เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่านางโพน อุปภัมภ์ อายุ 64 ปี ชาวบ้านกรวด ต.หนองขวาว อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ได้นำเอกสารจากกรมบังคับคดีเรื่องการยึดทรัพย์ ซึ่งได้ระบุในเอกสาร ว่าน้องสาวเป็นหนี้บัตรเคดิตธนาคารแห่งหนึ่งและคดีถึงที่สุดจึงมีหมายบังคับคดีให้จัดการยึดทรัพย์ดินทั้งหมด 18 ไร่ 3 งาน แต่เมื่อสอบถามน้องสาวได้ยื่นว่าไม่เคยเป็นหนี้บัตรเคดิต จึงเดินทางมาร้องศูนย์ดำรงธรรมเนื่องจากกลัวโดนยึดที่นาทั้งหมด
โดยยายโพน เปิดเผยว่า เมื่อเช้าเดินออกมาที่แปลงเห็นกระดาษสีขาววางที่หัวคันนา เป็นเอกสารของทางราชการจึงนำกลับบ้านไปถามญาติพี่น้องให้ช่วยกันอ่าน ถึงรู้ว่า เป็นหนังสือประกาศจากเจ้าพนักงานบังคับคดี เรื่องการยึดทรัพย์ ระบุในเอกสาร ว่าบริษัทบัตรเคดิตธนาคารแห่งหนึ่งเป็นโจทก์ และชื่อผู้ชายซึ่งมีทั้งชื่อและนามสกุลตรงกับน้องสาวเป็นจำเลย มีหมายบังคับคดีให้จัดการยึดทรัพย์ของจำเลยคือที่ดิน ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำให้เสียหาย จำหน่ายจ่ายโอน หรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดแก่ทรัพย์ ที่ยึดโดยไม่ได้รับอนุญาต จากเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นอันขาด ลงชื่อเจ้าพนักงานบังคับคดี
“พอญาติๆอ่านให้ฟัง ยายถึงกับตกใจตัวสั่นที่อยู่ๆมีหนังสือมายึดทรัพย์ที่นาซึ่งเป็นชื่อของน้องสาว ซึ่งเป็นที่มรดกจากพ่อแม่ตามโฉนดทั้งหมด 18 ไร่ 3 งาน และได้แบ่งให้ญาติพี่น้องไป 11 คนคนละ 1 ไร่เศษ ในส่วนการฟ้องของบริษัทบัตรเป็นชื่อของผู้ชาย ซึ่งมีชื่อสกุลตรงกับน้องสาวของยายซึ่งมีอายุ 52 ปีทำงานอยู่กรุงเทพฯจึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามและได้รับคำตอบว่าไม่เคยเป็นหนี้สินบัตรเคดิตแต่อย่างใด ญาติพี่น้องเลยให้รีบมาร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอความเป็นธรรม
จากนั้น นายสุเทพ ดอกจันทร์ กำนันตำบลหนองขวาว ที่มาปฏิบัติหน้าที่เวรที่ศูนย์ดำรงธรรม ได้นำหนังสือจากสำนักงานบังคับคดีไปตรวจสอบและสอบถามไปยังสำนักงานบังคับคดี จนได้ความว่าชื่อผู้เป็นจำเลยตามเอกสารที่ระบุนั้น เป็นคนละคนกับน้องสาวยายโพน และยอมรับว่าอาจเป็นการลงชื่อจำเลยผิด ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบอีกครั้งและถอนฟ้องให้ ทำให้ยายโพนดีใจที่รู้ว่าเป็นการแจ้งผิดคน แต่ได้ให้เจ้าหน้าที่ลงบันทึกการร้องเรียนไว้เป็นหลักฐานต่อไป
ในวันต่อมา (26 ส.ค.60) อธิบดีกรมบังคับคดีได้ให้ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุรินทร์ ลงพื้นที่เพื่อไปพบกำนันและผู้ร้อง เพื่อขอโทษที่เกิดข้อผิดพลาดในการทำงาน พร้อมทั้งทำความเข้าใจขั้นตอนการบังคับคดีและแนวทางแก้ไขให้ผู้ร้องทราบต่อไป โดยผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุรินทร์ ได้เข้าพบกำนันสุเทพ ดอกจันทร์ กำนันตำบลหนองขวาว และผู้ใหญ่สนั่น มีสติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 (บ้านกรวด) ตำบลหนองขวาง และนางโพน อุปถัมภ์ ผู้ร้อง บ้านเลขที่ 65 บ้านกรวด ตำบลหนองขวาง อำเภอศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เมื่อเวลา ประมาณ 11.00 น. พร้อมได้ชี้แจงขั้นตอนการบังคับคดีพร้อมแจ้งแนวทางแก้ไขโดยแจ้งให้ทราบว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประสานโจทก์แล้วจะไปดำเนินถอนการยึดในวันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม 2560 ที่จะถึงนี้ โดยผู้ร้องไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานบังคับคดี และได้กล่าวขอโทษสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมแจ้งผู้ร้องทราบว่าอธิบดีกรมบังคับคดีฝากขอโทษผู้ร้องด้วย ผู้ร้องขอบคุณที่ลงพื้นที่ในวันนี้ พร้อมกล่าวให้อภัยในเรื่องดังกล่าว
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า โจทก์ได้ส่งสำเนาโฉนดที่มีชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นชื่อนามสกุลตรงกับจำเลย แต่มิใช่ของจำเลย เนื่องจาก จำเลยเป็นนายเจน ใจงาม แต่ตามเอกสารเป็น นางเจน ใจงาม จึงเป็นการยึดทรัพย์ที่มิใช่ของจำเลย โดยโจทก์แจ้งว่าจะมาถอนการยึดในวันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม นี้
ข่าวจาก : ข่าวสดออนไลน์, ไทยรัฐออนไลน์