ผอ.ออกโรง โต้ประเด็น เด็กพิการแชมป์คว้า 10ล้าน ร้องเพจดังได้ตังค์ไม่ครบอีก 1 ราย เจ้าตัวลั่น “ไม่ฮุบเงินให้เสียชื่อ”!!!(รายละเอียด)




สืบเนื่องจากกรณีที่เป็นกระแสร้อนแรงในโลกโซเชียล หลังที่มีชาวเน็ตออกมาแชร์เรื่องราวของเด็กพิการรายหนึ่ง ที่เคยร่วมประกวดในรายการดัง และทีมสามารถคว้าแชมป์เป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาทได้นั้น แต่น้องๆ กลุ่มนี้ที่มีสมาชิกทั้งหมด 8 คน กลับได้แบ่งเงินเพียงแค่คนละ 5 หมื่นบาทเท่านั้น ซึ่งน้องที่ถูกกล่าวถึงนั้น ทราาบชื่อคือ ด.ช.ทัศนัย บุญมี ที่พิการช่วงใต้สะดือลงมา ไม่มีความรู้สึกและเป็นแผลกดทับที่ก้น ซึ่งต้องไปล้างแผลทุกวันและหากวันไหนไม่มีเงินก็ไม่สามารถไปล้างแผลได้ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปก่อนหน้าแล้วนั้น

ล่าสุดทางทีมข่าว "Deeps News" ได้ติดต่อไปยังท่านผอ.โรงเรียนศรีสังวาลย์จังหวัดเชียงใหม่ นางพวงทอง ศรีวิลัย เพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากเด็กพิการกลุ่มนี้ได้ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนดังกล่าว อีกทั้งยังมีกระแสโยงไปถึงผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยว่ามีการฮุบเงินเด็กๆ  


โดยทางผอ.โรงเรียนศรีสังวาลย์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าวว่า เดิมทีน้องๆ กลุ่มพิการ ก่อนที่จะไปแข่งในรายการ"Thailand's Got Talent Season 4 "เมื่อปี 2557 นั้น ทุกอย่างเกิดมาจากไอเดียของคณะครู ที่ได้จัดกิจกรรมออกกำลังกายให้น้องในช่วงเช้า เพื่อป้องกันไม่ให้น้องๆ ที่นั่งติดรถเข็นเกิดแผลกดทับ ซึ่งก็ได้มองเห็นความสามารถของเด็กทั้ง 8 คน จึงเกิดไอเดียจะพาไปแข่งขัน จากนั้นก็มีการประชุมร่วมกัน วางแผนการซ้อม และค่าใช้จ่ายต่างๆ ตลอดการแข่งขัน

ในส่วนของการจ่ายเงินให้กับเด็กๆ นั้น ทางผอ.ยืนยันว่าได้มีการจ่ายครบ และสามารถตรวจสอบได้จากสมุดบัญชีของเด็กๆ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 3 ปี ได้จ่ายเงินไปแล้วเป็นจำนวน 3 แสนบาท พร้อมยืนยันด้วยว่าที่ผ่านมาเรื่องดังกล่าวไม่เคยมีปัญหา แต่รู้อยู่เต็มอกอยู่แล้วว่า อาจจะมีปัญหาภายหลัง เพราะเงินจำนวน 10 ล้าน ไม่ใช่เงินก้อนเล็ก และรู้ดีว่า เรื่องเงิน เรื่องทอง มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และที่สำคัญโรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนของสมเด็จย่า  เราตระหนักดีว่า ที่จะต้องทำความดีถวายพระองค์ท่านและตอบแทนแผ่นดิน เราคงไม่กล้าที่จะทำเรื่องเสื่อมเสียให้กับโรงเรียนมากขนาดนี้ โดยการกินเงินเด็ก เป็นเรื่องที่น่าอายมาก 

 

สำหรับรูปแแบบการจัดสรรเงิน จะถูกจัดการโดยคณะกรรมการมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการซึ่งมีศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ กรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธาน และที่ผ่านมายังเป็นผู้สนับสนุนๆ น้องๆ "Wheelchair Dance" ในการลงแข่งขันทุกรายการ รวมทั้งรายการไทยแลนด์ก๊อตทาเลนด้วย ดังนั้นเงินที่ได้มาเรารับในนามของมูลนิธิ สามารถลดหย่อนภาษีได้ จึงทำให้ได้รับเงินเต็มจำนวน 10 ล้านบาท จากที่ตอนแรกจะได้เพียง 5.3 ล้านบาท และภายหลังจากได้รับเงินก้อนนี้มา ทางด้านศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์  ก็ได้แนะนำว่าเงินก้อนนี้ควรอยู่คู่กับทางโรงเรียนตลอดไป ห้ามให้เงินหายไปไหน  และเงินก้อนนี้จะต้องเกิดประโยชน์กับคน 3 กลุ่ม คือ เด็กที่ไปแข่ง , เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในโรงเรียนที่อยู่ร่วมกัน  และคณะครูที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการฝึกซ้อมเด็กๆ เพราะหากไม่มีคุณครูที่ฝึกสอน นักเรียนก็ไม่มีวันนี้ โดยที่ผ่านมาตลอดการแข่งขัน เราต้องดูแลเด็กกลุ่มนี้อย่างดี ทั้งเรื่องอาหาร เรื่องออกกำลัง และการเตรียมความพร้อมสำหรับแข่งขัน เพราะฉะนั้นคุณครูที่ฝึกสอนก็ถือว่ามีส่วนร่วมในการทำให้เด็กๆ เก่งขึ้น ดังนั้นเงินที่ได้มาต้องให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย และการไปแข่งขันคุณครูเป็นคนพาไป และกรอกใบสมัครในนามของชื่อโรงเรียน ส่วนกระแสที่มีการครหามายังทางตัวผอ.และโรงเรียน ขอยืนยันว่าทำทุกอย่างถูกต้อง ทุกอย่างมีตัวเลขของมัน มีหลักฐาน มีสัญญามีบัญชีชี้แจ้งต่างๆ และมีข้อตกลงระหว่างผู้ปกครอง นักเรียนและทางโรงเรียนอย่างชัดเจน มีผู้เซ็นรับรองทุกเรื่อง ทุกอย่าง เรามีแม้กระทั่งVTRที่ประชุมกันตั้งแต่ตั้นยันจบ เพราะเรารู้ว่าเงินก้อนใหญ่มันจะต้องมีข้อครหาแน่นอน

ทั้งนี้แม้ว่าจะถูกเพจดังโจมตีด้วยข้อมูลต่างๆ นานา ก็ไม่หวั่น เพราะความจริงก็คือความจริง ไม่ได้รู้สึกกลัวอยู่แล้ว แต่ถ้าหากมีการทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียงไปมากกว่านี้ ก็ต้องให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะตอนนี้ก็มีทางฝ่ายกฎหมายคอยดูแลในเรื่องนี้อยู่ และขอยืนยันว่าทางโรงเรียนมาการจ่ายเงินให้เด็กๆ ครบ และทำทุกอย่างถูกต้องเป็นธรรม และท้ายที่สุดขอฝากไปยังผู้ที่ติดตามเรื่องราวดังกล่าวด้วยว่า ควรเสพข้อมูลให้ครบทั้งสองด้าน ก่อนจะวิพากษ์วิจารณ์ และหากฝ่ายไหนงัดหลักฐานอะไรมาสู้ หรือทำให้ทางตนเองและโรงเรียนเสื่อมเสีย ก็จะไม่ตอบโต้กันด้วยอารมณ์ เราจะยึดหลักกฎหมายมาโต้แย้งกัน 

 

ข้อมูลจาก : เพจ แหม่มโพธิ์ดำ