เว็บไซต์ต่างประเทศได้เปิดเผยเรื่องราวชีวิตของชาวเน็ตท่าหนึ่ง โดยระบุว่า.. “ตั้งแต่เด็กๆ เราไม่เคยได้รับความรักจากพ่อแม่ แต่เราไม่เคยรู้สึกว่าขาดอะไรเลย กลับรู้สึกโชคดีด้วยซ้ำไป” บ้านเกิดเราอยู่ในชนบท เรามีพี่สาว 2 คน น้องชาย 1 คน เนื่องจากตอนเล็กๆบ้านเราเกิดปัญหาด้านการเงิน เลี้ยงลูกหลายคนไม่ไหว พ่อกับแม่ก็เลยส่งเราวัย 2 ขวบไปอยู่บ้านน้าในเมืองที่ฐานะดีหน่อย บอกว่ารอให้ที่บ้านฐานะดีขึ้นแล้วจะมารับกลับไป
แต่พอเราอายุได้ 8-9 ขวบก็เคยชินกับการอยู่บ้านน้าไปแล้ว ยังไงก็ไม่ยอมกลับ บวกกับบ้านน้าอยู่ในเมือง ฐานะก็ดีกว่า ไปโรงเรียนก็ง่ายกว่า สองครอบครัวคุยกัน ก็เลยยอมให้เราอยู่กับน้า แต่พอปิดเทอมต้องกลับไปอยู่บ้าน และเพราะเป็นแบบนี้ ทำให้เราต่างจากพี่สาวสองคน ที่แต่งงานตั้งแต่ยังไม่ 20 ดี แล้วก็ต้องอยู่ที่บ้านนอกไปชั่วชีวิต
(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)
น้าเองก็ดีกับเรามาโดยตลอด แถมยังบอกเราด้วยว่าอย่าไปโทษพ่อกับแม่ ท่านทำดีที่สุดแล้ว ปี 2013 เราเรียนจบป.โท เข้าทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งที่ใช้ได้เลย พอปี 2015 ก็แต่งงานกับสามีคนนี้ แล้วก็ดาวน์บ้านหลังหนึ่งแถวๆบ้านน้า
พ่อแม่เราอายุมากแล้ว ไม่มีรายได้ ตั้งแต่ปี 2015 เราก็ส่งเงินกลับไปให้พวกท่านเดือนละหมื่นทุกเดือน แม้จะไม่ค่อยได้กลับไป แต่เรากับสามีจะพาลูกไปกินข้าวบ้านน้าทุกเสาร์อาทิตย์ เราพอใจชีวิตเราตอนนี้มาก
(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)
ตอนเล็กๆ เวลากลับบ้านตอนปิดเทอม พ่อกับแม่ดีกับเรามาก อาจจะเป็นเพราะรู้สึกผิด แต่กับพี่สาวสองคนท่านแทบไม่สนใจ เรียนม.ปลายยังไม่ทันจบก็ให้เลิกเรียน ส่วนน้องชายเรียนห่วย โดนพ่อแม่บังคับถึงได้จบปวช.มาได้ บางครั้งเราก็คิด คนรุ่นพ่อแม่เค้าคิดอะไรกัน ทำไมเห็นผู้ชายดีกว่าผู้หญิง
น้องชายเราจบปวช.ตอนปี 2016 แล้วก็มาอยู่บ้านเราอยู่ 2 เดือน เตรียมหางานในเมืองทำ แต่เขาเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ หนักไม่เอา เบาไม่สู้ ไม่บ่นว่าเงินเดือนน้อย ก็หาว่างานหนักเกินไป ตอนนั้นเราปวดประสาทมาก พ่อแม่วันๆนึงโทรมาไม่รู้กี่รอบบอกให้เราช่วยให้น้องเข้าไปทำงานในบริษัท มันจะไปทำได้ยังไง
ต่อมาสามีก็หาวิธีช่วย ไปไหว้วานให้เพื่อนฝากงานให้ เป็นพวกงานในออฟฟิศนี่แหล่ะ เงินเดือนก็ใช้ได้ แต่ที่ทำให้เราโกรธก็คือ น้องไปทำงานได้ไม่ถึง 2 เดือนก็แอบไปลาออกแล้วหนีไปปักกิ่ง บอกว่าที่นั่นเมืองใหญ่ เงินเดือนสูง ถ้าไม่ได้ดีจะไม่กลับมา ทำให้เราต้องรับหน้าไปเลี้ยงข้าวขอโทษเพื่อนแทน
ตอนแรกเราคิดว่าจะโล่งใจได้แล้ว แต่ที่ไหนได้ไม่ถึงครึ่งปี น้องก็โทรมาบอกให้ซื้อตั๋วรถไฟให้ บอกว่าอยู่ปักกิ่งต่อไปไม่ได้แล้ว
(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)
ครั้งนี้พอกลับมาก็เป็นเด็กดีขึ้นหน่อย เช่าบ้านอยู่เองข้างนอก แล้วก็หางานทำ แต่ก่อนหน้านี้ไม่นาน แม่ก็โทรมาบอกว่า น้องไปคบผู้หญิงคนหนึ่ง บ้านผู้หญิงเขาเรียกร้องให้มีบ้านในเมืองถึงจะยอมยกลูกสาวให้ ขอให้เราช่วยออกเงิน 1 ล้าน แถมยังบอกเราว่านั่นน้องชายเรา ไม่สนใจไม่ได้
เราปฏิเสธแม่ไปตรงๆ แล้วจากนั้นก็ไม่รับสายท่านอีก แต่ใครจะไปรู้ เมื่อวานสามีก็ได้รับข้อความบอกว่า เราเป็นลูกอกตัญญู ได้ดีแล้วลืมกำพืด ถ้าโตมาแล้วเป็นแบบนี้จะไม่เลี้ยงให้เสียข้าวสุก ทุกเดือนส่งเงินให้แค่หมื่นเดียวแล้วก็ไม่สนใจใยดีที่บ้านอีกเลย วินาทีนั้นเอง เราก็ตัดสินใจจะไม่ส่งเงินกลับไปอีก
เราคิดไม่ออกจริงๆ ทำไมคนรุ่นพ่อแม่ต้องเห็นลูกชายดีกว่าลูกสาว จะให้ลูกชายเลี้ยงจนแก่ แต่เท่าที่เราเห็น ก็มีแต่ลูกสาวเลี้ยงทั้งนั้น อย่าว่าแต่เลี้ยงพ่อแม่เลย ลูกชายมีสักกี่คนที่ซื้อบ้านเองโดยไม่ต้องใช้เงินพ่อแม่
ข้อมูลจาก : LIEKR