มหากาพย์ลดน้ำหนักแพ็คคู่! หญิงลดจาก60เหลือ47 ชายลดจาก90เหลือ74 คนๆเดิม เพิ่มเติมคือกล้ามเนื้อและความเพรียว!



 

กระทู้โดย : ล็อกอิน สมาชิกหมายเลข 4013246
เว็บไซต์ : https://pantip.com/topic/36736042

ขอแนะนำตัวเองก่อนนะคะ ครั้งแรกกับการมาแชร์ข้อมูลในนี้ ผิดพลาดประการใดต้องของอภัยไว้ด้วยนะคะ เราชื่อพลอย นน.ปัจจุบัน 47 กก. สูง 163 ซม. ส่วนแฟนเราชื่อตั้ม นน.74 กก. สูง181 เราทั้งคู่ อายุ 26 ปี 

รีวิวค่ะ

 

 

และนี่คือรูปในอดีตสมัยตอนที่อ้วนที่สุดของชีวิต ขอไม่เปิดเผยหน้าตานะคะ ^^

 

 

ขอเล่าย้อนกลับไปตอนอดีตก่อนนะค่ะ โดยเล่าจากเรื่องของพลอยเป็นหลักนะคะ

ตอนที่พลอยเรียนมหาวิทยาลัยไม่เคยสนใจเรื่องรูปร่างตัวเองเลย จนกระทั่งมารู้อีกที ก็คือตอนที่อ้วนแล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่ใช่อ้วนที่สุดในชีวิตนะ พลอยพยายามหาทางลัด อยากลดน้ำหนักให้ได้ผลเร็วที่สุด ไม่ว่าจะค้นสูตรตามอินเตอร์เน็ตซึ่งช่วงนั้นกระแสลดน้ำหนักแบบผิดๆกำลังระบาด 

พลอยกินน้อยลง ลดแป้ง คือวันๆแทบไม่ค่อยกินอะไร นน.ก็ลดลง แต่ด้วยความที่เป็นคนใจร้อน จึงสั่งยาจากทางอินเตอร์เน็ตมาทาน ผลคือ สมองเบลอ กินอะไรไม่ลง คลื่นไส้ และปวดหัว เลยหยุดกินยาตัวนั้นไป แต่ก็ยังไม่เลิกความตั้งใจแบบผิดๆ หันไปหา รพ.ดัง ได้ยามา ผลปรากฎว่า น้ำหนักลดไปไวมาก ภายใน 1-2 เดือน จาก นน. 54 ลดลงไปเหลือ 47 เป็นที่พอใจในตอนนั้นมาก แต่มีผลเสียตามมาคือ ร่างกายดุโทรม ดุไม่มีน้ำมีนวล     หลังจากนั้นไม่นาน น้ำหนักค่อยๆขึ้นกลับมา 54 เท่าเดิม ค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง นน. 60 กก. โดยใช้เวลา 1-2 ปี

 

 

 

ในรูปคือแขม่วหุงสุดๆแล้วนะคะ ส่วนรูปล่างนี้ พุงมาเต็มเลยคะ ตัวบวมมากๆ

เริ่มกลับมารับสภาพตัวเองไม่ได้ ทุกอย่างมันดุอึดอัด เสื้อผ้าต้องเปลี่ยนเป็นไซส์ L เลยมีความคิดอยากจะผอมอีกครั้ง กลับไปใช้ยา รพ. เดิม แต่เพิ่มระดับความแรงขึ้น

ผลปรากฎว่า แทบเอาชีวิตไม่รอด แค่กินยามื้อเดียวตอนเช้า มันทำให้เราไม่อยากกินข้าวเลยทั้งวัน หิวน้ำและคอแห้งมาก บวก กับที่เราทำงาน และ เลิกงานดึกในตอนนั้น เรากลับมาบ้าน ปวดหัวมาก ชนิดที่ว่าไม่เคยเป็นมาก่อน คลื่นไส้ อยากจะอ้วก แต่ไม่มีอะไรให้อ้วก อ้วกมีแต่น้ำออกมาเพราะเราไม่กินข้าวเลย สมองเบลอมาก 

คือตอนนั้น เราอยู่ต่างประเทศ การไปหาหมอค่อยข้างยาก เราบอกกับเพื่อนและคนรอบข้างว่าเราไม่โอเคมากๆ ถ้าเราหมดสติไปให้พาส่ง รพ. เลยนะ เลยสาบานกับตัวเองว่า เราจะไม่มีวันหันไปกินยาลดความอ้วนอีกแล้ว ขอให้เรามีชีวิตรอดต่อไป เรากินยาแก้ปวดหัวและพยายามนอน สักพักใหญ่อาการเริ่มดีขึ้น
“อยากจะผอมถาวร”

เริ่มมีความคิดที่ “อยากจะผอมถาวร” และมีหุ่นเซ็กซี่ มีกล้ามหน้าท้องหน่อยๆ ด้วยความสามารถของตัวเอง เราต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ พยายามค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ทำตามคลิป ของ Jillian Michaels 30 วัน สร้าง sixpacks พยายามทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่ก็ยังไม่มีความรู้มากพอ เพราะกระแสช่วงนั้นที่ไทยยังไม่บูมเท่าไหร่ 

 

 

จากที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย พอได้ทำแล้ว ผลคือ ช่วง 1 อาทิตย์แรกเดินแทบไม่ได้เลย ออกแบบนั้นไปสักพัก 2 เดือนแรก นน.ลดไป 4-5 กิโลเลยทีเดียว หลักที่สำคัญตอนนั้นคือ ค่อยๆลดของทอด จนกระทั่งงดไปเลย งดเครื่องดื่มน้ำอัดลมทุกชนิด และเครื่องดื่มทุกอย่าง ดื่มแต่น้ำเปล่า ออกกำลังกายเป็นประจำอาทิตย์ละ 5 วัน คือแบบแทบไม่มีหยุดเลย ตอนหลังออกตาม T25  คิดว่าหลายๆคนที่ลดน้ำหนักคงได้ผ่านประสบการณ์นี้มาบ้าง แต่การออกแบบ T25 นี้เหนื่อยเกินไปไม่เหมาะกับเราอย่างแรง จึงได้หยุดไป

 

 

หลังจากนั้นมีคนเอาตารางการออกำลังกายทุกส่วนมาปล่อยจากทาง pantip เลยทำตาม อยากจะมีกล้ามหน้าท้องกับเขาบ้าง ทำ 5 วันเลย มุ่งมั่นต่อไป แต่ก็เบื่ออีก น้ำหนักเริ่มไม่ลด ตอนนั้นหนักประมาณ 54 เลยไปสมัครฟิตเนสเพราะจะได้ไปวิ่งบนลู่วิ่ง นน.ลดไปเรื่อย โดยเวทเทรนนิ่งแบบงูๆปลาๆ คือใช้เครื่องไรไม่ค่อยเป็น ยังไม่รู้ว่าควรโฟกัสที่ไหนอะไรยังไง 

ตอนนั้นก็เน้นแต่เล่นท้องเพราะความที่อยากมี sixpacks แต่หารู้ไม่ ว่า เราจะเล่นเพียงแต่ท้องไม่ได้ เราต้องเล่นทุกส่วน และการที่จะมีกล้ามเนื้อที่ชัดเจนกว่านั้นจะต้องมีเปอร์เซ็นต์ไขมันน้อยมาก ซึ่งตอนนั้นวัดจากเครื่องชั่งที่ฟิตเนส ไขมันได้ 24.5% ซึ่งถือว่าเยอะมากเช่นกัน 

 

 

ตอนนั้นพยายามคาดิโอมากขึ้นมาก จากวิ่งปกติ 5 กม. กลายเป็น วิ่ง แบบ HIIT โดยหารู้ไม่ว่า วิธีนี้ทำให้เราเสียมวลกล้ามเนื้อ เล่นเท่าไหร่ sixpacks ก็ไม่มา ผอมลง จาก 60 เหลือ 51 กินน้อยลงก็แล้ว ออกหนักแทบไม่มีวันพักก็แล้ว ทำไมไขมันมันยังไม่ไปสักที จนกระทั่งมาวัดไขมันอีกที ซึ่งจริงๆก็ไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่ ลดลงไปเหลือ 21เปอร์เซ็นต์ 

ทุกอย่างคงที่อีกแล้ว นน.ไม่ลด แถมไขมันก็ยังมีอยู่หนามาก ตอนนั้นคือยังไม่รู้จัก cheat meal หรือ cheat day มีความหยิ่งในตัวเองว่า อย่างฉันไม่ต้องพึ่ง cheat day หรอก ไม่มีอะไรมาทำให้เรามาทำให้สติแตกได้ อยากลดได้ผลไวที่สุด ก็ต้องอย่าหยุด ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดจริงๆ 

เห็นหลายคนบอกว่าให้ลดแป้ง เราก็ลองลดจนแทบจะงดแป้งไปเลย ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เอ๊ะหรือว่า เรา “โยโย่” เริ่มท้อใจ

ตอนนั้นไม่รู้จะทำยังไง กระแสฟิต แอนด์ เฟิม เพิ่มมากขึ้น นำไปสู่การเรียนออนไลน์ ได้รับความรู้เพิ่มขึ้น แต่เป็นความรู้  แบบที่หาได้ตามอินเตอร์ทั่วๆไป เช่น หาค่า bmr สอนเทรนออนไลน์ ก็ทั่วไปมาก เหมือนเสียตังฟรีๆ ซึ่งความรู้พวกนี้หาได้ในอินเตอร์เน็ตอยุ่แล้ว

หลังจากนั้น ลดความเคร่งลง เริ่มหยุดออกำลังกาย แต่ยังกินดีอยู่ แค่ไม่กินของทอด มีกินขนมบ้าง นน. เพิ่มขึ้น เป็น54 อีกครั้ง ภายในระยะเวลาหลายเดือน

ในรูปเริ่มผอมลง ใส่ชุดดูดีขึ้น แต่ไม่กระชับเลย

 

 

 

ในที่สุดก็ถึงเวลาจริงจังอีกครั้ง กลับไทย ได้รู้จักและพบคนรู้ใจ รักการออกกำลังกายเหมือนๆกัน ซึ่งเดิมเขาหนัก 90 กก. ปัจจุบัน เหลือ 74 แถมยังมีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ นั้นก็คือ ตั้ม ตั้มผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน ซึ่งใช้เวลา 2 ปีสร้างได้ขนาดนี้ ปีแรกลองผิดลองถูก ปีที่ 2 ถึงจะสำเร็จ

 

 

แต่เราได้มาเจอ รุ่นพี่ที่รู้จักคนหนึ่ง มีประสบการณ์ตรงกับการเล่นกล้าม ซึ่งเคยลงประกวดด้วย เลยให้พี่นี่แหละเทรนให้ ได้รับความรู้อะไรหลายอย่าง ซึ่งพี่คนนี้ก็เทรนตั้มมาเหมือนกัน
“ลีนและเฟิมถาวร” ทำยังไง เริ่มอย่างไร ออกอย่างไรให้ได้ผล

    – เขาเริ่มสอนเราตั้งแต่การจิบน้ำในระหว่างการออกลังกาย การหายใจที่ถูกต้อง การวอม การยืด รวมทั้งการโฟกัส ซึ่งเราไม่เคยทำเลย
    – เวลาพักแต่ละเซตให้จิบน้ำ เพราะร่างกายจะเสียเหงื่อมาก ซึ่งแต่ก่อนแทบไม่กินน้ำเลย
    – ตอนยกให้หายใจเข้า ตอนปล่อยให้หายใจออก
    – วอมก่อนเล่นเพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บระหว่างเล่น
    – ให้ยืดเมื่อเล่นเสร็จ จะได้ช่วยผ่อนคลายอาการเจ็บปวดได้เยอะ
    – ข้อนี้สำคัญมากๆ โฟกัสต้องให้ถูกจุด แต่อันนี้บอกตามตรงว่าอยู่ที่ประสบการณ์เลย เราเองใช้เวลา 3 เดือนกว่าจะโฟกัสเป็น เพราะรู้สึกว่าเล่นอะไรก็เจ็บไปทุกส่วน
    – และสอนวิธีการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง 

ซึ่งเรื่องพวกนี้ไม่เคยรู้มาก่อนเลย เรียกได้ว่าปรับเปลี่ยนใหม่หมดเลยก็ว่าได้ แต่ก่อนเล่นท้อง เล่นจนไม่รู้สึกเจ็บอะไร ก็ยังเล่นไปแบบนั้น ไม่ค่อยรู้เรื่อง

 

นี้คือรูปตั้มเริ่มออกกำลังกาย คุมอาหาร ได้ 3 เดือน

การเวทเทรนนิ่งให้ได้ผล
ที่สำคัญ การเล่นที่จะทำให้ได้ผลสำเร็จคือ สมมติ เราต้องยกให้ได้ 12 ครั้ง ครั้งที่ 12 เราต้องรู้สึก เจ็บปวดมากจริงๆถึงขั้นจะยกไม่ขึ้นแล้วหรือต้องมีคนช่วยเซฟ นี่แหละเราจะได้ผล ถ้า12ครั้ง เรายังรู้สึกชิวๆ แสดงว่าเราต้องเพิ่มน้ำหนักดัมเบลแล้วละ ไม่งั้นมันจะไม่ได้ผล  

 

 

ตั้มจะช่วยเทรนให้พลอย ส่วนบางทีพลอยเซพให้ตั้ม

 

ส่วนรูปนี้ตั้มถ่ายคู่กับพี่เทรนเนอร์

 

ความคิดผิดๆ
ผู้หญิงบางคนกลัวมากเลยว่ายกดัมเบลหนักๆ กล้ามจะโต ดูน่ากลัว แต่ความจริงแล้ว มันเป็นไปได้ยากมากที่กล้ามจะโต ร่างกายผู้หญิงกับผู้ชายไม่เหมือนกัน ผู้หญิงจะสร้างกล้ามเนื้อได้ช้ากว่าและยากกว่ามาก ยกไปเถอะ เรายกเป็น 10 10 โลกล้ามยังไม่ค่อยขึ้นเลย แต่ก่อนยก 2 โลคือจะตาย แถมกลัวกล้ามโตอีกต่างหาก

 

ปนี้ช่วงเริ่มต้นเอาจริงเอาจังได้ 2 เดือน ยังไม่ค่อยลีน ไม่ค่อยมีกล้ามเลย

 

บางคนบอกมืดแล้วดึกแล้วไม่กินแล้ว ถ้าเรารู้สึกหิว แล้วไม่ยอมทาน อาจโยโย่ได้ หรือระบบการเผาผลาญต่ำลงไปอีก ดังนั้นจะทานอาหารดึกแค่ไหนก็กินได้ แต่อย่าให้มากเกินไป อย่าให้น้อยเกินไปในแต่ละวันพอ  ทั้งนี้ก็อยู่ที่เป้าหมายด้วยว่า อยากจะเพิ่มกล้ามเนื้อ หรือ ลดน้ำหนัก

แต่ก่อนเอว 29 เหลือ 24 และปัจจุบัน 23 ครึ่ง

มีความรู้เพิ่มขึ้นว่า ให้คาดิโอโดยการเดินเร็ว อย่าวิ่ง เพราะจะทำให้เสียกล้ามเนื้อไปอย่างมาก ช่วงแรกๆ ถ้าไขมันมากหน่อยก็ให้เดิน วันละ 1 ชม. โดยมาเดินก่อน 30 นาที เรียกเหงื่อ กระตุ้นระบบการเผาผลาญ และต่อด้วยเวท หลังจากเวทเสร็จให้เดินต่อ อีก 30นาที ซึ่งแต่ก่อนจัดคาดิโอ แบบ HIIT วิ่งวันละ 5 กม. คือผิดมากๆ

การเวทก็ต้องเล่นให้ครบทุกส่วน เพื่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทุกมัด เพราะ ทุกส่วนเกี่ยวเนื่องกันหมด เช่น การเล่นอก ถ้าวิทพื้นก็จะต้องใช้หลังแขนด้วย ถ้ากล้ามเนื้อหลังแขนไม่ดีก็จะวิทพื้นไม่ขึ้น ซึ่งแต่ก่อนโฟกัสจะเล่นแต่ท้องเป็นส่วนใหญ่ พอเริ่มเข้าใจอีกว่าเราจะเล่นเพียงอย่างเดียวไม่ได้  ถ้าเราเล่นท้องเพียงอย่างเดียว เราก็จะได้ความแข็งแรงขึ้นแค่นั้น เราจะไม่สามารถลดไขมันเฉพาะที่ท้องได้ เราจึงต้องเล่นทุกส่วนเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นตัวจุดชนวนให้ระบบเผาผลาญดีขึ้น

 

เหลือ 81 kg มาพร้อมกล้ามเนื้อ

 

หนัก 51 

 

เราเลือกไม่ได้ว่าเราจะให้ขา แขน หรือส่วนอื่นๆลดลงก่อน ร่างกายจะเป็นตัวกำหนดเองว่าจะให้ไขมันส่วนไหนลดก่อน อย่างเราเอง ขากับท้องเร็วสุด ส่วนแขนคือที่หลังสุดเลย อันนี้ก็ต้องแล้วแต่คน

พอตอนหลังไขมันเริ่มลดลงแล้ว จาก 21 เหลือ 16เปอร์เซ็นต์ โดยวัดจากคาลิปเปอร์ เริ่มสร้างกล้ามเนื้ออย่างจริงจัง โดย กินให้ถึงมากขึ้น เล่นให้ถึงด้วย ลดการคาร์ดิโอลง เหลือ 30 นาที โดยเดิน 30 นาทีหลังเล่นเวท 

ซึ่งการยกเวทมีหลายตาราง ตารางเล่นเพื่อไดเอท ตารางเพิ่มกล้ามเนื้อ หรือตารางปกติคือรักษากล้ามเนื้อ ซึ่งก็มีผลแตกต่างกันเหมือนกัน

 

รูปซ้าย 51 kg ในอดีต รูปขวา เข้าฟิตแบบจริงจัง

 

แต่เรื่องที่สำคัญมากกว่าการออกกำลังกายคือเรื่องการกิน
กินดี 80% ออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพแค่ 20%

ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ และ คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้ ถ้ามันง่ายป่านนี้คงมีคนหุ่นดีเดินให้ทั่วแล้ว ใช่ไหมละ?

เอาจริงๆ ที่ตัวเองสามารถลดน้ำหนักได้ไว จาก 60 เหลือ 51 ใช้เวลาแค่ 3-4 เดือน ไม่ใช่เพราะการออกกำลังกายเลย แต่เป็นเพราะ การกินอาหารที่ดีซึ่งเป็นหลักที่สำคัญของการลดความอ้วน ที่เห็นว่าดูเหมือนจะออกกำลังเยอะนั้น จริงๆแล้ว ที่ทำไปแทบไม่ได้กล้ามเนื้อเท่าไหร่ เหมือนกับได้แต่การคาดิโอ ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ไม่มีประสิทธิภาพเอาสะเลย

 

เราออกกำลังกายด้วยกันตลอด อาทิตย์ละ 3-5 วัน

 

และนี่คือรูป ตอน5 เดือนถึงจะเริ่มลีนแบบนี้
ในรูปนี้หนัก 47 ไม่เคยอดอาหารเลย กิน 5- 6 มื้อด้วยซ้ำ
แต่ก็ต้องลีนมากกว่านี้ และเพิ่มกล้ามเนื้อมากกว่านี้อีก

 

 

 

รูปเกือบปัจจุบัน

ดังนั้นจึงขอสรุปใจความสั้นๆของหลักการกินอาหารที่ทำให้ลดความอ้วนให้ได้ผล
1.    งดของทอด ของมันทุกชนิดโดยเคร่งครัด 
2.    งดน้ำอัดลมและน้ำหวานทุกชนิด
3.    พยายามทำอาหารทานเอง โดยใช้น้ำมันมะกอกสเปรย์ หรือน้ำมันรำข้าว น้ำมันดอกคาโนล่า เอามาใส่ขวดเปรย์ไว้ จะสามารถคุมระดับไขมันได้ดี
4.    ให้พยายามทานอกไก่ สันในไก่ ไข่ขาว และเลี่ยงเนื้อหมูเพราะมีไขมันมาก
5.    หากมีความจำเป็นต้องทานอาหารนอกบ้าน ให้เลือกทานแต่ของมีประโยชน์ เช่น เกาเหลาปลา เกาเหลาต่างๆที่ไม่ใส่กระเทียมเจียว อะไรก็ได้ที่เป็นน้ำซุปใส ของผัด ของทอด งด
6.    ให้ลดแป้งลง 30เปอร์เซ็นต์ ลดไม่ใช่งดนะ
7.    ข้าวขาหมูใครบอกทานไม่ได้ บอกแม่ค้าไปเลยไม่ต้องกลัว เอาขาหมู ไม่เอามัน ไม่เอาหนัง ไม่ราดน้ำ แม่ค้าไม่ว่าหรอก จิ้มน้ำจิ้มได้เล็กน้อย
8.    ทานคาร์บที่ไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวมันปู น้ำตาลไม่ขัดขาว น้ำตาลทรายแดง หรือ อยากได้ผล ใช้น้ำตาลหญ้าหวาน ไม่มีแคล มีประโยชน์ แต่จะแพงหน่อย
9.    ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ช่วยเร่งระบบการเผาผลาญเป็นอย่างดี อย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน
10.    ในแต่ละมื้อทานให้ครบ 5 หมู่ แบ่งย่อยๆเป็น 4-5 ได้ยิ่งดี เพราะจะทำให้ระบบมเผาผลาญดีขึ้น โดยแต่ละมื้ออย่าทานจนเยอะมากไป เอาให้พอดี ไม่งั้นเผาผลาญไม่ทัน
11.    เลี่ยงทานบุฟเฟย์ เพราะจำทำให้ควบคุมปริมาณการกินไม่ได้
12.    ให้มี Cheatmeal ก็จะดี กินไปเลย ทำให้กระตุ้นระบบเผาผลาญ ทำให้ช่วยลดน้ำหนักให้ได้ผล แต่พวกที่ลดน้ำหนักแรกๆ 2-3 อาทิตย์ค่อยมีทีนึง พวกที่ออกกำลังกายประจำ จนได้หุ่นที่ดีแล้ว อาทิตย์ละวันได้สบายๆ
13.    โซเดียมไม่ได้ทำให้อ้วน ไม่ได้เกิดไขมัน ไม่ได้ทำให้ขาใหญ่ แต่ทำให้บวมน้ำ ดื่มน้ำเยอะๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่บวมน้ำแน่นอน
14.    เน้นการทานอาหารสายกลางจะดีกว่าสายคลีน เพราะทำได้สม่ำเสมอและทำไปตลอดจนติดเป็นนิสัยได้ ปรุงแต่งได้ แต่อย่ารสจัดเกินไป

 

รูปปัจจุบันพลอยค่ะ

 

เราไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้ว่าจะสำเร็จเมื่อไหร่ อยุ่ที่การกระทำของเราทั้งนั้น ทุกอย่างต้องใช้เวลา การไปถึงเป้าหมายเพื่อให้มีรูปร่างที่ดีนั้นยาก ไม่ใช่ 2-3 เดือน ยิ่งผู้หญิงก็จะช้าและยากกว่าผู้ชาย แต่ถ้าใครผอมอยู่แล้วก็ได้เปรียบหน่อย ใช้เวลาน้อยกว่า แต่ทั้งนี้ก็ต้องใช้ความอดทน ความสม่ำเสมอทั้งสิน ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ถ้ามีทางลัดจริง ป่านนี้ทุกคนคงหุ่นดีกันหมดแล้ว

 

ตั้งแต่แรกจนเกือบถึงปัจจุบัน

 

 

ดังนั้นการลดความอ้วนให้ได้ผล สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องอาหารการกิน เราไม่จำเป็นต้องเคร่งเสมอไป การเคร่งเครียดมากเกินไปก็จะทำให้ไม่ได้ผลเช่นกัน มีเคร่งบ้าง มีหลุดบ้างได้นิดหน่อย ถ้ามีวินัยที่ดี เราควบคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ คุณจะสามารถไปถึงความฝันที่อยากมีหุ่นสวยๆได้แน่นอน

เรื่องอาหารเรากินประมาณนี้ค่ะ ไม่คลีนค่ะ เดินทางสายกลาง แต่เป็นอาหารที่มีประโยชน์ ไร้ไขมันหรือไขมันน้อย

 

 

 

 

 

ปิดท้ายด้วยรูปนี้ค่ะ

 

 

เข้ามาพูดคุยกัน สอบถามกันได้คะ เรา 2 คน ทำเพจ facebook “ผอมชัวร์” ไม่มีการขายของใดๆ ปรึกษาฟรีๆ คุยกันเถอะค่ะ เรา 2 คนชอบออกกำลังกายและอยากมีหุ่นสวยๆ 
อยากให้เพื่อนๆมีหุ่นสวยๆเหมือนกัน เราจะพยายามลงข้อมูลดีดี เทคนิคต่างๆมาแชร์ ในเพจทุกวันค่ะ โปรดติดตามนะคะ https://www.facebook.com/Phomsure/ “ผอมชัวร์”

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ หวังว่าข้อมูลทั้งหมดจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาใส่ใจรูปร่างตัวเองนะคะ  รายละเอียดจริงๆ ลึกซึ้งกว่านี้ ไว้ไปแชร์ในเพจนะคะ ให้เพื่อนๆได้อ่านกันคะ