สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีคุณย่าคนหนึ่งยอมขวักเงินจ้างพี่เลี้ยงเด็ก เพราะไม่อยากเลี้ยงหลาน โดยคุณย่าคนนี้บอกว่า ตนและพ่อแม่ฝ่ายหญิงช่วยกันเลี้ยงหลานมาด้วยกันประมาณ 10 เดือน ต่อมาพ่อแม่ฝ่ายหญิงกลับบ้านนอกไป แต่สะใภ้หวังอยากจะให้ตนดูแลลูกต่อไป คุณย่าคนนี้จึงปฏิเสธว่า "การที่คนแก่ช่วยเลี้ยงหลานให้นั้นไม่ใช่เพราะหน้าที่ แต่เป็นเพราะความรัก"
คุณย่ายังบอกอีกว่า ตนรู้ว่าสะใภ้อยากให้ช่วยเลี้ยงหลานต่อให้หน่อย แต่ตนคิดว่าการอบรบสั่งสอนไม่ใช่หน้าที่ของปู่ย่า-ตายาย แต่เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ อย่าปัดความรับผิดชอบหน้าที่นี้มาให้พ่อแม่ของตนเอง
ตนมองแล้วเห็นว่าคนสมัยนี้ไม่ชอบพึ่งพาตนเอง ตนเลี้ยงลูกชายมาโตชนาดนี้แล้ว อยากให้ลูกๆของตนเองน่าจะไปลิ้มรสการเป็นพ่อแม่และการได้เลี้ยงดูลูกใน 1 วันดู ตนบอกว่าถ้ามีธุระจริงๆก็สามารถช่วยเลี้ยงดูให้ได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่ใช่ทุกวันหรือเลี้ยงเฉพาะเวลาไปทำงาน พอตกเย็นก็กลับไปนอนกับพ่อแม่ ปู่ย่า-ตายาย ไม่ใช่พ่อแม่ เพราะฉะนั้นไม่ควรเอาภาระทั้งหมดมาลงที่ปู่ย่า-ตายาย
(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
คุณย่าบอกว่า "ตนรู้ว่าสังคมยุคปัจจุบันมีความเครียดมากกว่าสมัยก่อน ทำให้ต้องส่งลูกๆมาให้ปู่ย่า-ตายายเลี้ยง แต่หลานๆควรที่จะได้ใกล้ชิดกับพ่อแม่และควรได้พบหน้าลูกๆของตนเองบ่อยกว่านี้ เพื่อจะได้มีเวลาพูดคุยทำความคุ้นเคยกับพ่อแม่ตนเองบ้าง " คุณย่ายังบอกว่าตนเองก็มีธุระหรือสิ่งที่อยากจะทำบ้าง
(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
ทำให้ผู้อำนวยการจากสถาบันครอบครัวและมูลนิธิจิตวิทยาสังคมออกมาเผยว่า "การที่พ่อแม่วัยรุ่นสมัยนี้ พาลูกไปให้ปู่ย่า-ตายายเลี้ยงนั้น ไม่ใช่จะเป็นเรื่องที่ดีเสมอไป เพราะคนชราจะเป็นคนใจอ่อน รักหลานมาก ทำให้เป็นผลเสียกับตัวเด็กเองและการเข้าสังคมในอนาคตอีกด้วย"
หลังจากนั้นไม่นานสะใภ้ก็มารับลูกของตนเองไปอยู่ด้วยกันที่บ้าน ผ่านไป 1 ปี ตนกลับมาขอบคุณแม่สามีว่า "ขอบคุณมากนะคะแม่ที่ทำให้หนูรู้ว่าการเป็นแม่คนนั้นต้องทำอย่างไง ประสบการณ์ชีวิตเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สอนคนได้เป็นอย่างดี และตอนนี้หนูก็ใช้เวลาทำกิจกรรมกับลูกมากขึ้น"
(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
ทำให้มีเพื่อนชาวเน็ตมากมายออกมาบอกว่า "คุณย่าคนนี้กำลังออกมาพูดระบายควาในใจแทน พ่อแม่บางคน" ไม่รู้ว่ามีใครคิดแบบนี้บ้างไหมหนอ?
ข้อมูลจาก : LIEKR