เป็นเรื่องที่อ่านแล้วกลั้นใจยากจริงๆ เพื่อนไม่ให้ร้องไห้ เมื่อไม่นานมานี้เว็บไซต์ต่างประเทศได้มีการรายงานว่า.. วันนั้นเป็นเทศกาลไหว้พระจันทร์ พวกเราก็เลยออกไปกินข้าวนอกบ้านกันทั้งครอบครัว พวกเราหาร้านกันอยู่นาน เพราะร้านอาหารดีๆที่ไปเป็นประจำก็เต็มหมด พวกเราก็เลยจำเป็นต้องลองร้านที่ไม่เคยกิน ทั้งครอบครัวมีด้วยกัน 6 คน หลังสั่งอาหารทั้งหมด 10 อย่างแล้วพวกเราก็นั่งรออาหาร
แล้วตอนนั้นเองก็มีหญิงชายชราอายุน่าจะเกือบ 70 เดินเข้ามาในร้านคู่หนึ่ง พวกเขาจูงเด็กชายอายุประมาณ 4 ขวบมาด้วย หญิงชายชราผมขาวโพลน ผิวดำคล้ำ แต่ใบหน้าซีดเซียว ทั้งสองคนมีไม้เท้าคนละอัน เสื้อผ้าเด็กชายขาดวิ่น ใบหน้าแกค่อนข้างเหลือง ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่คนพื้นที่ เพราะพวกเขามีสำเนียงแปลกๆ
(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)
หลังนั่งลง คุณปู่ก็ถามคุณย่าว่า “ในกระเป๋ามีเงินเท่าไหร่” คุณย่าตอบว่า “ไม่เยอะแล้ว เหลือแค่ 50 กว่าบาท” คุณปู่ว่า “งั้นเราก็กินอะไรถูกๆง่ายๆละกัน” ว่าแล้ว คุณปู่ก็บอกเจ้าของร้านว่า “เอาผัดผัก 1 จาน” เถ้าแก่ถาม “วันนี้เทศกาลไหว้พระจันทร์ มา 3 คนกินกับข้าวจานเดียวพอหรอครับ” คุณปู่ตอบ “พอแล้ว เรากินกันแค่นี้แหล่ะ”
แต่เด็กชายก็งอแง “ปู่ พวกเราไม่ได้กินเนื้ออะไรเลยมาตั้งหลายอาทิตย์แล้ว ผมอยากกินเนื้อ อยากกินเนื้อ” แล้วแกก็ร้องไห้ออกมา คุณย่าก็เลยลูบหัวปลอบ “อย่าดื้อนะไอ้หนู พรุ่งนี้เราค่อยกินเนื้อนะ ถ้าหาพ่อแม่หนูเจอ ย่าจะให้หนูสั่งเมนูที่ชอบที่สุดเลย แถมกุ้งมังกรที่หนูเคยกินด้วย ดีมั้ยลูก” หญิงชราพูดไปอย่างมีความหวัง
(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)
อาหารที่พวกเราสั่งไม่นานก็มา กลิ่นหอมโชยไปทั้งร้าน พวกเราเริ่มกินอาหาร เสียงกินเหล้า ชักชวนให้ชนแก้วดังออกมาเรื่อย ๆ กินไปเรื่อยๆก็รู้สึกว่าอาหารยังไม่พอ พวกเราก็เลยสั่งกุ้งมังกร กับตีนเป็ดมาอีกอย่างละจาน
ชายหญิงชรากับเด็กชายก็เริ่มกินอาหาร แต่พวกเขากินช้ามาก ผักในจากดูเหมือนว่ากินยังไงก็กินไม่หมด ข้าวก็เหมือนค่อยๆกินทีละเม็ด เด็กชายกินไปก็มองมาที่โต๊ะของพวกเราไป น้ำลายก็เหมือนจะไหลออกมาไม่หยุด เนื่องจากพวกเขากินช้ามาก แถมนั่งนาน เถ้าแก่ก็เลยเข้าไปหาอยู่หลายครั้ง “จะสั่งอะไรอีกมั้ย”
คุณปู่ว่า “รอหน่อยๆ พวกปู่แก่แล้ว กินช้า” ผ่านไปไม่นาน เถ้าแก่ก็เข้ามาอีกรอบ “แค่ผัดผักจานเดียว กินตั้งหลายชั่วโมง ไม่ทำอย่างอื่นแล้วหรือไง” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน “รออีกหน่อย จะเสร็จแล้ว จากนั้นเขาก็หันมาสบตากับโต๊ะเรา”
ตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึงเกือบ 3 ทุ่ม พวกเรากินไปเกือบสามชั่วโมงถึงอิ่ม จนเรอออกมา พวกเราทยอยเดินออกมานอกร้าน เนื่องจากผมเป็นคนจ่ายตังค์ ก็เลยเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกมาจากโต๊ะ ผมเดินออกมายังไม่ถึง 3 ก้าว ก็ได้ยินเสียงชายชราพูดว่า “เร็วเข้าไอ้หนู กุ้งมังกร”
(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)
ไอ้หนูวางทุกอย่างที่อยู่ในมือ แล้วรีบวิ่งไปที่โต๊ะที่พวกเรานั่งกินเมื่อสักครู่ ส่วนหญิงชราก็รีบเดินไปที่โต๊ะอาหารเรา พร้อมหยิบถุงพลาสติกที่เตรียมไว้ออกมาเทอาหารใส่ลงไป
จากนั้น พวกเราถึงรู้ว่า หญิงชายชราคู่นี้พาหลานมาตามหาลูกชายและลูกสะใภ้ที่หายตัวไป ลูกชายและลูกสะใภ้ออกจากหมู่บ้านมาช่วยคนในเมืองทำงานได้ 5-6 ปีแล้ว และเพื่อจะหาเงินมาใช้หนี้ ก็เลยไม่กลับบ้านมาหลายปีแล้ว ทั้งคู่ก็เลยพาหลานออกตามหามาหลายอำเภอแล้ว
ระหว่างทางกลับบ้าน ผมพบว่าพระจันทร์คืนนี้กลมใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา มันส่องสว่างเจิดจ้า แต่นุ่มนวล ผมคิดในใจ : เมื่อไหร่พระจันทร์ในใจของเด็กชายคนนั้นจะสว่าง และนุ่มนวลแบบในคืนนี้
ข้อมูลจาก : LIEKR