จากประเด็นดราม่ากันสะบั้นหั่นแหลก เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 60 ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มีการจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นนิสิตจุฬาฯ ก่อนจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ซึ่งทางจุฬาฯ ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ตามที่มีภาพและข่าวเผยแพร่ทางสื่อต่างๆ ถึงพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นนิสิตจุฬาฯซึ่งจัดขึ้นในเย็นวันนี้ และกรณีที่รองประธานสภานิสิตจุฬาฯ ถูกอาจารย์นำตัวออกจากพิธีนั้น
รศ.ดร.บัญชา ชลาภิรมย์ รองอธิการบดีด้านกิจการนิสิต จุฬาฯ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะมีหลายฝ่ายในสังคมซึ่งอาจจะมีความเห็นไม่ตรงกันคอยจับจ้องมองดูอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นทางมหาวิทยาลัยทราบมาว่ามีกลุ่มที่ไม่ประสงค์ดีต่อนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ประธานสภานิสิตและกลุ่มเพื่อน ซึ่งกำลังเฝ้ามองดูและอาจนำประเด็นตรงนี้ไปขยายเป็นความรุนแรงได้ ซึ่งที่ผ่านมา เคยมีคนพยายามคุกคามมาตามหานายเนติวิทย์ถึงมหาวิทยาลัย ตนเองในฐานะผู้กำกับดูแลด้านกิจการนิสิตก็ต้องพานายเนติวิทย์ไปแจ้งความที่โรงพัก และวันนี้ก็ได้มอบหมายผู้ช่วยอธิการบดีสองคนไปดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนิสิตกลุ่มนี้เป็นพิเศษ
ในขณะเดียวกัน ทางฝ่ายกิจการนิสิต จุฬาฯก็เข้าใจและเคารพในความเห็นต่างและได้พยายามจัดพื้นที่ให้กับผู้ที่ประสงค์จะแสดงความเคารพด้วยการคำนับโดยมีข้อตกลงกันอย่างชัดเจนว่าจะอยู่ในแถวที่แยกออกไป และจะมาแสดงความเคารพเมื่อกระบวนการถวายบังคมเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่กลุ่มของสภานิสิตไม่ได้เคารพข้อตกลงนั้นและพยายามจะจัดฉากให้ปรากฏภาพที่ขัดแย้งตรงข้ามกันระหว่างการถวายบังคมและการคำนับ
รศ.ดร.บัญชา กล่าวว่า ในส่วนของการแสดงออกของอาจารย์คนดังกล่าวที่มีภาพปรากฏออกสื่อไป น่าจะสืบเนื่องมาจากการที่นายเนติวิทย์และนิสิตกลุ่มนี้ไม่เคารพในข้อตกลงที่มีร่วมกัน จึงโกรธถึงขีดสุดว่าพูดกันแล้วไม่รู้เรื่อง และตั้งใจไม่ทำตาม
อย่างไรก็ดี รศ.ดร.บัญชา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ อาจารย์คนดังกล่าวเกิดภาวะเครียดอย่างรุนแรงจนต้องเข้ารักษาตัวในห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่ามีอาการ hyperventilation คือหายใจไม่ได้ กล้ามเนื้อเกร็ง ชีพจรสูง ซึ่งตนเดาว่าน่าจะเป็นเพราะอาจารย์คนดังกล่าวรู้สึกขัดแย้งอย่างสูงเพราะเป็นคนรักนิสิตและทำกิจกรรมคลุกคลีกับนิสิตมาตลอด
“ผมต้องขอโทษนิสิตคนนั้นแทนอาจารย์ด้วยที่อาจจะทำอะไรเกินไป ทางจุฬาฯพยายามเปิดพื้นที่ให้กับทุกคน แต่ผมว่ามันต้องให้ความยุติธรรมและให้การเคารพข้อตกลงซึ่งมีต่อกันและกัน สำคัญที่สุดคือต้องจริงใจต่อกันด้วย” รองอธิการบดีด้านกิจการนิสิตจุฬาฯ กล่าวทิ้งท้าย
โดยต่อมา พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์” ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า “ผมว่าถึงเวลาที่สังคมจุฬาฯจะต้องออกมาจัดการ เด็กบ้า2-3คนนีเสียที เพราะมันเริ่มไม่ใช่เรื่องภายในสถาบันฯอีกต่อไป แต่เริ่มส่งผลกระทบต่อสังคมไทยบ้างแล้ว เพราะ (1) มันเป็นการบ่อนทำลาย ระบบความเคารพผู้มีอวุโสของคนไทยโดยตรง (2) มันก่ำกึ่งกับการไม่ยอมรับสถาบันที่คนไทยรัก (3) มีพฤติการณ์ซ้ำซาก ย่ำให้เห็นถึงเจตนา (4) เป็นตัวอย่างของการแสดงความอยากดัง ที่นำวัฒนธรรมไทยมาเป็นเครื่องมือ”
ส่วนทางด้าน “ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี” ทายาทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อดัง ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “Todd Piti” ถึงกรณีดังกล่าวด้วยว่า “เป็นสมัยผมไม่ต้องถึงมืออาจารย์หลอก คว่ำไปนานละ”
สำหรับพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นพิธีการศักดิ์สิทธิ์ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี บริเวณสนามหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราช และสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า เพื่อเป็นการต้อนรับนิสิตใหม่สู่ก้าวแรกในรั้วจามจุรี ให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นนิสิตจุฬาฯ และแนะนำนิสิตใหม่ให้รับรู้ข้อมูล ประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัย การใช้ชีวิตในจุฬาฯ
ข้อมูลและภาพจาก : Todd Piti ,พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ ,Netiwit Chotiphatphaisal