เด้ง2ผู้กำกับโรงพักดังภาคอีสาน ฐานละเลยดูแลลูกน้อง-ส้วมเหม็น!



 

เด้ง ผกก.สภ.กันทรลักษ์ ให้ไปช่วยราชการ ศปก.ภ.จว.ศรีษะเกษ เหตุปล่อยโรงพักทรุดโทรม ส้วมเหม็น ไม่มีประชุมยกระดับบริการประชาชน ล่าสุด ผกก.สภ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ก็โดนด้วย

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ.3 มีหนังสือคำสั่งบันทึกข้อความ ด่วนที่สุด เลขที่ 0018.173/5115 ลงวันที่ 18 ส.ค.60 เรื่องการพิจารณาข้อบกพร่อง พ.ต.อ.ชยากร เทศะบำรุง ผกก.สภ.กันทรลักษ์ จว.ศรีษะเกษ กับพวก ผบก.ภ.จว.ศรีษะเกษ หนังสือคำสั่งระบุว่า 1.ผบช.ภ.3 ได้สั่งการในการประชุมบริหารประจำเดือน ก.ค. 60 เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 60 เวลา 13.30 น. ให้ทุก สภ.ในสังกัด ถือปฎิบัติตามแนวทางสั่งการของ ตร. เรื่องแนวทางการยกระดับ การบริการประชาชนของสถานีตำรวจ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. เพื่อให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อตอบสนองความต้องการ และสร้างความพึงพอใจให้แก่ประชาชน โดยจะมีการจัดเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจติดตามประเมินผลการปฎิบัติของทุก สภ. 

2.ในห้วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 60 ทีมสุ่มตรวจของ ภ.3 ได้ออกไปติดตามประเมินผลของ สภ.ต่างๆ ในสังกัดจำนวน 7 สภ. ปรากฎว่าเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ได้สุ่มตรวจ สภ.กันทรลักษ์ จว.ศรีษะเกษ พบข้อบกพร่องหลายประการดังนี้ เมื่อเวลา 08.00 น. มีการเรียกแถวเคารพธงชาติ แต่ไม่มีการประชุมหรือพูดถึงเรื่องการยกระดับการให้บริการ อีกทั้งทีมงานสำรวจบริเวณรอบๆ ตัวอาคาร รวมถึงบ้านพัก พบว่ามีสภาพเก่า ทรุดโทรม หญ้าขึ้นรก สกปรก ที่จอดรถมีป้ายแสดงที่จอดรถสำหรับประชาชน แต่ไม่สามารถนำเข้าจอดได้ เนื่องจากมีกองวัสดุวางขวาง และห้องน้ำมีสภาพเก่า ชำรุด สกปรก และส่งกลิ่นเหม็น ขณะที่เวลา 13.30 น. ได้โทรไปที่ 191 ผู้รับสายรายงานตัวตามระเบียบ ทีมงานแจ้งเหตุว่าขับรถยนต์ถูกรถจักรยานยนต์จงใจเฉี่ยวชน ด่าทอ และหลบหนี จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือ สถานที่เกิดเหตุอยู่ห่าง สภ. ประมาณ 10 กม. 

 

พนักงานวิทยุสอบถามข้อมูลเล็กน้อย และสายถูกตัดไป ทีมงานได้พยายามโทรอีกถึง 6 ครั้ง และแจ้งใหม่อีกครั้ง ต่อมาอีก 5 นาที มีเสียงพนักงานวิทยุแจ้งไปยังสถานี แต่ไม่มีการตอบรับวิทยุ ประมาณ 5 นาที มีตำรวจนอกเครื่องแบบเข้ามาสอบถามทีมงานว่าโทรแจ้งเหตุรถชนใช่หรือไม่ ทีมงานตอบว่าใช่ ตำรวจแนะนำตัวว่าอยู่ประจำ สภ.นี้ ได้รับแจ้งและเข้ามาตรวจสอบ ทีมงานแจ้งว่าไม่ติดใจ แต่รู้สึกกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจแจ้งว่าไม่ต้องกลัว บริเวณปั้มน้ำมันมีกล้องวงจรปิด รถมีประกัน ไม่ต้องไปแจ้งความ สามารถเคลมกับบริษัทประกันได้เลย แต่ทีมงานยืนยันจะไปแจ้งความ ตำรวจบอกกับทีมงานว่าแล้วแต่ผู้เสียหาย และไม่ได้แนะนำอะไรเพิ่มเติม พร้อมขอตัวกลับ ทีมงานจึงเดินทางไปแจ้งความ ไม่พบเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ พบตำรวจแต่งกายครึ่งท่อน แนะนำให้ขึ้นไปบริเวณชั้น 2 เพื่อพบพนักงานสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนแต่งกายเรียบร้อย แต่อีก 1 นาย แต่งกายครึ่งท่อน ทีมงานได้แจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชน ไม่ติดใจ ขอแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ตำรวจได้ให้คำแนะนำ พร้อมขอสำเนาประจำวันไว้เป็นหลักฐานไม่เสียค่าบริการ นอกจากนี้การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร สภาพจราจรคล่องตัว ทีมงานได้เข้าไปสอบถามเส้นทางกับเจ้าหน้าที่จราจร ได้รับคำแนะนำเส้นทาง แต่ดูไม่ค่อยใสใจ

3.ภ.3 พิจารณาแล้วเห็นว่า เนื่องจากแนวทางการยกระดับการบริการประชาชนของสถานีตำรวจ เป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนที่ พล.อ.ประวิตร และผบ.ตร. กำหนดให้ข้าราชการตำรวจทุกนายถือปฎิบัติอย่างเคร่งครัด แต่ปรากฎว่าสุ่มตรวจของ ภ.3 ได้ไปตรวจที่ สภ.กันทรลักษ์ จว.ศรีษะเกษ พบข้อบกพร่องหลายประการตามข้อ 2 แสดงให้เห็นว่า ผกก.สภ.กันทรลักษ์ ไม่ควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในการปฎิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเหนือตนที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ จึงให้ ภ.จว.ศรีษะเกษ ดำเนินการดังนี้ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาข้อบกพร่องผู้ที่เกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าวทุกนาย แล้วรายงานผลให้ ภ.3 ทราบภายใน 30 วัน  (ภายในวันที่ 18 ก.ย.) อีกทั้งเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ และเพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงและการพิจารณาข้อบกพร่องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุวัตถุประสงค์ จึงมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ชยากร เทศะบำรุง ผกก.สภ.กันทรลักษ์ จว.ศรีษะเกษ ไปปฎิบัติราชการที่ ศปก.ภ.จว.ศรีษะเกษ มีกำหนด 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. เป็นต้นไป และให้ ผบก.ภ.จว.ศรีษะเกษ พิจารณามีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจผู้ที่เห็นสมควรไป รรท. ในตำแหน่ง ผกก.สภ.กันทรลักษ์ ภายในอำนาจ แล้วรายงานผลให้ทราบ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ.3 ได้มีหนังสือคำสั่งบันทึกข้อความ ด่วนที่สุด เลขที่ 0018.17/5116 ลงวันที่ 18 ส.ค.60 เรื่องการพิจารณาข้อบกพร่อง  พ.ต.อ.ไผ่พนา เพ็ชรเย็น ผกก.สภ.กาบเชิง จว.สุรินทร์ กับพวก ระบุ หลังจัดเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจติดตามประเมินผลการปฎิบัติของทุก สภ.พบความบกพร่อง ไม่มีการเรียกแถวข้าราชการตำรวจเพื่อเคารพธงชาติ ประชุมแถวหรือปล่อยแถวสายตรวจ มีเพียงตำรวจ 1 นาย แต่งกายครึ่งท่อน เชิญธงขึ้นสู่ยอดเสา จากการสำรวจบริเวณรอบๆ ตัวอาคารของสภ. และบ้านพัก สกปรก มีหญ้าขึ้นรก ขาดการดูแลรักษา ที่จอดรถมีป้ายแสดงที่จอดรถสำหรับผู้มาติดต่อราชการ แต่ไม่สามารถเอารถเข้าจอดได้ เนื่องจากมีหญ้ารก ห้องน้ำเก่า ชำรุดเสียหาย ให้การบริการประชาชนนอกสถานีตำรวจล่าช้า โดยต้องโทรแจ้งถึง 3 ครั้ง และไม่มีการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วน หน้าโรงเรียน 2 แห่ง ที่อยู่ห่างจากสภ.เพียง 300 เมตร อีกทั้งเคยมีคนวิกลจริตมาอาละวาดในโรงเรียน เมื่อโรงเรียนแจ้งตำรวจกลับไม่มีตำรวจมาดูแล 

ดังนั้นจึงให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วแจ้งผลให้ ภ.3 ทราบภายใน 30 วัน และมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ไผ่พนา เพ็ชรเย็น ผกก.สภ.กาบเชิง จว.สุรินทร์ ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ภ.จว.สุรินทร์ มีกำหนด 30 วัน ตั้งแต่ 18 ส.ค.60 และให้ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ พิจารณามีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจที่เห็นสมควรไป รรท. ในตำแหน่ง ผกก.สภ.กาบเชิง ภายในอำนาจ แล้วรายงานให้ทราบ 

ข่าวจาก : เดลินิวส์