พลเมืองดีโอดน้อยใจ หลังญาติคนร้ายฉกทอง กล่าวหาจับโยนลงสะพาน วอนผู้เสียหาย-พยานเข้าพบตำรวจ
จากกรณีอุบัติเหตุ 2 คนร้ายวัยรุ่น ขี่รถจักรยานยนต์ ก่อเหตุกระชากสร้อยเหยื่อแต่ไม่สำเร็จ โดยมีพลเมืองดีขี่รถไล่ตาม ทำให้คนร้ายตกใจรีบขี่หนี ก่อนเสียหลักพุ่งชนขอบสะพานกลับรถ ร่างตกสะพานสูง 10 เมตร กระแทกพื้นอาการสาหัส ซึ่งคนร้าย 1 ใน 2 ราย ได้เสียชีวิตแล้ว ขณะที่อีกรายยังรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าให้ผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ตลาดพลู เพื่อแจ้งข้อหาพยายามชิงทรัพย์ต่อไป
[อ่านข่าว : โจรแสบกระชากสร้อย ซิ่งรถร่วงตกสะพาน ดับแล้ว 1 อีกรายอยู่ไอซียู]
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 8 สิงหาคม 2560 พล.ต.ต. สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 เผยว่า หลังเกิดเหตุมีญาติของนายบริสุทธิ์ ผู้เสียชีวิต และญาติของนายวีรพงษ์ คนซ้อนท้ายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตั้งขอสังเกตว่า มีบุคคลใดจับทั้ง 2 ราย โยนลงจากสะพานกลับรถหรือไม่
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำนายอภิชาติ พลเมืองดี ตั้งแต่หลังเกิดเหตุ รวมทั้งเรียกมาสอบปากคำซ้ำ พบว่าข้อเท็จจริงยังตรงกัน และเมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ 2 คนร้าย ขี่หลบหนีมา พบว่า มีพยานบุคคลอีก 1 ราย ลักษณะเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนอกเครื่องแบบ สวมเสื้อสีส้ม ใส่หมวกตำรวจจราจร และใช้รถ จยย.สีขาวคล้ายกับรถที่ใช้ในราชการ ไล่กวดรถ จยย.ของคนร้าย ตั้งแต่ช่วงแยกดาวคะนอง ตัดจอมทอง จนถึงถนนพระราม 2 แต่กล้องที่จับภาพได้ไม่เห็นเลขหมวกและเลขทะเบียนรถ
ทั้งนี้ นายอภิชาติ เผยว่า ในวันเกิดเหตุตนเห็นรถของผู้ต้องหาขี่เทียบไปกับรถของผู้เสียหายซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 60 ปี มีหญิงสูงอายุรุ่นราวคราวเดียวกันซ้อนท้าย คาดว่าน่าจะเป็นภรรยา ขี่มาตามถนนวุฒากาศ จากนั้นผู้ต้องหาที่เป็นคนซ้อนท้ายได้พยายามดึงสร้อยคอทองคำของชายผู้เสียหาย โดยสร้อยนั้นถูกดึงจนขาดแต่ไม่หลุดติดมือมา เพราะสร้อยได้หล่นลงบนหน้าอกของชายผู้เสียหายทำให้สามารถคว้าสร้อยกลับคืนไปได้
นายอภิชาติ เล่าอีกว่า ตนขี่รถตามผู้ต้องหามาเรื่อย ๆ จนสังเกตเห็นชายพลเมืองดีอีกคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นตำรวจจราจรนอกเครื่องแบบขี่รถ จยย.ผ่านมากลางทาง ตนจึงได้แจ้งให้ขับตามรถผู้ต้องหามาด้วยกัน กระทั่งผู้ต้องหาทั้ง 2 รายประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวกับขอบสะพาน ก่อนชายคนนั้นได้หายจากจุดเกิดเหตุไป ซึ่งตนทำความดีครั้งนี้ทำด้วยความสุจริตใจอยากช่วยเหลือสังคม เพราะตนก็เป็นอาสาสมัครแจ้งข่าวของ สน.บางขุนเทียน และเพิ่งไปลงชื่อเป็นพลเรือนจิตอาสา รับผ้าพันคอกับหมวกแก๊ปพระราชทานมาหมาด ๆ
นายอภิชาติ บอกว่า ภายหลังมีเพื่อน ๆ วินมอเตอร์ไซค์บอกว่า ญาติของผู้ต้องหากล่าวหาว่าตนจับคนร้ายทั้ง 2 โยนลงมาจากสะพานกลับรถ ทำให้รู้สึกน้อยใจ อยากให้ผู้เสียหายตัวจริงและตำรวจนอกเครื่องแบบที่ขับรถไล่กวดอยู่ด้วยกันมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้การตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นด้วย เพราะตอนนี้ตนรู้สึกไม่สบายใจ
ในส่วนความคืบหน้าของการดำเนินคดีกับนายบริสุทธิ์ ผู้ขับขี่ที่เสียชีวิตไปแล้วนั้น ทางพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาปิดบังแผ่นป้ายทะเบียนโดยใช้วัสดุอื่นบดบังเอาไว้ และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้บุคคลซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส เพราะขณะนี้ นายวีรพงษ์ ที่มาด้วยกันยังรักษาตัวอยู่
สำหรับผู้เสียหายที่เป็นชายสูงอายุประมาณ 60 ปี นั้น ยังตามหาตัวไม่ได้ แต่ได้สั่งการให้ตำรวจจราจร สน.ตลาดพลู นำรถติดเครื่องขยายเสียงไปประชาสัมพันธ์ตามตรอกซอกซอยย่านนั้นแล้วเพื่อให้เข้ามาพบพนักงานสอบสวน
ด้านพฤติกรรมของนายอภิชาติ พลเมืองดีจะรอผลการสอบสวนเสร็จสิ้น เพื่อทำประวัติส่งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล พิจารณามอบรางวัลให้ต่อไป
ข่าวจาก : เพจ Social Hunter, workpointtv