โหดร้ายเกินคน! พระขี่มอเตอร์ไซค์ลากสุนัข ยิ่งชันสูตร ยิ่งสงสัย โดนทารุณกรรมหนักกว่านี้!(มีคลิป)



 

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ผู้สื่อข่าว “เดลินิวส์ออนไลน์” รายงานว่า โลกออนไลน์เกิดกระแสการแชรต์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ระบุ “หลวงพ่อครับท่านทำอะไร” พร้อมภาพจากกล้องหน้ารถ เผยให้เห็นพระสงฆ์รูปหนึ่ง กำลังขี่มอเตอร์ไซค์แบบพ่วงข้างไปตามถนน แต่ทางท้ายรถกลับมีการลากสุนัขจนร่างครูดไปตามถนน จนภาพดังกล่าวกลายเป็นเรื่องราวสะเทือนใจแก่ผู้ที่พบเห็นเป็นจำนวนมากนั้น

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ผู้สื่อข่าว “เดลินิวส์ออนไลน์” ได้สอบถามไปยังทีมงานWatchdog Thailand กลุ่มเครือข่ายประชาชนต่อต้านการค้าสุนัขข้ามชาติ เผยว่า จากคลิปดังกล่าวนั้น ทางทีมงานได้รับการประสานเรื่องร้องเรียนดังกล่าวจากแฟนเพจ@Thai Love Animal ช่วยสัตว์ สุนัขและแมวจรจัด ซึ่งได้รับคลิปจากประชาชนเจ้าของรถ ซึ่งกำลังขับอยู่บนถนนเส้นหนึ่งในอ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี แต่ระหว่างทางกลับพบกับพระสงฆ์รูปหนึ่ง ขี่มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างและมัดคอลากสุนัขไปตามถนน จึงได้รีบบีบแตรเตือนและขับรถตาม เพราะเห็นว่าน้องหมายังไม่ตาย แต่พระรูปดังกล่าวก็ขี่รถหนีเสียแล้ว ทางทีมงานและเจ้าของคลิป จึงได้เร่งแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สระโบสถ์เข้าตรวจสอบทันที จนสามารถตามพบพระรูปดังกล่าว ซึ่งเป้นพระสงฆ์ของสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง สารภาพอ้างว่า เกิดความสงสัยว่าสุนัขจะกลายเป็นหมาบ้า จึงได้ใช้เชือกทำเป็นบ่วงผูกคอน้องหมาทั้งที่ยังมีชีวิต แล้วลากไปทิ้ง ทั้งนี้เมื่อถึงสถานที่ทิ้งน้องหมาก็พบเป็นศพ สภาพภายนอกเนื้อหนังถลอกเต็มไปหมด ขาหัก กระดูกไหล่ทะลุออกมาด้านนอก ทั้งยังพบศพสุนัขอีกตัวมีเชือกผูกขา นอนตายในสภาพคล้ายกันในบริเวณใกล้เคียง แต่ทางพระให้การว่าทำกับหมาตัวที่ถูกผูกคอเพียงตัวเดียว จึงได้แจ้งข้อหา ทารุณกรรมสัตว์

ขณะนี่ทางทีมงานได้นำร่างของน้องหมาทั้ง 2 ตัวไปทำการชัยสูตรศพเพื่อสืบหาร่องรอยสภาพการตายเพื่อประกอบคดี พบว่า น้องหมาตัวที่เห็นในคลิป มีเลือดออกภายในช่องอกและปอดเป็นบริเวณกว้าง ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายฉีกขาด พบรูทวารฉีกขาดเป็นบริเวณกว้างและภายในรูทวารเป็นโพรงกว่าปกติ สาเหตุของการเสียชีวิต เพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว และร่างกายบอบช้ำอย่างหนักทั้งอวัยวะภายในและบาดแผลภายนอก ส่วนตัวที่สอง พยาธิสภาพที่เห็นมีเพียง หัวใจมีเลือดคั่ง และลำไส้ฉีกขาด ตับไตปอดหัวใจเน่าหมดแล้ว ทั้งนี้ทางเจ้าคณะอำเภอได้รับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว และได้มอบหมายให้เจ้าคณะตำบลดำเนินการสอบสวนทางวินัยสงฆ์ต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ทางทีมงานยังมีความกังลวว่า หลังจากนี้สุนัขอีก 13 ตัวที่ยังอาศัยอยู่ในวัดจะมีความปลอดภัยต่อไปอีกหรือไม่

 

 

 

 

ข่าวจาก : เดลินิวส์ออนไลน์