เป็นเคสกรณีตัวอย่างที่น่ากลัวมาก ของหนุ่มเกษตรกรตัวอย่าง หลังจากผู้ชายคนหนึ่งไปตรวจสุขภาพกับโรงพยาบาลดัง ย่านศรีนครินทร์ เพื่อจะนำผลไปประกอบการกู้เงินธนาคารเพื่อขยายธุรกิจ แต่ผลออกมาว่าติดเชื้อ HIV ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็น ต้องทนทุกข์ทรมานกว่า 2 ปี ตระเวนเดินสายตรวจเลือดเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ จนวันนี้ผลออกแน่ชัดแล้วว่าเขาไม่ได้ติดเชื้อ HIV ซึ่่งคุณชาตรี เตี้ยบัวแก้ว (ผู้เสียหาย) และภรรยา คุณพิมพ์ปญา เตี้ยบัวแก้ว มาเปิดใจถึงเรื่องนี้ในรายการโหนกระแส
พี่ชาตรี ตอนนี้อายุเท่าไรแล้วครับ ทำอะไรอยู่บ้าง
พี่ชาตรี : อายุ 50 ปี แล้วครับ เป็นเกษตรกรตัวอย่าง ตอนนี้สิ้นสภาพความเป็นมนุษย์ เพราะโดนพิพากษาว่าติดเชื้อ HIV เลยไม่คิดอยากจะทำอะไร เพราะเชื้อตัวนี้เป็นเชื้อที่มีผลกระทบทุกอย่าง สังคมรังเกียจ
ผมย้อนถามกลับไปเรื่องราว เกิดอะไรขึ้นครับ
พี่ชาตรี : ผมขยายกิจการ คือ ทำไร่นาสวนผสม เคยเป็นเกษตรกรตัวอย่าง เริ่มดี มีเงินมีทอง จะซื้อที่ข้างเคียง ต้องใช้เงิน โดยมีบริษัทประกันมารับรอง เพราะจะซื้อที่ 7 ล้าน 2 แสน ซึ่งธนาคารบอกกู้ได้แต่ต้องทำประกัน ตายไปก็ไม่ต้องผ่อน ตกลงทำ ก็ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งแถวบ้าน ย่านศรีนครินทร์ ไปกับแฟนครับ พอดีหมอตรวจผลออกมาว่ามีเชื้อ ก็ยังไม่ได้ฟันธงครั้งแรก ก็ขอเลือดไปตรวจครั้งที่ 2 วันนั้นเลยครับ อีก 5 วันได้ผล เสร็จปุ๊บ เขาฟันธงว่าเราติดเชื้อและสมควรไปรักษาเลย เดินออกจากห้องไม่มีอะไรอีกแล้วในชีวิต พิพากษาเลย ผมเดินออกไปจะให้รถชน แต่ภรรยาผมดึงแขนเอาไว้
ส่วนภรรยาบอกว่า เห็นหน้าตอนที่เขาเดินออก ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรแต่หน้าเขาซีด เหมือนคนขาดสติ ถามว่ามีอะไร เขาก็กระซิบข้างหูว่าหมอบอกฉันมีเชื้อ HIV เราก็บอกเป็นไปไม่ได้ เขายืนไม่ได้ ทรุดตัวตรงนั้น แล้วบอกไม่อยากอยู่แล้ว สังคมไม่ยอมรับ ซึ่งเราก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ พยายามจะเดินเข้าไปถามหมอ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้เข้าไป เขาบอกห้ามเข้า ก็เลยรีบมาคว้าตัวเขาไว้
แล้วที่บอกว่าเขาจะเดินให้รถชนจริงมั้ย
ภรรยา : จริงค่ะ ตัวเขาเองรับไม่ได้
ซึ่งตรวจ 2 ครั้งเป็นเหมือนกันเลยที่โรงพยาบาลเดียว เราทำยังไงต่อ
ภรรยา : ตอนนั้นด้วยผลทำให้ไม่สามารถทำประกันได้ เมื่อทำประกันไม่ได้ก็ไม่สามารถกู้เงินได้ ชีวิตตอนนั้นเราก็มานั่งคิดกันอยู่ว่าทำยังไง เจ้าหน้าที่ก็บอกให้แผนการทำประกัน โดยลดวงเงินการกู้ยืมลง ทำให้เราเสียหายก็เปลี่ยนตัวผู้กู้
แล้วเปลี่ยนตัวคนกู้ต้องตรวจสุขภาพอีกมั้ย
ภรรยา : ตรวจค่ะ เขาให้เราไปตรวจที่โรงพยาบาล ไทยนครินทร์ ซึ่งสามีตามไปด้วย ก็ขอตรวจที่นั่นอีกครั้ง ผลตรวจออกมาว่าไม่เป็น ไม่มีเชื้อ HIV ผ่านไป 10 กว่าวัน หลังจากที่ตรวจมาจากโรงพยาบาลแรก
พอโรงพยาบาลที่ 2 ไม่เป็น
ตอนนั้นยังไง ใจชื้นขึ้น เราก็อยากพิสูจน์อีกว่าโรงพยาบาลต่อไปจะมีเชื้ออีกมั้ย ก็เลยไปโรงพยาบาลรามาธิบดี เรื่องมันยากนะที่จะตรวจเชื้อ เราก็ไปเล่าเรื่องให้เขาฟัง เขาจึงยินยอมตรวจให้ ผลเป็นลบไม่มีเชื้อครับ
ภรรยา : ทางโรงพยาบาลรามาฯ แนะนำว่าให้ทิ้งระยะ 3-6 เดือนแล้วไปตรวจซ้ำใหม่อีกครั้ง เผื่อมีการฟักตัวของเชื้อ เราก็ทำตามที่หมอแนะนำ
หลังจากไปที่โรงพยาบาลรามาฯ แล้วไปไหนต่อ
พี่ชาตรี : ไปโรงพยาบาลจุฬาฯ ครับ ซึ่งผลตรวจก็ไม่ได้ฟันธงว่าเป็น HIV ค่าผลเป็นลบครับ
เห็นว่าไปที่โรงพยาบาลรามาฯ อีก
พี่ชาตรี : ใช่ครับ อย่างที่บอกว่าทางโรงพยาบาลรามาฯ บอกอาจจะมีการฟักเชื้อ เราก็ไปตรวจให้แน่ใจ ผลออกก็ไม่พบอีก ซึ่งหมอบอกว่าไม่ต้องมาตรวจอีกแล้ว แต่ก็ยังไม่พอใจครับ ไปคลินิกหมอเจตต์ ก็ไม่พบอีกครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 แล้วครับ
ไปตรวจมา 5 ครั้งแล้ว เราติดต่อทางโรงพยาบาลแรกที่ตรวจเรามั้ย
พี่ชาตรี : ติดต่อไปครับ ว่าสิ่งที่ตรวจมามันผิดมั้ย ช่วงแรกเราให้ทนายเป็นคนเดินเรื่องให้ แต่เขาไม่ทำ เขาบอกคุยกับโรงพยาบาลใหญ่ยังไงก็แพ้ เขาเดินเรื่อง 1 ปี เราก็ตัดสินใจเดินลุยเอง ไปเจอเจ้าหน้าเขาก็ไม่สนใจ เราบอกงั้นออกสื่อมั้ย เขาเลยเอาผู้บริหารมาคุย แล้วบอกว่าการผิดพลาดมันน้อยมาก เพราะโรงพยาบาลเขามีมาตรฐาน เราอยากให้เขาแก้ผลให้ ดูแลรับผิดชอบยังไง เขาบอกทำอะไรไม่ได้ เพราะมาตรฐานผมก็มีอยู่ และยินดีด้วยที่คุณไม่เป็น พูดมาแค่นี้ และเสนอว่าตรวจร่างกายมั้ย เขาชดเชยให้แค่นี้
เห็นว่าล่าสุดไปตรวจเพิ่มอีกด้วย
ภรรยา : เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ไปตรวจที่คลินิกนิรนาม สภากาชาดไทย อีกครั้งหนึ่ง เอาให้ชัดเจน ผลออกมาคือไม่มีเชื้อ เป็นที่ที่ 6 ที่ไปตรวจ ถึงตอนนี้ยังไงไม่ได้ติดต่อโรงพยาบาลแรก เพราะเขาปฎิเสธความรับผิดชอบเราแล้ว
ผมถามอย่างนี้ 2 ปีที่ผ่านมาคุณเป็นยังไงบ้าง
ภรรยา : ธุรกิจที่เราจะเดินต่อเราทำไม่ได้ ไม่มีกำลังใจทำธุรกิจต่อ
พี่ชาตรี : เขาพิพากษาให้เราตายไปแล้ว ความคิดอะไรไม่มีจิตใจทำงาน ไม่สู้แล้ว เกษตรพัง เพราะจุดนี้ เพราะเราไม่ได้ดูแลเลย เมื่อก่อนมีรายดีปีละเป็นล้าน ตอนนี้เหลือเป็นแสน ไปดูสภาพสวนผมตอนนี้ ชีวิตก็พัง
ข้อมูลจาก : รายการ "โหนกระแส"