เพจดังแฉ! กองทัพเรือจัดทริปออนเซ็น-เล่นสกี-กินปูยักษ์ ที่ญี่ปุ่น ทหารเรือโต้ทำงานเหนื่อยเสี่ยงภัยก็เหมาะสมดีแล้ว-โฆษกทร.แถลงใช้งบเป็นไปตามหลักสูตร!



 

เพจ 'ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน' เผยกรณีเสนาธิการทหารเรือ 77 จัดทริปออนเซ็น เล่นสกี กินปูยักษ์ ที่ญี่ปุ่น เก็บเกือบครบแหล่งเที่ยวกิจกรรมขึ้นชื่อ ด้านทหารเรือโต้ทำงานเหนื่อยเสี่ยงภัย การใช้งบเที่ยวเชิงสัมมนาก็พึงได้ พร้อมย้อนดู 'ทริปดูงานเที่ยวยุโรป’ แวะดูบอล-ล่องเรือ กองทัพสอบแล้ว ยันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 

 

15 ก.ค. 2560 ผู้สือข่าวรายงานว่า วานนี้ (14 ก.ค.60) เฟซบุ๊กแฟนเพจ 'ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน' ขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผย กรณีเสนาธิการทหารเรือ 77 จัดทริปออนเซ็น เล่นสกี กินปูยักษ์ ที่ญี่ปุ่น โดยระบุว่า ช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมาเกิดกระแสใคร ๆ ก็ไปญี่ปุ่นจนภาพเที่ยวญี่ปุ่นล้นฟีด หลักสูตรเสนาธิการทหารเรือก็ไม่น้อยหน้าจัดทริปศึกษาดูงานญี่ปุ่นร่วมสัปดาห์ช่วงกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เก็บเกือบครบแหล่งเที่ยวกิจกรรมขึ้นชื่อ

โดยมีรายละเอียดดังนี้

เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จัดกิจกรรมศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น ให้กับนักศึกษาหลักสูตรเสนาธิการทหารเรือ รุ่นที่ 77 ข้อมูลที่ตรวจพบมีการดูงานอย่างน้อย 2 สาย ใช้เวลาสายละสัปดาห์ กิจกรรมส่วนใหญ่เป็นการเที่ยวชมสถานที่สำคัญ แหล่งเที่ยวชื่อดัง แล้วรับฟังบรรยายเกี่ยวกับประเทศนั้น ๆ ที่สถานทูตซึ่งเป็นสูตรมาตรฐานการดูงานของหน่วยงานราชการไทย

สายแรกจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 18 – 24 กุมภาพันธ์ 2560 ออกเดินทางช่วงวันที่ 18 ถึงสนามบินนาริตะเช้าวันอาทิตย์ที่ 19 คณะเริ่มต้นแบบเบา ๆ ไปไหว้พระที่วัดเซนโซจิ (วัดอาซากุซะ) แล้วต่อด้วยเดินช็อปปิ้งในย่านชินจุกุ

จันทร์ที่ 20 ก.พ. ปล่อยอิสระ หลายคนตื่นตั้งแต่เช้ามืดไปต่อคิวทานซูชิร้านในตำนานอย่าง Sushi Dai ที่ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji) แห่งกรุงโตเกียว ตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

อังคารที่ 21 ก.พ. สเต็ปมาตรฐานเข้าเยี่ยมและฟังบรรยายที่สำนักงานผู้ช่วยทูตทหารประจำกรุงโตเกียว แล้วเดินทางไปฟูจิ เล่นสกีที่ Fujiten Snow Resort ระหว่างทางแวะจิบเบียร์ชิล ๆ ที่โรงเบียร์ Asahi Beer Factory จบจากสกีเข้าพักที่ Tominoko Hotel โรงแรมหรูสำหรับแช่ออนเซ็นพร้อมชมวิวภูเขาไฟฟูจิ จบด้วยกินขาปูยักษ์อันเลื่องชื่อ

23 ก.พ. เดินทางไป “วัดคิโยมิสึเดระ” ที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “วัดน้ำใส” ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานแห่งเกียวโตโบราณ และวัดคิงกะกุที่มีศาลาทองเป็นจุดเด่นของวัด แล้วไปต่อถนนสายช้อปปิ้ง Shinsaibashi-Suji เมืองโอซาก้า เข้าพักที่ Plaza Osaka Hotel

วันสุดท้ายออกเดินทางไปพิพิธภัณฑ์เเผ่นดินไหวฮันชิน (Disaster Reduction and Human Renovation Institution) จากนั้นเข้าชมปราสาทโอซาก้า แล้วเดินทางไปสนามบินคันไซโอซาก้าเพื่อกลับประเทศไทย

สายสองศึกษาดูงานระหว่าง 21 – 27 กุมภาพันธ์ 2560 ออกเดินทางช่วงดึกวันอังคารที่ 21 ถึงสนามบินนาริตะเช้าวันรุ่งขึ้นเปิดกิจกรรมดูงานจิบชิมเบียร์ที่โรงงานเบียร์ Sapporo Beer Chiba Factory

วันพฤหัสที่ 23 ก.พ. ทัวร์ปล่อยอิสระตามชอบ บางส่วนเข้าไปที่เกาะโอไดบะ (Odaiba) ชมสะพานสายรุ้ง (Rainbow Bridge) เทพีเสรีภาพจำลอง (Statue of Liberty) Aqua city และ History Garage บางส่วนเดินทางเข้าโตเกียวไปไหว้พระวัดอาซากุสะ ชมหอคอย Tokyo Skytree เดินย่านชินจูกุ ฮาราจูกุ เป็นต้น

24 ก.พ. เข้ารับฟังบรรยายเรื่องเกี่ยวกับภาพรวมทางการเมือง เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่นที่สถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียวตามสเต็ป จากนั้นเดินทางไปเล่นสกีหิมะที่ Fujiten Snow Resort แหล่งสกีดังบริเวณทะเลสาบฟูจิทั้งห้า และเข้าพักที่ Jiragonno Fuji No Yakata Hotel

25 ก.พ. เข้าชม Suzuki Motor Corporation และต่อที่พิพิธภัณฑ์รถไฟญี่ปุ่น (JR Railway Museum Nagoya) เมืองนาโกย่า วันรุ่งขึ้นเข้าชมวัดคิโยมิสึ (วัดน้ำใส) และวัดคิงกะกุ (วัดศาลาทอง) ดูงานย่านช็อปปิ้งที่ Shinsaibashi-Suji เมืองโอซาก้า ส่วนวันสุดท้ายเข้าชมปราสาทโอซาก้า และเดินทางกลับไทย

ดูงานหนักขนาดนี้มีเบี้ยเลี้ยงวันละ 2,100 บาท แถมโรงเรียนเปิดโอกาสให้พาคนติดตามได้ด้วยจ่ายหัวละ 6x,xxx

 

 

เพจ 'ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน' โพสต์ทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า หลักสูตรอบรมมากมายของหน่วยงานราชการบ้านเรา มักจบด้วยการศึกษาดูงานต่างประเทศ อ้างเรื่องประเพณี ศิลปะวัฒนธรรม สภาพสังคมสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว ที่คนทั่วไปสรุปมานานแล้วว่าไปเที่ยว ทำกันจนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ เป็นสิ่งถูกต้อง ธรรมดา

ทหารเรือโต้ ทำงานเหนื่อยเสี่ยงภัย ใช้งบเที่ยวเชิงสัมมนาก็พึงได้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากกรณีดังกล่าวส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก โดยมีผู้แชร์ไปเกือบ 1000 แชร์แล้ว ขณะที่มีเกือย 500 ความคิดเห็นประกอบโพสต์นี้

นอกจากนี้ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ระบุว่าเป็นทหารเรือ เข้ามาชี้แจงดังนี้ ก่อนที่จะลบข้อความออกไป

 

ย้อนดู 'ทริปดูงานเที่ยวยุโรป’ แวะดูบอล-ล่องเรือ 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา 'ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน' ได้เปิดข้อมูลทริปศึกษาดูงานของวิทยาลัยเสนาธิการทหาร (วสท.) สถาบันการศึกษาชั้นสูงทางทหารขึ้นตรงกับสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย จัดทริปนำนักศึกษาและคณาจารย์ในหลักสูตรเสนาธิการร่วม รุ่น 57 รวม 107 คน ไปดูงานต่างประเทศ แบ่ง 3 สาย แต่ละสายใช้เวลาเกือบครึ่งเดือน ช่วงเดือนมี.ค. 2559 ซึ่งรายละเอียดการเดินทางส่วนมากเป็นการท่องเที่ยว ช็อปปิ้ง รวมทั้งชมการแข่งขันฟุตบอล (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

โดยในครั้งนั้นมีกระบวนการสอบสวน ซึ่ง 26 เม.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.อ.สุทธิพันธ์ กฤษณคุปต์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.)  เป็นผู้ชี้แจงว่าการตรวจสอบทริปหลักสูตร 13 วันของ วิทยาลัยเสนาธิการทหาร เป็นไปด้วยความเรียบร้อยรายละเอียดส่งให้กรมกิจการพลเรือน ทหาร เพื่อรวบรวมทำการชี้แจงเมื่อสื่อต้องการ

ทาง พล.อ.อ.สุทธิพันธ์ ลุมพิกานนท์ โฆษกกองทัพเรือชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 ก.ค.60 ว่า

1. การศึกษาดูกิจการและ ศึกษาภูมิประเทศ ต่างประเทศเป็นกิจกรรมในการศึกษาหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ โดยกองทัพเรือได้อนุมัติแผนและงบประมาณซึ่งเป็นไปตามแผนการบริหารการศึกษาของกรมยุทธศึกษาทหารเรือ

2.กิจกรรมการดูกิจการและ ศึกษาภูมิประเทศตามข้อ 1
โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือได้ฝึกนายทหารนักเรียนเสนาธิการทหารเรือ วางแผนดูงานกิจการด้านการทหารด้านความมั่นคงทางทะเล ด้านศิลปะวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยประสานงานกับผู้ช่วยทูตทหารเรือ ประจำประเทศที่จะไปดูงาน(ญี่ปุ่น) ในการกำกับดูแลของนายทหารที่ควบคุมหลักสูตร โดยทางหลักสูตรได้พิจารณาเลือก สถานที่ดูงาน การเดินทาง อาหารและโรงแรมที่พัก ภายในกรอบวงเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ และให้การดูงานฯได้รับประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นแนวทางปฎิบัติที่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ยึดถือเป็นแนวทางมาโดยตลอด 

3.สำหรับการอนุญาตให้ผู้ติดตามสามารถร่วมคณะดูงานไปได้โดยออกค่าใช้จ่ายเพิ่มเองนั้น ก็เป็นไปตามหลักการ ที่ปฏิบัติทั่วไปเช่นเดียวกับการไปศึกษาในโรงเรียนเสนาธิการทหารเรือต่างประเทศที่อนุญาตให้พาผู้ติดตามไปได้ด้วย โดยจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนที่เพิ่มเอง

ทั้งนี้ขอเรียนยืนยันว่าการไปดูกิจการและทัศนศึกษาของนักเรียนเสนาธิการทหารเรือรุ่นที่ 77 เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดในหลักสูตรฯ มีการกำกับดูแลให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการและได้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร มิใช่เป็นการไปเที่ยวดังที่กล่าวมา

ข้อมูลจาก : เพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน, ประชาไทvoicetv.co.th