให้ถึงวันที่ 28 ส.ค. ถึงจะสามารถคัดคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายบุญทรงเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ซึ่งจะทำให้เราทราบเหตุผลของศาลที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวนายบุญทรง มีสาเหตุมาจากอะไรก่อนจะทำคำร้องยื่นไปในครั้งที่ 2
นายนรินทร์กล่าวว่า ในการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเราสามารถยื่นคำร้องได้ตลอดจนกว่าคดีจะถึงที่สิ้นสุด แต่อยู่ที่ดุลพินิจของศาลว่าจะอนุญาตหรือไม่ ส่วนทรัพย์สินที่จะใช้ประกันตัวขณะนี้ฝ่ายจำเลยได้เตรียมไว้พร้อมแล้วและเตรียมเพิ่มเติมไว้อีก หากศาลตีราคาประกันสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ในวันที่ 28 ส.ค.จะเดินทางไปเข้าเยี่ยมนายบุญทรง อีกครั้งพร้อมกับญาติก่อนจะรีบดำเนินการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อไป
เผย”บุญทรง-ภูมิ”นอนห้องเดียวกัน
ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม กล่าวถึงการควบคุมตัวนายบุญทรง นายภูมิ กับพวก ผู้ต้องขังคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐว่า เช้าวันนี้นายบุญทรงถูกปล่อยตัวออกจากเรือนนอนในแดนแรกรับ เพื่อทำกิจวัตรส่วนตัวเหมือนผู้ต้องขังรายอื่นๆ รับประทานอาหารเช้าหมูทอดเหมือนนักโทษรายอื่น จากนั้นไปอ่านหนังสือในมุมหนึ่งของแดนแรกรับ
นายธวัชชัยกล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา นายบุญทรงบอกว่านอนหลับๆ ตื่นๆ ซึ่งเป็นปกติของผู้ต้องขังเข้าใหม่ ทั้งนี้ ตนได้ให้นายบุญทรงและนายภูมิ รวมทั้งผู้ต้องขังในคดีดังกล่าวนอนในห้องเดียวกันไปก่อนเพื่อลดความเครียด ให้มีการพูดคุย ส่วนการเยี่ยมญาตินั้นวันนี้ยังเป็นวันหยุดจึงยังไม่มีญาติมาเยี่ยมและฝากสิ่งของให้
กำชับไม่ให้เดินห่างจนท.
นายธวัชชัยกล่าวต่อว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่บอกกับนายบุญทรงและพวกว่าช่วงนี้อย่าเพิ่งเดินไปไกลจากเจ้าหน้าที่ เพราะเป็นวันหยุดกำลังเจ้าหน้าที่มีน้อย อีกทั้งยังเป็นผู้ต้องขังใหม่ต้องทำความเข้าใจกับระเบียบปฏิบัติของเรือนจำ ตอนนี้เรือนจำกลางคลองเปรมมีผู้ต้องขัง 6,000 ราย มีทั้งหมด 8 แดน เฉลี่ยแต่ละแดนก็เกือบ 1,000 ราย ดังนั้น การเยี่ยมญาติของเรือนจำกลางคลองเปรมจึงแบ่งเป็นแดน สำหรับแดนแรกรับที่คุมขัง ผู้ต้องขังคดีดังกล่าวปกติจะให้เยี่ยมวันอังคารและวันศุกร์ แต่ในวันจันทร์นี้จะอนุโลมให้เยี่ยมได้ เพราะถูกย้ายมาในช่วงวันหยุด
“ทุกคนใช้ชีวิตปกติเหมือนนักโทษรายอื่นๆ ความเครียดหรือกังวลก็มีบ้างเป็นปกติของผู้ต้องขังใหม่ สักพักเชื่อว่าจะปรับตัวได้ ตอนนี้ไม่มีการร้องขออะไรเป็นพิเศษ” นายธวัชชัยกล่าว
เต้นทำโพลบ้าง-เอาคืน”มาร์ค”
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ช่วงนี้ใครๆ ก็ทำโพล กรุงเทพโพลล์บอกว่าประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าศาลฎีกาฯ จะตัดสินน.ส. ยิ่งลักษณ์ ว่ามีความผิด ทั้งที่สำนักโพลน่าจะผิดละเมิดอำนาจศาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ก็ทำโพลถามความเห็นประชาชนว่าคิดอย่างไรที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ไม่มาศาล คงเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แต่ไม่ทราบจะทำไปทำไม
“ขอเกาะกระแสทำโพลกับเขาบ้าง ยุคนี้เป็นรัฐบาลทหาร หลายฝ่ายเชื่อว่านายกฯ คนต่อไปก็น่าจะเป็นทหาร แต่นักการเมืองบางคนหวังว่าจะมีโอกาสเป็นนายกฯ ด้วยเหมือนกัน จึงขอถามประชาชนว่ามีความคิดเห็นอย่างไรถ้า นายกฯ คนต่อไปเป็นชายไทยที่หนีทหาร แสดงความเห็นในเพจนี้ได้เลย ขอความกรุณาใช้ถ้อย คำสุภาพ งดเว้นการพาดพิงตัวบุคคลใดเป็นการเฉพาะ เข้าใจตรงกันนะ” นายณัฐวุฒิระบุ
จ่อยื่นสอบ”ป้อม-แป๊ะ”เกียร์ว่าง
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวกรณีศาลฎีกาฯ ออกหมายจับ ที่ 29/2560 ลงวันที่ 25 ส.ค. หลังน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาฟังคำพิพากษาและมีข่าวว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์หนีออกนอกประเทศไทยแล้วว่า กรณีดังกล่าวเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของสาธารณชนว่าเจ้าหน้าที่รัฐ ฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายปกครองปล่อยปละละเลยให้จำเลยในคดีอาญาอุกฉกรรจ์หลบหนีออกจากประเทศไทยได้อย่างไร ก่อนหน้านั้นทราบกันว่าฝ่ายความมั่นคง ทหารและตำรวจ เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ จนเป็นเงาตามตัวทุกกิจกรรม แต่เมื่อถึงเวลาที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องมาฟังคำพิพากษา ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร ไม่มีใครทราบว่าน.ส. ยิ่งลักษณ์หลบหนีออกจากประเทศไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ เวลาใด และใช้ช่องทางใดหลบหนี
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นความบกพร่องและเป็นความผิดฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่และเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 52 และ 53 อย่างชัดเจน ดังนั้น ตนจะไปร้องต่อป.ป.ช.ในวันที่ 28 ส.ค. เวลา 11.00 น.ให้สอบสวนและพิจารณาลงโทษพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อไม่ให้เป็น เยี่ยงอย่างของระบบราชการไทยที่ปล่อยเกียร์ว่างหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
มาร์คโวยสื่อท้องถิ่นพาดหัวเย้ยปู
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องประชาธิปก ชั้น 5 สถาบันพระปกเกล้า นักศึกษาหลักสูตรวุฒิบัตรความรู้ทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จัดการเสวนาหัวข้อ “บทบาทสื่อมวลชนไทยในยุคเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตยภายใต้กติกาใหม่” โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในงานเสวนาว่า ตนเป็นห่วงเรื่องคุณภาพสื่อว่าหากสื่อยังถูกสังคมมองว่าไม่มีคุณภาพ จะยิ่งทำให้สังคมไม่คิดปกป้องเสรีภาพสื่อ ยกตัวอย่างเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ความสนใจอยู่ที่การพิพากษาคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งวันนั้นตนมีภารกิจบรรยายครูเทศบาลที่ จ.นครศรีธรรมราช แต่ผู้รับฟังการบรรยายต่างกังวลและติดตามข่าวดังกล่าว เมื่อมีผลออกมาว่าศาลออกหมายจับและเลื่อนการอ่านคำพิพากษา ตนได้เล่าถึงข้อเท็จจริงไปกับผู้บรรยายเพื่อให้คลายกังวล
“แต่กลับมีสื่อท้องถิ่นนำเสนอข่าวว่า ผมเย้ยน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ไม่มาศาล ทั้งที่ผมไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น จนสื่อมวลชนตัดสินใจแก้ข่าวให้ โดยแก้เพียงพาดหัวเป็นอภิสิทธิ์เห็นใจยิ่งลักษณ์ จึงสะท้อนให้เห็นว่าถ้าสื่อต้องการเสรีภาพแต่ยังมีปัญหาด้านคุณภาพการนำเสนอ ก็ย่อมเป็นข้อกังวลของสังคม” นายอภิสิทธิ์กล่าว
โวเป็นรัฐบาลเล็งออกกม.ดูแลสื่อ
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนสงสัยที่รัฐบาลจะออกกฎหมายว่าใครเป็นสื่อต้องมีใบอนุญาต จะนับอย่างไรว่าใครเป็นสื่อ แล้วที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ออกรายการทุกวันศุกร์นั้นจะต้องมีใบอนุญาตสื่อด้วยหรือไม่ เพราะหากสื่อไม่แยกการทำข่าวกับการทำธุรกิจนั้น ทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ธุรกิจแล้ว แต่รวมถึงภาครัฐด้วย เพราะข่าวบางข่าวเป็นข่าวประชาสัมพันธ์ให้กับภาครัฐ ปัญหาต่อมาคือสื่อจะรับผิดชอบต่อประชาชนอย่างไร และเมื่อสังคมแบ่งขั้ว ไม่ฟังกันมากขึ้น การจะให้สังคมตรวจสอบสื่อจึงเป็นไปได้ยาก
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยืนยันว่ากฎหมายที่รัฐบาลชุดนี้จะออกมาตนไม่ยอมรับเรื่องการให้คนของภาครัฐเข้ามายุ่งกับสื่อ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของภาครัฐ ส่วนเรื่องใบประกอบวิชาชีพนั้นเห็นว่าไม่สามารถทำได้ แต่หากจะไม่มีกฎหมายออกมาสื่อจะตอบคำถามได้หรือไม่ว่าสื่อจะให้ความเป็นธรรมอย่างแท้จริงได้อย่างไร จึงเป็นเรื่องยากที่ให้สื่อดูแลกันเอง ดังนั้น ต้องมีกฎหมายกำกับสื่อ มอบดาบกับสื่อเพื่อให้การกำกับควบคุมกันเองมีประสิทธิภาพ แต่สื่อจะต้องไม่ถูกแทรกแซงจากอำนาจรัฐ สื่อต้องจัดระบบธรรมาภิบาล
“หากพรรคประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง จะต้องมีกฎหมายดูแลสื่อ แต่ต้องแก้ปัญหาการใช้อิทธิพลของภาครัฐและธุรกิจเข้ามามีอำนาจต่อรองในสื่อ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองและสื่อมวลชนต้องพึ่งพากันและกัน แต่ก็ยอมซึ่งกันและกันไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต้องทำหน้าที่ของตนเอง” นายอภิสิทธิ์กล่าว
ชี้ไม่ใช่การปิดฉากตระกูลชินวัตร
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์กรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีคดีรับจำนำข้าวว่า อยากให้เป็นไปตามกติกา ที่ผ่านมาบุคคลในพรรคเพื่อไทยหลายครั้งมีทั้งไม่ยอมรับและยอมรับคำพิพากษาของศาล โดยเลือกยอมรับแค่บางกรณีเท่านั้น ส่วนในแง่การปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตนั้น แม้คำพิพากษาคดีของน.ส. ยิ่งลักษณ์ยังไม่ออกมา แต่ก็ชัดเจนในระดับหนึ่งจากคำพิพากษาคดีทุจริตการส่งออกข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ที่ศาลมีคำพิพากษาจำคุกนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวกที่สามารถไล่เรียงการทุจริตที่เกิดขึ้นได้
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กรณีอดีต รมช.พาณิชย์และพวกถูกจำคุกนั้น ทำให้เห็นว่าไม่ว่าเป็นข้าราชการหรือผู้บริหาร แม้จะอ้างว่าต้อง ทำตามคำสั่งหรือนโยบาย แต่ในที่สุดก็ต้อง รับผิดชอบเอง จึงเป็นบทเรียนให้ข้าราชการและผู้บริหารทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ส่วนที่มองว่าคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์จะเป็นการปิดฉากทางการเมืองของตระกูลชินวัตรหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อาจเป็นการวิเคราะห์ที่เกินเลยไป เพราะคำตัดสินยังไม่ถึงที่สุด และยังมีกระบวนการอุทธรณ์คดีได้ และปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีคนจำนวนมากที่ยังสนับสนุนอยู่
เผยผลโพลกว่าครึ่งไม่แปลกใจปูหนี
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จากการสำรวจความคิดเห็นผ่านทางไลน์อภิสิทธิ์ ถึงความรู้สึกเมื่อทราบว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ปรากฏตัวเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้ตอบมากถึง 2,343 คน มีหลายคนเขียนมาเพิ่มเติมว่าอยากตอบมากกว่าหนึ่งข้อ บางคนยอมรับว่ามีความรู้สึกขัดแย้งในตัวเอง กว่าครึ่งของผู้ตอบ คือร้อยละ 52 บอกว่าไม่แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ร้อยละ 23 ยังรู้สึกคาใจว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 ส.ค.เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งคงเป็นการสะท้อนอารมณ์ของสังคมได้ระดับหนึ่ง
ปปช.นัดถกอุทธรณ์คดีสลายพธม.
แหล่งข่าวระดับสูงจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่า หลังจากศาลฎีกาฯ ตัดสินยกฟ้องคดีที่ ป.ป.ช. ยื่นฟ้องสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. และพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผบช.น. ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จากการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดทางให้ส.ส. เข้าประชุมสภาได้ในเช้าวันที่ 7 ต.ค.2551 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 471 คน ป.ป.ช.ในฐานะโจทก์ต้องพิจารณาอุทธรณ์คดีภายใน 30 วันนั้น ล่าสุดมีการบรรจุวาระ ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะ กรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ ในวันที่ 29 ส.ค.นี้
วิษณุชงตั้งกก.ยุทธศาสตร์ชาติ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมครม.วันที่ 29 ส.ค.นี้ จะเสนอให้ที่ประชุมเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งแต่งตั้งตาม พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 แต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าคณะกรรมการประกอบด้วยใครบ้าง เพราะขณะนี้เจ้าตัวก็ยังไม่ทราบเรื่อง แต่ยืนยันว่าเป็นบุคลากรจากหลายกลุ่มงานสาขาอาชีพตามที่กฎหมายกำหนด
นายวิษณุกล่าวว่า นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งให้ทราบเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ว่าตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 บัญญัติว่าให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญและประธานองค์กรอิสระต่างๆ ประชุมร่วมกันแล้วยกร่างมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักการเมืองขึ้นมานั้น ขณะนี้เขาทำเสร็จแล้ว และกำลังส่งมาให้รัฐบาล ดังนั้น รัฐบาลจะนำมาหาทางดำเนินการต่อและประกาศ ใช้เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
นายวิษณุกล่าวว่า รัฐธรรมนูญระบุด้วยว่าทันทีมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงออกมาแล้ว ครม. มีหน้าที่กำหนดมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐในระดับรองลงมา ซึ่งรัฐบาลมอบให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ไปหารือกับทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันยกร่างมาตรฐานนี้ และมีบทลงโทษสำหรับคนที่ทำผิดกฎหมายดังกล่าว
สนช.แจงศาลรธน.ปมผู้ตรวจฯ
ที่จ.สุราษฎร์ธานี นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 กล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง 36 สมาชิกสนช.ที่เข้าชื่อให้วินิจฉัยร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีสนช.มีมติไม่เซ็ตซีโร่ผู้ตรวจการแผ่นดินชุดปัจจุบันขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า สนช.ฝ่ายเสียงข้างมาก และ 36 สนช. ซึ่งเป็นเสียงข้างน้อยต้องคุยกันเพื่อมอบหมายตัวแทนฝ่ายละ 1 คน ไปชี้แจงเหตุผลต่อศาลในวันที่ 30 ส.ค.นี้ หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าขัดตามที่ 36 สนช.ยื่นคำร้องจริง เนื้อหาในส่วนที่ศาลชี้ว่าขัดจะไม่สามารถบังคับใช้ได้ แต่จะไม่ตกไปทั้งฉบับ เพราะถือว่าเป็นร่างที่ผ่านสนช.แล้ว
ข่าวจาก : ข่าวสดออนไลน์