เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้นแตกตื่นเป็นอย่างมาก เมื่อ วันที่ 24 กรกฎาคม นายเผ่าพิพัธ เจริญพักตร์ เลขาธิการมูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ปรากฎการณ์น้ำทะเลลดลงจนเห็นแนวปะการัง บริเวณเกาะทะลุ หมู่ 3 ต.ทรายทอง ห่างจากชายฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร
อย่างไรก็ดี ทนายสงกานต์ ระบุว่า การนำข้อกฎหมายนี้ออกมาเผยแพร่นั้นไม่ได้อยากเป็นการชี้ช่องให้เรียกรับเงิน แต่อยากส่งเสริมให้คนทำดีเยอะ ๆ แล้วคนทำดีก็น่าจะมีสิ่งตอบแทน ส่วนที่เป็นประเด็นดราม่าก็ฝากเจ้าของเงินกลับไปคิดว่ามันพอต่อค่าน้ำใจหรือไม่ เพราะตามกฎหมายแล้วนั้นกระเป๋ารถเมล์สามารถฟ้องเรียกค่าสินน้ำใจได้ แต่เชื่อว่าคนทำดีก็คงไม่มีใครคิดอยากฟ้องร้องแน่นอน
ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนที่เกาะทะลุแปลกใจเป็นอย่างมาก ขณะที่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นประจำเพียงปีละ 1- 2 ครั้ง เท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวบางรายไม่เคยทราบมาก่อน ทำให้มีการถ่ายภาพและนำไปเผยแพร่ในสังคมโซเชียลจึงได้รับความสนใจ
สำหรับช่วงเวลาที่น้ำลดกระทั่งมองเห็นโขดหินและปะการังหลากหลายชนิด บริเวณด้านหน้าอ่าวใหญ่และอ่าวมุกห่างจากพื้นที่น้ำท่วมถึงบนเกาะ ทำให้มีพื้นทายหาดเพิ่มขึ้นหลายร้อยตารางเมตร ขณะที่นักท่องเที่ยวบนฝั่งไม่สามารถมองเห็นได้ แต่ช่วงน้ำลดจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง จากนั้นน้ำทะเลจะขึ้นตามธรรมชาติในระดับปกติ แต่ช่วงที่น้ำลดอาจทำให้ปะการังบางชนิดมีสีซีดลงบ้าง แต่ยืนยันว่าไม่มีปัญหาปะการังฟอกขาวแต่อย่างใด
ข้อมูลจาก : Tsood