เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอาเซียนครั้งที่ 50 ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในประเด็นกดดันเกาหลีเหนือซึ่งเป็นที่จับตาจากประชาคมโลก เนื่องจากมีการประชุมกรอบเออาร์เอเอฟ ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เป็นเวทีเดียวที่มีตัวแทนจากทั้งรัฐบาลสหรัฐอเมริกา นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน และรัฐบาลเกาหลีเหนือ นายรี ยองโฮ เข้าร่วม พร้อมด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศจากชาติที่เกี่ยวข้องใกล้ชิด ไม่ว่า จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
ก่อนหน้าการประชุม นายอลัน ปีเตอร์ กาเยตาโน รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวว่า รัฐบาลเกาหลีเหนืออาจได้รับกระแสกดดันจากการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากท่าทีของสหรัฐที่ค่อนข้างชัดเจนต่อการสร้างกระแสกดดันรัฐบาลเกาหลีเหนือ
จากนั้น รมว.ต่างประเทศอาเซียน 10 ประเทศออกแถลงการณ์แยกว่าด้วยเรื่องเกาหลีเหนือโดยเฉพาะย้ำถึงความกังวลอย่างยิ่งต่อความตึงเครียดที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อสถานการณ์ล่าสุดที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปเมื่อวันที่ 4 ก.ค. และ 28 ก.ค.2560 รวมถึงการปล่อยขีปนาวุธและทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ 2 ครั้งในปี 2559 ที่เป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาคและต่อโลก
และได้เรียกร้องให้เกาหลีเหนือดำเนินตามพันธกรณี หรือทำตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซี ในทันที ซึ่งมติยูเอ็นเอสซีถือเป็นกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม อาเซียนเสนอตัวพร้อมที่จะเข้ามามีบทบาทพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลี ในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพที่ถาวรในคาบสมุทรเกาหลี
รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนร่วมเรียกร้องอย่างแข็งแกร่งให้เกาหลีเหนือในฐานะที่เป็นสมาชิกการประชุมว่าด้วยการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือเออาร์เอฟ เคารพวิสัยทัศน์ของเออาร์เอฟที่จะทำให้ภูมิภาคมีสันติภาพและเสถียรภาพ แถลงการณ์ระบุ
วันเดียวกัน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีกำหนดลงมติเห็นชอบให้เพิ่มมาตรการลงโทษเกาหลีเหนือครั้งใหม่เพื่อตอบโต้การทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ หลังรัฐบาลสหรัฐและรัฐบาลจีนเห็นชอบร่วมกันแล้ว ให้ห้ามการส่งออกสินค้าสำคัญของเกาหลีเหนือ รวมถึงถ่านหิน เหล็ก ตะกั่ว และอาหารทะเล ที่มีมูลค่าการส่งออกรวมกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 33,000 ล้านบาท แต่ไม่รวมน้ำมันที่ต้องส่งเข้าเกาหลีเหนือ
พร้อมกันนี้ยังขยายวงกว้างไปถึงการลงโทษธนาคารการค้าระหว่างประเทศของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นธนาคารหลักในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ นอกจากนี้ยังสั่งห้ามการริเริ่มโครงการความร่วมมือใหม่ใดๆ กับเกาหลีเหนือ ส่วนมาตรการที่ลงโทษไปแล้วให้ย้ำว่าห้ามรื้อฟื้นการส่งเสริม