หนุ่มใจดีให้ข้างบ้านยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย แต่ผลตอบแทนที่ได้รับกลับถูกลูกหนี้ใช้ปืนขู่ฆ่า แถมแจ้งตร.จับกล่าวหาปล่อยเงินกู้ จนถูกเจ้าหน้าที่กว่า 20 คนบุกบ้าน ด้าน"ทนายคู่ใจ" ชี้เจ้าทุกข์แจ้งความกลับได้ข้อหาแจ้งความเท็จ
เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ผู้ใช้เพจเฟซบุ๊ก "พีท ธนโชติ" ได้โพสต์ข้อความบอกเล่าเหตุการณ์ระทึกที่เกิดขึ้นกับตัวเอง โดยระบุว่า "ขอเตือนนะครับ สำหรับคนที่ใจอ่อนชอบให้เขายืมเงิน ผมนี่เจอกับตัวเองเลย เดือดร้อนมา ยืมเงินเรา10,000 นึง ไอ้เราก็เห็นเป็นคนข้างบ้าน ไม่คิดว่าจะโกง ก็เลยให้ยืมไป ยิ่งนานเข้าไอ้เราก็กลัวจะเป็นหนี้ หมักหมม ก็เลยบอกเขาว่า พี่ผ่อนให้ผมเดือนละ 2,000 ได้ไหม เดือนไหนไม่มีไม่เป็นไร แต่ถ้าใช้หนี้มาหมดหมื่นแล้วถ้าไม่มีมาเอาไปอีกก็ได้ ไอ้เราก็พูดไปดีๆ พออีกสักพักหนึ่งโพสต์ด่าเราเลย เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใครอย่าให้มีมั่งจะเหยียบให้จมตีนเลย จะมาเยี่ยมเราเรื่องอะไร เราไปทำอะไรให้ เงินก็ให้ยืมไป ก็เลยไปถามเขาอ่าวพี่ทำไมถึงโพสต์แบบนี้ มันกลับมาด่าเราแล้วชักปืนจะยิงเรา อ่าวเราไปยืมเงินมันหรือมันยืมเงินเราวะ เรื่องยังไม่จบไปแจ้งตำรวจหาว่าเราปล่อยเงินกู้นอกระบบอีก ตำรวจทหารมาเกือบ 20 คน หมายส่งหมายศาลมาพร้อมเลยจ้า มาตอนตี 5 ประตูบ้านแทบพัง ไอ้เราก็งงเลยมาผิดบ้านเปล่า ไอ้บ้านข้างๆนู้นปืนก็มีคลิปที่ถ่ายไว้ก็มีกลับไม่ไปจับ จะมาจับบ้านเรานี่ มาค้นไปก็ไม่เจออะไร ทำดีย่อมได้ดีเพราะเราไม่เคยคิดร้ายกับมันเลย แต่มันกลับมาคิดร้ายกับเรา เข็ดแล้วต่อไปจะไม่ให้ใครยืมเงินไปอีก อยากรู้ว่าเป็นใครหลังไมค์ได้นะ พิกัดตลาดการุ้ง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี แชร์ได้นะครับ"
ด้านเจ้าของเพจ "พีท ธนโชติ" กล่าวกับ "เดลินิวส์ออนไลน์" ว่า หลังเกิดเหตุตนเองได้ไปร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมมา ซึ่งเขาให้ไปเคลียร์กับผู้กำกับที่สถานีตำรวจเมืองการุ้ง ส่วนเรื่องเงินตนเองเคลียร์แล้ว เขาบอกกับผมว่า ถ้าผมจะเอาเงินคืนเขาจะไม่ยอมลงบันทึกประจำวัน แต่ถ้าจบกันเขาจะลงบันทึกประจำวันให้ว่าจบ เรื่องเงินตนเองไม่ขอเอาคืน ขอทำบุญทำทานเพราะกลัวความปลอดภัยของลูกและเมีย ขนาดตำรวจยังเข้าข้างคนผิดได้ก็ต้องกลัวแล้ว ส่วนเรื่องการแจ้งความตนเองคงแจ้งไม่ได้ เพราะตำรวจไม่ได้เปิดเผยว่าใครเป็นคนแจ้งเข้ามาค้น แต่ตนเองไม่เคยเอาเงินให้ใครยืมนอกจากพี่คนนี้คนเดียว และเพิ่งทะเลาะกันมา ซึ่งตนเองเป็นคนการุ้ง แต่เขามาจากที่อื่น เขามาอยู่ข้างบ้าน ลูกของตนเองก็เล่นกับลูกเขาอยู่ ผมก็คิดว่าถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ก็เลยให้เขายืมไปเพราะความสงสาร โดยไม่ได้ทำหลักฐานอะไรยืม 2 ครั้ง ครั้งแรก 5,000 ครั้งที่ 2,500 เป็นหนึ่งหมื่น และครั้งสุดท้าย 5,000 บาท
"วันแรกที่ผมทะเลาะกับเขาๆก็เอาปืนมาขู่จะยิงผม ตอนนั้นผมยังไม่ได้ติดกล้องวงจรครับ ผมไปแจ้งตำรวจบอกให้ผมไปลงบันทึกประจำวันก่อนไหมตอนนั้นผมก็ไม่ทันคิดครับ ผมดันไม่ไปลงบันทึกประจำวันก่อนครับ แล้วพอดีว่า ไอ้คนข้างบ้านมันคงไปแจ้งว่า ผมปล่อยเงินกู้โดยที่ข้อมูลผมยังไม่ได้ไปแจ้งตำรวจก่อน คือผมช้ากว่ามันครับผมคิดแบบนี้นะ ตำรวจก็เลยรู้ข้อมูลจากมันส่วนผมไม่ได้ไปแจ้งอะไรไว้ ซึ่งอยากฝากถึงคนที่จะให้คนอื่นยืมเงิน อยากจะบอกว่าไม่ควรให้ใครยืม เพราะคนสมัยนี้จิตใจโหดเหี้ยม รู้หน้าไม่รู้ใจครับ" เจ้าของเพจ พีท ธนโชติ กล่าว
ด้าน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร เจ้าของเพจทนายคู่ใจ กล่าวกับ "เดลินิวส์ออนไลน์" ว่า "ตัวบทกฎหมายอ้างอิงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 173 ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท มาตรา 174 ถ้าการแจ้งข้อความตามมาตรา 172 หรือมาตรา 173 เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท ถ้าการแจ้งตามความในวรรคแรก เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
ด้านนายรัชพล ศิริสาคร เจ้าของเพจสายตรงกฎหมาย กล่าวกับ"เดลินวส์ออนไลน์"ว่า เรื่องนี้หากพบว่าคนแจ้ง ได้แจ้งความเท็จสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้เลย ส่วนการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ "หากมีหมายศาลก็สามารถค้นได้ตามที่หมายศาลกำหนดไว้"
ข่าวจาก : เดลินิวส์ออนไลน์